2008/Mar/03

 
สวัสดีค่ะ นานน้านทีขอแหวกออกนอกเรื่อง Death Note ซักครั้ง (สำหรับคนที่ตามอ่านบลอกเพราะจะตามข่าวหรือบทแปลข้อมูลเกี่ยวกับ Death Note ไม่ต้องห่วงค่ะ ยังไม่คิดร้างลาเหินห่าง Death Note ไปไหนแน่ ^^)  

พอดีว่าช่วงนี้กำลังอิ๊อ๊างการ์ตูนเรื่องนี้มากและบวกกับว่าเรื่องนี้กำลังจะถูกทำเป็นอนิเมแล้ว ก็เลยถือโอกาสมาแนะนำการ์ตูนที่เรียกว่าน่าจะค่อนข้างจะอยู่ในหลืบพอสมควรสำหรับคนไทย เพราะที่เมืองไทยเคยมีแปลแค่ตอนสั้นนำร่องเสริมอยู่ในเรื่อง Wild Cats นั่นเอง แต่สำหรับแฟนๆของอาจารย์ชิมิซึ เรย์โกะ น่าจะรู้ัจักกันดีหรืออย่างน้อยก็น่าจะเคยได้ยินชื่อผ่านหูกันบ้าง (แถวๆนี้มีแฟนงาน อ.ชิมิซึ อยู่บ้างมั้ยหนอ)

ใช่แล้วค่ะ การ์ตูนเรื่องที่อยากจะนำมาแนะนำในวันนี้ก็คือ Himitsu - The Top Secret ค่ะ ^^


Title: Himitsu: The Top Secret
Author: Shimizu Reiko
(ผลงานที่ผ่านมา อาทิเช่น Kaguya Hime, Moon Child, Milky Way, Magic, 22xx)


เนื้อเรื่องย่อ

คนเราทุกคนต่างมีความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจและไม่ต้องการให้ผู้ใดล่วงรู้ ความลับบางอย่างนั้น เราอาจจะอยากเก็บไว้กับตัวเองเพียงลำพังไปจนวันตาย แต่ถ้าหากว่าในอนาคตอีกหลายสิบปีข้างหน้า มีเทคโนโลยีที่สามารถเรียกดูความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในสมองของคนเราขณะยังมีชีวิตอยู่ได้แม้ว่าเราจะตายไปแล้วก็ตามล่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้น?

เรื่องราวเปิดฉากขึ้นในปี ค.ศ. 2060 ณ หน่วยนิติเวชที่ 9 แห่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ของกรมตำรวจ ซึ่งเรียกกันในชื่อเล่นว่า หน่วย 9 โดยหน่วยนี้ทำการไขคดีหินๆโดยอาศัยเทคโนโลยีเรียกดูภาพความทรงจำขณะยังมีชีวิตอยู่ออกมาจากความทรงจำที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในสมองของเหยื่อฆาตกรรมด้วยการแสกน MRI การสืบสวนคดีด้วยวิธีนี้ได้รับการต่อต้านจากองค์กรสิทธิมนุษยชนเนื่องด้วยเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ทว่าก็มีเสียงเรียกร้องจากสาธารณชนว่าคดีฆาตกรรมอุกฉกรรจ์และคดีฆาตกรรมวิปริตผิดมนุษย์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในญีี่ปุ่น ณ เวลานั้น มีเพียงการสืบสวนด้วย MRI เท่านั้นจึงจะสามารถจัดการได้ หน่วย 9 เป็นเพียงหน่วยเดียวที่สืบสวนคดีด้วยวิธีนี้

แต่ในการเข้าไปพัวพันกับงานสืบสวนนั้น เหล่าเจ้าหน้าที่สืบสวนก็ต้องแลกมันด้วยอะไรบางอย่าง นั่นก็คือ ทั้งภาพติดตาและผลกระทบทางจิตใจที่จะเกิดขึ้นหลังสืบสวนแต่ละคดีจบลง นั่นก็เพราะคดีแต่ละคดีที่ผันผ่านเข้ามาในหน่วย 9 ล้วนแล้วแต่เป็นคดีอุกฉกรรจ์หรือคดีวิปริตวิตถารที่ต้องอาศัยการแสกนสมองของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด แม้ว่าคดีจะสิ้นสุดไปแล้วก็ตาม การแสกนสมองของฆาตกรโรคจิตเพื่อทำบันทึกและรายงานเก็บเอาไว้ก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อศึกษารูปคดีและเหตุจูงใจของฆาตกร ภาพที่เห็นในสมองของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายหรือฆาตกรย่อมไม่ใช่ภาพปกติทั่วไปอย่างแน่นอน เป็นสาเหตุหนึ่งให้หน่วย 9 มีเจ้าหน้าที่หมุนเวียนเป็นว่าเล่นเนื่องจากคนที่จะสามารถทนรับภาพอันน่าสยดสยองเหล่านั้นและผลกระทบทางจิตใจที่จะตามมาได้มีจำนวนจำกัดยิ่ง อีกประการหนึ่ง แม้จะจำเป็นต่อการสืบสวนก็ตาม แต่ความรู้สึกผิดบาปที่เข้าไปแอบดูเรื่องส่วนตัวอันเป็นความลับในสมองของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวนั้นก็ยังคงเป็นเงาตามหลอกหลอนตลอดเวลา ผลงานเรื่องนี้มีความแปลกใหม่ตรงการแสดงให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานของเหล่าเจ้าหน้าที่สืบสวนที่จำต้องรู้ความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจผู้คนเข้า


แนะนำตัวละคร





มากิ ทสึโยชิ

มีตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจและเป็นหัวหน้าหน่วย 9 เป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียว มีกิตติศัพท์ร่ำลือว่าแม้แต่เด็กยังต้องหยุดร้องไห้ ใบหน้าอ่อนเยาว์และร่างกายที่มีขนาดเล็กเหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่นทำให้น่าสงสัยว่าตกลงแล้วมากิอายุเท่าไหร่กันแน่ เป็นคนจริงจังกับงานมากและเข้มงวดกับลูกน้อง เหตุผลของสมาชิกห้องวิจัยแห่งนี้ที่โอนย้ายออกไปจำนวนครึ่งหนึ่งเป็นเพราะความคิดเห็นขัดแย้งกับมากิ ปกติเป็นคนสุขุมเยือกเย็นแต่ก็แสดงความดุดันและอารมณ์ความรู้สึกให้เห็นเช่นกัน เป็นคนปากร้ายหากเนื้อแท้แล้วมีความอ่อนโยนในแบบของตัวเองแฝงอยู่ มักจะเป็นผู้คอยเตือนสติเวลาคนรอบข้างทำอะไรบุ่มบ่าม ลึกๆแล้วจะเป็นห่วงและใจอ่อนกับอาโอกิที่มีอะไรหลายอย่างละม้ายคล้ายคลึงกับ สึซึกิ เพื่อนร่วมงานที่ตัวเองเป็นคนยิงตายด้วยมือตนเองเพื่อป้องกันตัว

เนื่องจากเป็นผู้เดียวที่ได้เป็นพยานรู้เห็นความทรงจำในสมองของฆาตกรหรือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่พัวพันกับคดีฆาตกรรมอุกฉรรจ์คดีที่ผ่านมาทั้งหมดของหน่วย 9 มากิจึงไม่ต่างอะไรกับหลักฐานเดินได้ และดูเหมือนจะถูกหมายปองชีวิตด้วยวัตถุประสงค์ที่ขัดแย้งกันเอง 2 ประการ คือ ฆ่ามากิเพื่อล้วงความลับที่แฝงอยู่ในความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในสมอง หรือ ฆ่ามากิ เพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมดนั้นทิ้งไป

ด้วยเหตุนั้นและเหตุการณ์ในอดีตที่เกี่ยวพันกับสึซึกิ มากิจึงใส่เกราะกันกระสุนเอาไว้ตลอดเวลา คำพูดหนึ่งของมากิที่อาโอกิคงไม่มีวันลืมได้ตลอดชีวิตก็คือ "คราวหน้าเวลาจะฆ่าฉัน ให้เล็งตรงนี้" แล้วชี้ไปที่บริเวณสมอง นั่นก็เพื่อป้องกันไม่ให้ใครสามารถเรียกดูความทรงจำที่ผ่านของตนแม้ตัวจะตายไปแล้วก็ตามนั่นเอง




**อ๊าก มากิซังเท่~! >w<


เรียกได้ว่าเป็นตัวละครที่มีปมความขมขื่นในอดีต แบกรับและเก็บกดกับความลับที่บอกให้คนอื่นล่วงรู้ไม่ได้ และเก็บงำความลับเอาไว้มากที่สุดในเรื่อง ซึ่งความลับทั้งหลายจะได้รับการแย้มพรายออกมาทีละเล็กละน้อย

Kurai's Note: นี่ล่ะค่ะ มากิซัง ตัวละครที่กำลังอิ๊อั๊งอยู่ตอนนี้ ได้ใจมากๆ หนุ่มรูปงาม ฉลาดหลักแหลม ปากร้ายแต่อ่อนโยน ขี้แกล้งนิดๆ ภายนอกดูเข้มแข็งแต่ก็เปราะบางไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอย่างที่เห็นภายนอกขนาดนั้น มีปมในอดีตที่เหมือนกับฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอน แล้วยังชอบพูดประโยคเด็ดๆทั้งกระแทกใจและสะท้อนใจออกมาอีก อ๊าก~ จริงๆก็ไม่แปลกใจที่ตัวเองจะหลงมากิซัีง เหมือนกับที่หลง มิลเลอร์ ใน เจ้าหญิงจันทรา (Kaguya Hime) และกิล ใน ลูกชายพระจันทร์ (Moon Child) มาแล้ว ตระกูลหนุ่มหน้าสวยของอาจารย์ชิมิซึนี่ทั้งรูปลักษณ์ทั้งนิสัยสเป็คข้าเจ้าจริงๆให้ตายดิ้น หนึ่งในสเป็คอุเคะข้าเจ้าโดยแท้ หุๆๆ


เรื่องอายุนี่ คุณหมอยูคิโกะยังเรียก "ทสึโยชิคุง" คงไม่ได้อายุมากขนาดนั้นม้าง~ สึซึกิก็่ไม่ได้ดูอายุมากขนาดนั้นนี่นา ไปเปิดดูเจ้าหญิงจันทรา เห็น อ.ชิมิซึบอกว่า อายุมากกว่ามิลเลอร์ 10 ปีขึ้นไป อย่างมากคงแค่เฉียด 30 ไม่ก็ขึ้นเลข 3 ได้แค่เดา ^^;; (แต่ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นอายุ 16 มากค้า มากิซัง~)





อาโอกิ อิคโค

สมาชิกใหม่ของหน่วย 9 เป็นคนซื่อตรง จนถึงกับเซ่อได้ในบางครั้ง มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นสูงจนถึงขั้นบุ่มบ่าม หากติดใจคดีอะไรเข้า อยากจะช่วยใคร หรือมีเหตุการณ์บางอย่างที่ขัดกับคุณธรรมในใจตนเอง ก็จะพุ่งเข้าชนกับคดีหรือกระโจนเข้าหาอันตรายโดยขาดความยั้งคิดได้ ด้วยความเห็นอกเห็นใจนั้นเอง เขาอาจเป็นคนที่ได้รับบาดแผลในใจเพิ่มขึ้นทุกครั้งในแต่ละคดีที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสืืบสวนยิ่งกว่าใครๆก็เป็นได้

แม้จะตกหลุมพรางที่ฝ่ายตรงข้ามวางไว้หรือที่ตัวเองขุดไว้เองอยู่บ่อยๆ แต่ก็เป็นคนที่พึ่งพาได้และมีความสามารถด้านการหาเบาะแสเป็นเลิศ มีความรู้ึสึกว่าตัวเองจะต้องคอยสนับสนุนมากิให้ดี นับว่าเข้าขากับมากิได้ดีทีเดียว แม้จะโดนมากิดุเอาบ่อยๆก็ตาม มิเช่นนั้นมากิผู้มีลักษณะบางอย่างใกล้เคียงกับอาชญากรยิ่งกว่าตำรวจอาจจะตกไปสู่อีกฟากฝั่งหนึ่งก็เป็นได้

Kurai's Note: อา...มีโฉมงามก็ต้องมีอสูรตามสไตล์อาจารย์ชิมิซึ แกจะชอบให้มีตัวละครตัวสูงใหญ่คอยตามประกบตัวละครหนุ่มหน้าสวยอยู่เรื่อย อาโอกินี่ก็ไม่พ้นรับบทที่ว่านั่นแหละ (ถึงโอคาเบะจะมีหน้าตาและรูปร่างเข้าลักษณะอสูรหนักกว่าก็ตาม เหอๆ) เห็นแล้วชวนให้นึกถึง ริต้า ใน ลูกชายพระจันทร์ (Moon Child) และ ซัตทัน ในเจ้าหญิงจันทรา (Kaguya Hime) แม้จะดูซื่อจนเซ่อในบางครั้ง แ่ต่ก็เป็นผู้ชายที่ดี อ่อนโยน และพึ่งพาได้ฮ่ะ




มิโยชิ ยูคิโกะ

แพทย์ชันสูตรศพสาวสวยแห่งหน่วยนิติเวชที่ 1 เป็นเวิร์คกิ้งวูเมิ่นหญิงเหล็กผู้ทุ่มเทกับงานจนไม่มีเวลาให้กับชีวิตส่วนตัวและความรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ สึซึกิ คัตสึฮิโระ คนรักได้ตายจากไป เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยมีความเป็นผู้หญิงเหมือนผู้หญิงทั่วไปเท่าใดนัก ถึงขั้นที่ว่าทำงานเหนื่อยๆแล้วผล็อยหลับไปบนเตียงชันสูตรข้างๆกับศพที่เปลือยอยู่เลยทีเดียว

คุณหมอแกหลับน้ำลายยืดข้างศพกันเลยทีเดียว ตื่นมายังหาวหวอดใหญ่แถมให้อีก XD;;





Kurai's Note: นานๆจะเจอตัวละครผู้หญิงที่สะใจแบบนี้ หญิงแกร่งขนาดนอนข้างศพได้ แหวกแนวมากค่ะ อาจารย์ขา ฮาๆ  


ตัวละครแนะนำหลักๆแค่นี้ละกันค่ะ ที่เหลือเป็นตัวประกอบไม่ก็คนร้ายในแต่ละคดี น่าไปทำความรู้จักตอนอ่านหรือดูจริงมากกว่า ขี้เกียจแนะนำ ฮาๆ


จุดเด่น: เรื่องนี้ก็ยังคงเอกลักษณ์ของ อ.ชิมิซึ เหมือนกับผลงานของแกหลายๆเรื่องที่ผ่านมาค่ะ นั่นก็คือ ความเป็น Sci-fi ผสมผสานกับเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ ชวนให้ทึ่งกับวิทยาศาสตร์ที่อ้างอิงข้อเท็จจริงที่เป็นไปได้ผสมผสานกับจินตนาการของแกอยู่เสมอ นอกจากนี้ เนื้อเรื่องของ อ.ชิมิซึ เดาทางไม่เคยถูกค่ะ แต่ละคดีจบหักมุมเซอร์ไพรส์คนอ่านให้อึ้งกันเป็นประจำ  ไม่ว่าจะเป็นมูลเหตุจูงใจของคนร้ายหรือเบื้องหลังเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด (แอบเสียวจุดจบของมากิซัง อาจารย์แกยิ่งชอบแกล้งตัวละครที่แกชอบอยู่ด้วย TwT) การดำเนินเรื่องเต็มไปด้วยความกดดันและความตึงเครียดต่อข้อเท็จจริงที่ค่อยๆปรากฎ แต่ก็ยังมีแฝงมุขตลกเล็กๆน่ารักบ้างเป็นระยะ (เชื่อสิว่าแกทำให้พวกผู้ชายตัวโตๆในกองสืบสวนดูน่ารักขึ้นมาได้ขนัด ยกเว้นมากิซังที่แค่โผล่มา ความน่ารักก็แผ่ซ่าน หุๆ) ส่วนเรื่องความเป็นดราม่านี่หายห่วง อาจารย์แกถนัดอยู่แล้ว อ่านแล้วสะท้อนในอกเป็นประจำ

ตัวละครผู้หญิงของ อ.ชิมิซึ ถ้าโหด คือ โหดเป็นจริงเป็นจังเอาเรื่องจนน่าขนลุก พวกตัวละครโรคจิตก็จะโรคจิตสุดๆ แต่ด้วยเนื้อเรื่องดราม่าตามสไตล์ที่อาจารย์แกถนัด ก็อดทำให้รู้สึกเห็นใจพวกคนร้ายขึ้นมาบ้างไม่ได้ เพราะจิตใจที่บิดเบี้ยวของคนร้ายบ่อยครั้งก็มักจะเกิดจากปูมหลังที่บิดเบี้ยวนั่นเอง อ่านภูมิหลังของคนร้ายที่อาจารย์แกอธิบายผ่านเรื่องราวเอาไว้แล้วก็ให้รู้สึกว่า อาจจะไม่แปลกที่คนร้ายจะกลายเป็นแบบนี้ (ไอ้พวกที่โรคจิตแบบทำความเข้าใจไม่ได้ก็มีอยู่เหมือนกันล่ะนะ) แต่ก็นั่นล่ะ ในความรู้สึกเรา ต่อให้มีปูมหลังที่บิดเบี้ยวยังไง ฆาตกรรมก็ยังเป็นฆาตกรรมล่ะน้อ ชอบอีกอย่างตรงที่แกแสดงให้เห็นถึงผลกระทบทางจิตใจของตัวละครที่เป็นฝ่ายสืบสวนชัดๆนี่ล่ะค่ะ (ทั้งมากิ อาโอกิ แล้วก็มิโยชิ)

จุดคล้ายคลึงของ อ.ชิมิซึ และ CLAMP ก็คือ มักจะมีทุกระดับพลังแฝงเอาไว้ค่ะ คือ มีทั้งปกติ โชเน็นไอ และโชโจไอ สำหรับเรื่อง Himitsu นี่ก็มีกลิ่นโชเน็นไอโชยอยู่อ่อนๆ (ยัย Kurai จิ้นกระเจิงคู่ สึซึกิ/อาโอกิxมากิ) แต่ถ้าไม่ใช่สาววาย เราว่าก็จะไม่รู้สึกอะไรตรงนั้นเลยค่ะ แม้ลายเส้นจะออกไปทางฝั่งการ์ตูนผู้หญิง แต่ด้านเนื้อหาแล้ว คิดว่าเป็นการ์ูตูนสืบสวนที่อ่านสนุกได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายค่ะ ^^

อาจจะไม่เหมาะกับ
:

(1) คนที่ทนเห็นพวกเครื่องใน สมอง หรือศพคนตายที่โดนชำแหละหรือนอนเลือดอาบไม่ได้ค่ะ จริงๆฉากพวกนี้ก็ไม่ได้มีมากมายนักเมื่อเทียบกับจำนวนหน้าทั้งหมด แม้งานภาพของอาจารย์จะสวย สะอาด แต่บางฉากก็ทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วน ท้องไส้ปั่นป่วนได้ โดยเฉพาะสมองนี่เราจะได้เห็นกันค่อนข้างบ่อย (ก็เรื่องนี้เกี่ยวกับสมองโดยตรงเลยนี่นะ) ทำเอาเราทานข้าวไม่ลงหลังจากเพิ่งหยิบมันมาอ่านหมาดๆเลยทีเดียว แต่ก็น้า คนอื่นอาจจะไม่ถึงขั้นเรา พอดีปกติเรามีภูมิคุ้มกันภาพเครื่องใน สมอง หรือเลือดกระจายต่ำอยู่แล้ว แต่งานของ อ.ชิมิซึ นี่ยกให้ เพราะเป็นแฟนงานอาจารย์อยู่แล้ว และอย่างน้อยอาจารย์ก็ยังวาดมันออกมาได้ดูสวยล่ะนะ แต่ก็ยังไม่ชินอยู่ดี TvT;; (กางอ่านบนรถไฟลำบากชะมัด)

(2) คนที่มีภูมิคุ้มกันความโรคจิตต่ำกับความรุนแรงต่ำ พวกคนร้ายเรื่องนี้โรคจิตจริงๆให้ตายดิ้น อ่านแล้วขนลุกซู่ว่าถ้าไปเจอเข้าจะทำไงเนี่ย การ์ตูนสืบสวนเรื่องนี้เด่นตรงที่ฉายให้เห็นปูมหลังของคนร้ายโดยละเอียดนี่ล่ะค่ะ ทำให้รู้สึกว่าคนร้ายมีมิติ แต่ก็ทำให้สัมผัสได้ถึงจิตใจอันบิดเบี้ยวของคนร้ายได้เต็มๆด้วย อีกอย่าง คดีแต่ละคดีค่อนข้างมีความรุนแรงสูง เป็นคดีอุกฉกรรจ์ล้วนๆ มีตั้งแต่การฆ่าชำแหละเด็ก ความรุนแรงภายในครอบครัว นักสะสมชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ ฆาตกรเด็กวัยรุ่น ฯลฯ เพราะหน่วยสืบสวนที่ 9 จะได้รับแต่งานสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์ประเภทนี้ทั้งนั้นล่ะน้อ


ข้อมูลฉบับหนังสือการ์ตูน

Title: Himitsu: The Top Secret
Author: Shimizu Reiko
Publisher: Jets Comics
Genre: สืบสวน, Sci-fi, เขย่าขวัญ

ISBN:
- Vol. 1: 4592132343 (10 หลัก), 978-4592132349 (13 หลัก)
- Vol. 2: 4592132351 (10 หลัก), 978-4592132356 (13 หลัก)
- Vol. 3: 459213236X (10 หลัก), 978-4592132363 (13 หลัก)
- Vol. 4: 4592132378 (10 หลัก), 978-4592132370 (13 หลัก)


หน้าปกเล่ม 1-4



ปัจจุบันเป็นซีรี่ยส์เรื่องยาวลงต่อเนื่องอยู่ในนิตยสาร Melody (メロディ) ใีนเครือ Hakusensha ค่ะ



**
เห็นว่าบงกชซื้อลิขสิทธิ์ไปแล้ว จะออกเล่ม 1 เดือนมีนาคมนี้แล้วด้วย ใครสนใจก็หาอ่านได้ตามแผงเลยค่ะ**


ตอนแรกจะเป็นตอนสั้นนำร่อง ส่วนเรื่องหลักที่กลายเป็นเรื่องยาวจริงๆจะอยู่ตั้งแต่ตอนที่ 2 เป็นต้นไปค่ะ ^^ (ตอนแรกมากิซังยังไม่ออกโรง แต่แมธธิวก็อั๊งได้ใจ เคี้ยก)

ได้ข่าวว่าฉบับมังหงะขาดตลาดอยู่เหมือนกันในญี่่ปุ่น เผลอส่งเล่ม 2 กับ 3 กลับเมืองไทยไป พอเล่ม 4 ออก เกิดอยากอ่านเล่มก่อนๆขึ้นมาอีกรอบ ต้องวิ่งไปซื้อ แต่กว่าจะหาซื้อได้ ฮ่วย~ =_=;; ไปดูอเมซอนอีกที เล่ม  4 ก็ขาดสต็อกอีก เพิ่งออกนะ มันอะไรกันเนี่ย ได้รับความนิยมขนาดนี้ตั้งนานแล้วหรือเพราะกำลังจะเป็นอนิเมเลยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาเนี่ย ไม่เคยรู้มาก่อนเลย =[]=;; ว่าแต่ตอนนี้กลายเป็นเหยื่อต้องซื้อนิตยสาร Melody ทุกเดือนๆเสียแล้ว ไม่น่าเล้ย ไม่น่าเลย~ แถมดันเป็นนิตยสารราย 2 เดือน กว่าจะได้อ่านตอนต่อไปทีก็ลงแดงตายกันไปข้าง... TvT;;


Himitsu: The Top Secret
กำลังจะเป็นอนิเมแล้ว

ข่าวที่น่ายินดี(มั้ยนะ? น่า ยินดีสิ)เรื่องหนึ่งก็คือ การ์ตูนเรื่อง Himitsu นี้กำลังจะถูกทำเป็นอนิเมแล้วค่ะ ทั้งที่เพิ่งรวมเล่มออกมาได้ 4 เล่มเท่านั้น น่าจะพอยืนยันความสนุกและความโด่งดังของเรื่องนี้ได้ไม่มากก็น้อย โดยทีมสร้างอนิเมนั้นก็คือ Mad