มันมาอีกแล้วครับท่าน...
อ๊า...งานแปลมันมาอีกแล้ววววว โดนเจาะจงตัวมาให้แปลอีกแล้ววววว คราวก่อนงานแปลคุณภาพโหลยแป๊ะสุดๆฝีมือตรู (คือพยายามแล้วแต่มีปัญญาแปลได้แค่ระดับนั้น -_-'') ยังทำให้อาจารย์เข็ดขยาดไม่ได้ ซูฮกอาจารย์เลยนะเนี่ยยย อาจารย์อ่านที่หนูแปลรู้เรื่องด้วย? T-T ยังมีของอาจารย์อีกท่านรอให้แปลอยู่ ทั้งหมด 4 ชิ้น (อันนี้ดีหน่อย แบ่งครึ่งกันทำกับเพื่อนได้) ยังไม่ได้ไปรับมาดูเลยว่ากี่หน้ามั่ง กำหนดภายในเดือนมกราคมแต่ก็มีงานแปลด่วนคราวนี้มาแทรกอีกแฮะ สองชิ้นเลย ชิ้นแรกมา 8 หน้า ขอต้นมกราฯ อันนี้พอได้ๆ ชิ้นที่สอง โอ้ ด่วนกว่า 14 หน้า ขอก่อนชิ้นแรกนะ อืมๆ โอเค รับมาๆ พอมาคิดๆดูอีกที ด่วนกว่าชิ้นแรกก็ต้องภายในธันวาฯอ่ะดิ...แล้วต่อด้วยชิ้นที่สองต้นมกราฯ
อ๊ายยยยย~!! เดี๊ยนทำอะไรลงป๊ายยย~!!
เออ ถ้าจะทำจริงๆ มันก็ต้องทันแหละ ปั่นๆๆเข้า แต่แบบนี้คงต้องวุ่นไปตลอดจนหมดเดือนมกราฯเลยแหงม เฮ้อ...ก็ยังดีที่แปลอังกฤษเป็นไทย เพราะหลังๆทักษะภาษาอังกฤษนี่ลดลงอย่างน่าใจหายเลยแฮะ แต่ก่อนรู้สึกว่าแปล อังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ก็โอเคทั้งคู่ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมั่นใจที่จะแปล ไทย-อังกฤษเท่าไรเลย สงสัยไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษเลยหมู่นี้ งานแปล ไทย-อังกฤษ ก็ไม่ค่อยมีมา สงสัยคนจ้างเข็ดขยาด (ฮา) แต่ก่อนยังได้เขียนฟิคภาษาอังกฤษมั่ง ไรมั่ง (ใช่ว่าแปล อังกฤษ-ไทย จะมั่นใจหรอกนะ) เดี๋ยวนี้ไรอารมณ์เขียน อย่าว่าแต่ฟิคอังกฤษเลย ฟิคไทยยังบ่ได้แตะ
มีใครสนใจแบ่งงานไปมะเคอะ? เรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการลงทุนในจีน ถ้าพอมีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์อยู่บ้างก็น่าจะทำได้ คงมีคนอีกมากมายที่ทำได้ดีกว่าเรา T^T (แล้วนี่ตรูถามไผอยู่ ฮ่าๆๆ)
ตรูอยากพักมั่งง่า~ อยากได้ตังค์ใช้ก็อยาก แต่ขอเวลาหยุดพักนานๆหน่อยได้ไหมมมม~ *ครวญเป็นเพลง* (เออ บ่นมากๆเข้า ถ้าไม่มีงานเข้ามาเลย เดี๋ยวก็รู้สึก)
~*~ ติ๊ ง...คั่ น ร า ย ก า ร~*~
วันนี้ได้ไปดู The President's Barber มา ประทับใจทีเดียว คงมี spoiler อยู่บ้างเล็กน้อยในช่วงต้นเรื่องเพราะต้องเล่าบ้างพอเป็นกระสัย ถ้าใครจะไปดูไม่อยากรู้เนื้อเรื่องก็อย่าเลื่อนลงไปด้วย แต่ถ้าใครอยากรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร ก็ลองอ่านดูได้ อยากโปรโมทเรื่องนี้นิดหน่อยเท่านั้นล่ะ ^^
S
P
O
I
L
E
R
The President's Barber เป็นหนังเกาหลี ดำเนินเรื่องในช่วงทศวรรษที่ 1960และ 1970 ซึ่งเป็นยุคที่เกาหลีใต้มีความผันผวนทางการเมืองอย่างมาก เรื่องราวนั้นเกี่ยวกับชีวิตของช่างตัดผมคนหนึ่งชื่อ ซุงฮันโม ผู้เปิดร้านอยู่ใกล้ทำเนียบรัฐบาล ความภาคภูมิใจของร้านนี้จึงมีที่มาจากการเป็นร้านตัดผมแถวทำเนียบรัฐบาลนั่นเอง ต่อมามีเหตุให้เขาต้องมีส่วนเข้าไปพัวพันกับการฉ้อโกงการเลือกตั้งประธานาธิบดี ทำให้ประธานาธิบดีซุงมันรีได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง ภรรยาของฮันโมซึ่งกำลังตั้งท้องอยู่นั้น หะแรกตั้งใจจะไม่เอาลูกไว้เพราะอยากจะกลับบ้านเกิดไปทำงานเก็บเงินอีกซักพัก ทว่า ฮันโมผู้ได้รับรู้กฎหมายฉบับใหม่ที่ประกาศใช้หมาดๆ คือ กฎหมาย 5 เดือน (ห้ามมิให้มีการทำแท้งตัวอ่อนของทารกที่มีอายุตั้งแต่ 5 เดือนขึ้นไปในครรภ์มารดาเพราะให้ถือว่าตัวอ่อนของทารกอายุ 5 เดือนมีสถานภาพเป็นมนุษย์แล้ว) ทำให้ภรรยาของเขาต้องคลอดลูกคนนี้ ลูกชายของเขาเกิดในวันที่มีการปฏิวัติรัฐบาลโดยกลุ่มนักศึกษาพอดิบพอดี เขาและภรรยาต้องฝ่าขบวนการปฏิวัติออกไปยังโรงพยาบาล แต่ลูกชายก็ถือกำเนิดมาได้อย่างปลอดภัยและได้ชื่อว่า "นักอัน" ซึ่งครูหมอที่ตั้งชื่อให้บอกว่า คนที่ใช้ชื่อนี้แม้จะไม่ได้ร่ำรวยเป็นใหญ่เป็นโต แต่ก็จะมีอายุยืนยาว อยู่รอดอย่างสบายและปลอดภัย
การปฏิวัติครั้งนั้นทำให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลเกาหลีใต้เป็นชุดใหม่ นำโดยประธานาธิบดีปักจุงฮี หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว และครอบครัวก็คงมีความสุขดีอยู่หรอก หากไม่เป็นเพราะว่าวันหนึ่ง ได้รับการเรียกตัวให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นช่างตัดผมให้กับประธานาธิบดี!!
จากการเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ของ ทำให้ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนในละแวกนั้นที่ได้รับรู้เกียรติยศนี้ต่างพากันปลื้มปิติและยินดีไปกับเขา แต่ใครจะรู้เล่าว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต แม้จะทำให้เขาได้พานพบประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยจินตนาการถึง กลับนำพาให้ตัวเขาต้องเข้าไปอยู่ท่ามกลางมรสุมการแก่งแย่งชิงดีทางการเมือง คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายเกินไปกว่าความอึดอัดคับข้องใจของผู้อยู่ในฐานะต่ำต้อยกว่า หากว่าลูกชายตัวน้อยของเขาไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับจากเกาหลีเหนือ!!
หยุดไว้แค่นี้ละกัน
สาเหตุหนึ่งที่ชอบเรื่องนี้เพราะปกติหนังเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมักจะมีตัวเอกเป็นผู้มีอำนาจทางการเมืองหรือตัวเอกที่แม้จะไม่มีอำนาจทางการเมืองในตอนแรกก็จะผันตัวเองไปเป็นผู้มีอำนาจในที่สุด แต่ในเรื่องนี้ตัวเอกเป็นคนธรรมด๊าธรรมดาจริงๆที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ธรรมดาตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งที่จริงๆก็ไม่ได้อยากจะเข้าไปเกี่ยวข้องซักเท่าไร และสะท้อนให้เห็นถึงการกดขี่+เหยียดหยามของชนชั้นปกครองต่อคนธรรมดาสามัญ รวมทั้งประชาชนบริสุทธิ์ที่ต้องเดือดร้อนจากความต้องการสร้างผลงานของข้าราชการบางราย ส่วนอีกสาเหตุที่ชอบก็เพราะมันคือแนวดราม่านั่นแหละ เรื่องนี้ทำให้เราน้ำตาซึมอยู่หลายฉาก ไม่ถึงกับบีบคั้นหัวใจหรือทำให้น้ำตาร่วงเผาะๆขนาดนั้น แต่มันก็ซาบซึ้งทีเดียว แล้วก็ไม่เครียดมากเกินไป เพราะมีมุขตลกน่ารักๆแทรกอยู่ตลอดทั้งเรื่อง รู้สึกดีที่ได้ไปดูวันนี้ ทำให้ได้เปิดหูเปิดตาอะไรอีกหลายเรื่องด้วย โดยเฉพาะการเมืองในเกาหลีใต้ยุคนั้น ซึ่งไม่ค่อยเคยรู้เรื่องการเมืองเกาหลีใต้เท่าไหร่ ถ้าของญี่ปุ่นยังเคยอ่านผ่านตามาบ้าง
ใครที่เบื่อหนังฮอลลีวู้ดแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็แนะนำให้ลองให้โอกาสเรื่องนี้ดู ใครสนใจไปดูได้ที่โรงหนังลิโด้ 1 ไม่แน่ใจว่าหนังจะอยู่นานแค่ไหน เพราะถ้าขายไม่ดีก็คงอยู่ไม่นาน อยากดูรีบๆไปดูซะนะ ^^ ว่าแต่เราเป็นคนเล่าเรื่องไม่เก่ง แทนที่จะได้โปรโมทให้เขา กลับจะได้ทำให้คนไม่อยากไปดูแทนรึเปล่าหนอ ^^;;
~*~ ติ๊ ง...คั่ น ร า ย ก า ร~*~
กำลังรอดีวีดี Nobody Knows ออกอยู่ อยากดูแบบซับ รอแอนิเมชั่นเรื่องใหม่ของสตูดิโอจิบลิด้วย ไม่รู้เมืองไทยจะมีใครเอาเข้ามาฉายรึเปล่า ช่วงนี้หนังฮอลลีวู้ดไม่ค่อยมีอะไรน่าดูเลย ไม่ค่อยชอบดูหนังแนวคริสต์มาสซะด้วย ดูแล้วมันก็เหมือนจะอบอุ่นดี แต่ไม่หลงเหลือความประทับใจหรือรู้สึกว่าไม่ค่อยได้อะไรตอนเดินออกจากโรงซะงั้น ก็มันมีแต่แนวเดิมๆอ่ะ เหมือนจะมีกำหนดแนวไว้แล้วว่าถ้าเป็นหนังเกี่ยวกับคริสต์มาส รูปแบบมันก็จะประมาณนี้นะ เลยรู้สึกว่าดูเรื่องไหนก็เหมือนๆกันไปโม้ด ใครคิดว่าเคยดูหนังเกี่ยวกับคริสต์มาสที่แหวกแนว ไม่ซ้ำใคร ยกเว้น Nightmare Before Christmas กับอีกเรื่องที่จำชื่อไม่ได้ แต่เกี่ยวกับชายที่เดินทางไปยังอดีต ปัจจุบัน และอนาคตนะ เพราะสองเรื่องนี้ดูแล้ว
~*~ ติ๊ ง...คั่ น ร า ย ก า ร~*~
สุดท้ายแล้ว ตอนนี้รอคุณไปรษณีย์อย่างใจดจดใจจ่อ อยากรู้ผลสอบ EJU ใจจะขาด รู้อยู่แล้วคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ชัวร์ (มั่นใจสุดๆหลังสอบเลขเสร็จ -_-;;) ถ้าไม่มีปาฎิหารย์ก็คงแห้วอีกตามระเบียบ แต่ยังไงก็อดลุ้นไม่ได้เน้อ
เฮ้อ วันนี้เขียนซะยาวเชียว หมู่นี้ขยันเขียนบล็อกแฮะ ไปทำงานแล้วดีกว่า