Movies-in-memory

ไม่มีเวลาไปดูหนังในโรงมาได้หลายเดือนแล้ว แต่ในที่สุดเมื่อวันเสาร์ก็ได้ไปดู Nana the Movie ที่โรงเสียทีค่ะหลังจากอยากดูมานาน ส่วน Harry Potter and the Goblet of Fire ไม่ได้กระตือรือร้นอยากดูมากเท่าไหร่ จริงๆเทรลเลอร์น่าสนใจอยู่ แต่เนื่องจากผิดหวังกับ Harry Potter and the Prisoner of Azkaban อย่างแรงก็เลยไม่ได้กระตือรือร้นอยากรีบร้อนไปดูมากมายนัก แต่พอดีที่บ้านจะไปดู ก็เลยได้ติดสอยห้อยไปดูเร็วตามไปด้วย

ความเห็นต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคลล้วนๆค่ะ

เริ่มจาก Nana the Movie ก่อน
- เรียกได้ว่านานะและฮาจิกระโดดออกมาจากหนังสือการ์ตูน มิกะแสดงเป็นนานะที่สวย คม เข้ม ห้าว ออกมาได้ดีเชียวล่ะ คนแสดงเป็นฮาจิ (ลืมชื่อแฮะ) แสดงได้ง้องแง้งน่ารักมากเลย ได้อิมเมจมากๆ ชอบเวลาเขาคลี่ยิ้มกว้างๆจัง
- Cast ตัวละครชายที่เห็นแล้วต้องร้อง "เอ่อ...อ่า..." ในตอนแรกยกเว้นยาสุที่เห็นว่าเข้าแก๊บตั้งแต่ตอน Cast ปรากฎว่าแต่ละคนแสดงออกมาได้อิมเมจทีเดียว เรนนี่เราว่าโอเคเลยนะ อารมณ์ได้เลย ส่วนชินที่ดู...ผู้ใหญ่เกินกว่าจะเป็นชิน พอดูๆไปแล้วเขาเป็นคนที่ผิวหน้าละเอียดและดูใสนะ พอจะกล้อมแกล้มเป็นเด็กหนุ่มได้ ถึงจะไม่ค่อยได้อารมณ์น่ารักเหมือนลูกแมวเหมือนชิน แต่เราว่าก็ไม่ได้เลวร้ายหรอกนะ
- ไหงไปดูที่โรงแล้วประทับใจกว่าดูที่โหลดมา ไปดูหนังที่โรงนี่ให้ความรู้สึกดีกว่าดูหนังในหน้าจอโน้ตบุ๊คเล็กๆจริงๆด้วยสินะ
- คุณภาพของระบบเสียงนี่มีผลกับหนังจริงๆ โดยเฉพาะหนังเกี่ยวกับดนตรีอย่างนานะ ตอนโหลดมาดู ไม่ค่อยประทับใจเสียงของมิกะมากเท่าไหร่ แต่พอไปดูที่โรงแล้ว เสียงทรงพลังและเสียดแทงใช้ได้ทีเดียว ส่วนยูนะนี่ พอไปดูที่โรงเลยยิ่งประทับใจเสียงของเธอและเพลง Endless Story มากขึ้นอีก คุณภาพคับจอจริงๆ ส่วนฝีมือการแสดงของเธอคงต้องรอพิสูจน์ในภาค 2 เพราะภาคนี้เธอออมาร้องเพลงและพูดแค่ประโยคเดียวจริงๆ
- เพลงบรรเลงประกอบฉากต่างๆเพราะดี
- ชอบฉากที่ทาคุมิเจอกับฮาจิครั้งแรกเป็นพิเศษพอดีว่าชอบคู่นี้น่ะ >w< ขำที่คนพร้อมใจกันร้องกับถอนหายใจด้วยความชอบใจกันเกือบทั้งโรงตรงฉากนี้จริงๆคนเล่นทาคุมิก็ไม่ได้ดูดีเท่าในหนังสือ แต่เราว่าก็โอเคนะ
- Subtitle แอบขึ้นเร็วไปบ้าง ขึ้นแบบขาดๆเกินๆบ้าง ลำดับ Subtitle ก็สำคัญนะ เพราะมันส่งผลถึงอารมณ์ของเนื้อเรื่องโดยเฉพาะคนที่ไม่กระดิกภาษาที่ใช้ในหนังเรื่องนั้นๆเลยแต่โดยรวมก็แปลออกมาได้ดีเชียวล่ะ
- ยังรู้สึกขัดใจอยู่ดีกับการที่หนังมีรายละเอียดแตกต่างไปจากหนังสือการ์ตูน เช่น มิซาโตะหรือครอบครัวของฮาจิ
- หนังยังแสดงอารมณ์ของฉบับหนังสือการ์ตูนขาดๆไปอยู่บ้าง เช่น ความสัมพันธ์ของโชจิกับฮาจิ
- ไม่ค่อยถูกใจการเล่นมุมกล้องกับแพนกล้องของหนังเท่าไหร่ บางฉากที่เน้นอารมณ์ พอแพนกล้องแบบเอื่อยๆจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง เราว่ามันทำให้อารมณ์หดหายยังไงไม่รู้แหะ
- โดยรวมก็ชอบล่ะนะ แต่ก็ยังรู้สึกอยากให้คนจะไปดูอ่านหนังสือการ์ตูนก่อนไปดูอยู่ดี
- ความเซ็งส่วนบุคคล: วันนั้นไปดูเจอผีที่พบเห็นกันบ่อยๆในโรงหนังทั้งหมด 4 ประเภท จำไม่ได้แล้วว่าเขาตั้งชื่อไว้ว่าอะไรมั่งใน Fwd mail ที่เคยเห็น ที่เราเจอก็ประมาณ
*ผีเจาะปากมาพูด: คุยกันเป็นระยะๆตลอดทั้งเรื่อง อยากคุยกับเพื่อนขนาดนั้นก็รอดู DVD หรือ VCD ออกแล้วค่อยไปดูอยู่บ้านตัวเองสิคุณ ตอนต้นๆเรื่องหันไปทำเสียงชู่วใส่ทีหนึ่งนะ ไม่รู้ไม่สนใจหรือไม่ได้ยินกันแน่ ดูไปอีกซักพักยังไม่หยุด ว่าจะหันไปต่อว่าตรงๆแล้ว แต่รอดูไปอีกซักพักว่าจะเงียบมั้ย ดูไปดูมาชักรู้สึกว่า ถ้าตัวเองมานั่งพะวงกับเรื่องนี้ จิตใจก็ขุ่นมัวจนพาลดูไม่สนุกไปด้วยเสียเปล่าๆ แล้วไม่รู้ด้วยว่าหันไปต่อว่าพวกนั้นจะทำให้คนอื่นเสียอารมณ์ไปด้วยรึเปล่า สุดท้ายก็เอาฟะ ดูๆไป พยายามตัดเสียงดี๊ด๊าของพวกหล่อนไปออกไปจากสมอง
*ผีอวดรู้: สปอยล์ล่วงหน้าว่าเดี๋ยวใครออก เราไม่เป็นไรหรอกเพราะอ่านมาแล้ว แต่ไม่อยากให้อรรถรสของหนังเสียไปสำหรับคนไม่ได้อ่าน แถมยังนั่งกรี๊ดรอทาคุมิออกโรงตั้งแต่ต้นเรื่องอีก ไม่เลิกซะที
*ผีมือถือ: รวยเนอะ จ่ายเงินค่าตั๋วหนังเพื่อเข้ามาคุยโทรศัพท์ เจอสองตน รายหนึ่งก็คุยซะนาน ดีว่าเสียงเบาหน่อยอีกรายหนึ่งก็พอเข้าใจนะว่านัดเพื่อนไว้อะไรของเขานั่นแหละ แต่รีบคุยรีบวางไม่ได้รึไง?ถามอยู่นั่นว่า อ้าว ตอนนี้อยู่ไหน อยู่กับใคร คุยเสียงดังอีกต่างหาก ไม่ใช่แค่รอบเดียวด้วย สองรอบ ส่งเมสเสจสิคะคุณ
*ผีขนม: เสียงถุงดังกรอบแกรบดังมาเป็นระยะ อันนี้เราไม่ซีเรียสเท่าไหร่หรอกหากว่าผีตนนี้จะไม่บังเอิญรวมร่างอยู่กับผีสองประเภทแรกล่ะก็นะ ผี 3 ตนในคน 2 ร่าง ทำไปได้
*ซวยซ้ำซ้อนเมื่อผีทั้งหมดนี้มารวมตัวสิงอยู่ในแถวถัดจากเราไปแถวหนึ่งด้านหลังเนี่ยแหละ
(พอดีเราไม่ชอบคนไร้มารยาทน่ะ กะแค่มารยาทพื้นฐานในโรงหนังยังทำไม่ได้เลยเนี่ยนะ?)

Harry Potter and the Goblet of Fire
- เราไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกต่อไปนี้
*ช่วงหลังๆเราเริ่มเบื่อและเฉยชากับหนังสือชุดนี้ แต่ยังคงจะอ่านเล่ม 7 ต่อไปเพียงเพื่อจะได้อ่านมันให้จบๆ ไหนๆก็เหลืออีกแค่เล่มเดียว
*หนัง Harry Potter and the Prisoner of Azkaban ทำให้เราผิดหวังอย่างรุนแรง ถึงแม้เทรลเลอร์ของ Harry Potter and the Goblet of Fire จะทำให้เราสนใจ แต่เราก็ไม่อยากคาดหวังมากเกินไป เลยไปดูด้วยความรู้สึกกึ่งอยากดูกึ่งไม่ได้อยากดู
- แต่กลายเป็นว่าหนังเรื่องนี้ทำให้เราประทับใจอย่างน่าอัศจรรย์
- หนังถ่ายทอดความลึกลับ ความคลุมเครือความน่าพรั่นพรึงหวาดหวั่น ความหมองหม่นและภัยที่คุกคามชีวิตของแฮร์รี่ออกมาได้เป็นอย่างดีและไปในโทนเดียวกันและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตลอดทั้งเรื่อง เนื้อเรื่องจะสลับกันไปมาระหว่างโหมดลุ้นระทึกกับโหมดขบขัน เรียกว่ามีอะไรให้สนุกอยู่ตลอด ไม่มีจุดไหนของหนังที่ทำให้เราเบื่อเลย ทั้งที่รู้เนื้อเรื่องอยู่แล้ว แต่หนังก็ยังทำให้เราลุ้นได้ตลอดทั้งเรื่อง
- จุดที่ประทับใจมากๆคือเพลงประกอบอันทรงพลังของภาคนี้ ดนตรีประกอบฉากทุกฉากได้อารมณ์และส่งเสริมเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดีจนเรารู้สึกว่าสีสันของหนังเรื่องนี้จะขาดหายไปถนัดใจถ้าไม่มีดนตรีเหล่านี้ เดี๋ยวต้องไปจำชื่อคนแต่งเพลงไว้หน่อย ไม่รู้คนเดิมแต่งทุกภาครึเปล่า ทำไมรู้สึกว่าภาคนี้มันแจ่มเป็นพิเศษอยากซื้อซีดีซาวด์แทรกมาเก็บไว้เหมือนกัน
- สำหรับเวทย์มนต์ในภาคนี้...แบบนี้สิเขาถึงจะเรียกว่าเวทย์มนต์!! ทำได้น่าตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง ทั้งในควิชดิชเวิร์ลคัพ การมาเยือนและเปิดตัวของนักเรียนโรงเรียนอื่นความมืดมนของเนื้อเรื่องไม่จำเป็นต้องทำให้เวทย์มนต์จืดจางหรือเหี่ยวเฉาตามไปด้วยเหมือนภาคที่แล้วไม่ใช่หรือ?ยังอยากบ้ากับเวทย์มนต์ฝาชีในภาคที่แล้วอยู่เลย
- แอ็คชั่นทำได้อลังการและต่อเนื่องดี กราฟฟิคต่างๆสวยงามดี ตอนประลองไตรเวทย์ภาคีแจ่มไม่เบา
- ฉากเผชิญหน้ากับภยันตรายต่างๆมีอะไรให้ได้ลุ้นบ้าง ไม่ใช่แป๊บๆจบ แป๊บๆจบ ดูง่ายดายจนเกินไปเหมือนภาคก่อนๆ
- ปกติแล้วแฮร์รี่เป็นตัวละครที่ทำให้เรารำคาญมาตั้งแต่ตอนได้อ่านหนังสือช่วงแรกๆ จนถึงปัจจุบันก็ยังคงรำคาญตัวละครตัวนี้ไม่เปลี่ยน แต่ปรากฎว่าหนังแฮร์รี่ภาคนี้ทำให้เรารู้สึกสงสารและเห็นใจแฮร์รี่ไปตลอดทั้งเรื่องอย่างไม่น่าเชื่อ O_o;;; อาจจะเพราะแฮร์รี่ในหนังไม่ค่อยทำตัวอวดดีและหัวเสียมากนักก็ได้
- แดเนียลแสดงได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะอารมณ์หวาดกลัว หวาดหวั่น
- รูเพิร์ตยังคงแสดงเป็นรอนได้อย่างสมบทบาท จังหวะจะโคนนิ้งจริงๆ ยังไงก็ชอบพ่อหนุ่มคนนี้เสียจริงๆ
- เอมม่า เธอ...โอเวอร์แอ็คชั่นมากไปหน่อย เน้นการพูดให้ชัดถ้อยชัดคำและเสียงให้ฟังดูไพเราะมากเกินไปยังไงก็ไม่รู้จนรู้สึกถึงความตั้งใจแบบไม่เป็นธรรมชาติจนเกินไป บางเวลารู้สึกเหมือเธอแสดงเป็นเอมม่า ไม่ใช่เฮอร์ไมโอนี่ แต่เธอก็ยังคงน่ารักอยู่ดี แม้ว่าเธอออกจะสวยเกินหน้าเกินตาเฟลอร์กับโช(ที่ตามท้องเรื่องน่าจะสวยกว่าเธอ)ไปเสียหน่อย แต่คนเล่นเป็นเฟลอร์กับโชเราว่าก็ไม่เลวหรอกนะ
- แต่เหล่าวีล่าจากบัวร์นาตงยังไม่ค่อยให้ความรู้สึกวีล่าซักเท่าไหร่แฮะ
- ริต้า สกีตเตอร์ เด็ดดวงถึงใจ กระโดดออกมาจากหนังสือเลย
- แม้ดอาย มูดดี้ก็เล่นได้ดีไม่เบาเชียวล่ะ
- แต่ดาราเอกสุดๆของภาคนี้ เราขอยกให้เฟรดกับจอร์จ ทะเล้นและแสบถึงกึ๋นจริงๆพ่อคุณเอ๋ยยยย XD;;;
- การเชื่อมต่อฉากรู้สึกว่าสะดุดบ้างเล็กน้อยเพราะบางฉากเหมือนจะทำให้ผู้ชมคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไรๆของเนื้อเรื่องช่วงนั้นต่อจากนั้นอีก แต่แค่ยิบย่อยนิดเดียวจริงๆ โดยรวมแล้วทำได้ดีมาก
- นึกจุดที่ขัดอกขัดใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ไม่ออกแฮะ เลยไม่รู้จะวิจารณ์ข้อเสียยังไง
- จุดไม่ถูกใจไม่ได้เกี่ยวกับตัวหนังโดยตรงแต่อยู่ตรงซับไตเติ้ล พอดีว่าเราไม่เคยชอบผลงานการแปลของผู้แปลท่านนี้เลย แต่คุณเขาได้แปลหนังฟอร์มใหญ่ๆเสียเกือบหมดเลยมั้ง
- ปกติเราจำชื่อผู้กำกับไม่ค่อยได้หรอก จำได้น้อยคนจริงๆ ความจำเรื่องชื่อคนของเราค่อนไปในทางแย่ ฮะๆๆ แต่ Mike Newell ทำให้เราจดจำชื่อนี้ไว้และชื่นชมเขา พอไปเช็คดูก็พบว่าเราไม่เคยดูหนังที่เขากำกับซักเรื่องแฮะ ส่วน Alfonso Cuaronจาก HP ภาคที่แล้วก็ทำให้เราจดจำชื่อเขาได้เช่นกัน แต่ในทางตรงกันข้ามนะ
- หนังภาคนี้เป็นภาคที่เราชอบที่สุดจากทั้งหมด 4 ภาค (อาจจะลำเอียงหน่อยๆก็ได้ เพราะภาคหนังสือเราก็ชอบเล่ม 3 กับ 4 มากที่สุดเช่นกัน)
- เราไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของแฮร์รี่ จำไม่ค่อยได้หรอกว่าหนังตัดรายละเอียดอะไรในหนังสือ ไม่ได้ย้อนอ่านเล่มก่อนๆนานแล้วด้วย แต่เราพอใจที่เขาเก็บรายละเอียดฉากสำคัญต่างๆออกมาได้ดี อย่างว่า ถ้าจะให้ครบทุกรายละเอียด 3 ชั่วโมงก็เอาไม่อยู่
- ปัญหาสำหรับเราคือหนังภาคต่อไปจะดึงดูดใจเราได้มากแค่ไหน ในเมื่อหนังสือตั้งแต่เล่ม 5 เป็นต้นไปนี่ล่ะที่ทำให้เราเริ่มเบื่อหนังสือชุดนี้

เป็นหนึ่งวันที่หมดไปกับการกินข้าวข้างนอกสองรอบและดูหนังสองเรื่องจริงๆค่ะ ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ระหว่างวันสนุกเสร็จ สิ้นวันก็แอบเศร้าที่หมดไปอีกวันแต่งานไม่เดินเท่าไหร่

หลังจากนี้ก็รอดูนาร์เนียที่จะเข้าฉายปลายปีนี้จริงๆช่วงนี้อยากไปดู Lord of War ด้วย แต่ไม่รู้จะอยู่ฉายในโรงไปอีกนานแค่ไหน แค่นี้หลายเรื่องก็โดนแฮร์รี่เบียดตกจอไปเสียแล้ว =_=;;;