2008/Feb/07

 

ไหนๆก็ไหนๆ เลยเอาการ์ตูนที่ลงใน L File No. 15 มาให้อ่านกันเต็มๆค่ะ ^^


L - One Day


 

หน้าที่ 1/7

วาตาริ: ต้องบอกว่า L ไม่ได้ใส่ใจแนวคิดที่เรียกว่าวันหนึ่งวันหรือพกนาฬิกาในร่างกายที่จะตีบอกเวลาเช่นนั้นติดตัวน่าจะดีกว่านะขอรับ





หน้าที่
2/7

วาตาริ: L อรุณสวัสดิ์ขอรับ คราวนี้นอนไปได้ไม่ถึง 17 ชั่วโมงดีเลยขอรับ ยังไงก็เพิ่งนอนหลังไม่ได้นอนเลยตั้ง 102 ชั่วโมง ผมเลยคิดว่านอนนานหน่อยน่าจะดีกว่า

L: ช่วยจับตั้งขึ้นทีได้มั้ยครับ วาตาริ

วาตาริ: นานๆทีเอนตัวลงนอนก็ดูสมเป็นมนุษย์ดีนะขอรับ แต่แทนที่จะเอนตัวลงนอนไปกับเก้าอี้ สู้เอนตัวลงนอนบนเตียงหรือเก้าอี้โซฟาจะไม่ดีกว่าหรือขอรับ?

L: ไม่ล่ะครับ ใช้เก้าอี้ตัวนี้แล้วผมสบายใจกว่า

 


หน้าที่
3/7

วาตาริ: (ถึงจะเปิดประตูทิ้งเอาไว้แล้วก็นั่งท่าแปลกๆอยู่สักหน่อย แต่ก็ไปห้องน้ำคนเดียวได้ขอรับ ว่าแต่ท่านี่ก็ยังนับว่าน้อยไปนะขอรับ)

วาตาริ: (จัดว่ารักความสะอาด ลงแช่อ่างอาบน้ำอยู่บ่อยๆ แต่ด้วยความที่ไม่ทำความสะอาดร่างกายด้วยตัวเอง ก็เลยแค่เ้ข้าไปนั่งอยู่ในเครื่องล้างมนุษย์ที่ผมสร้างขึ้นซึ่งทำงานด้วยระบบอัตโนมัติทั้งหมดไปจนกระทั่งการอบแห้ง)

 

หน้าที่ 4/7

วาตาริ: ด้วยความที่มีเสื้อผ้าแบบที่ชอบป็นพิเศษ ก็เลยให้ผมเตรียมเสื้อผ้าแบบเดียวกันเอาไว้หลายสิบชุดขอรับ

วาตาริ: ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่สนใจจะใส่เสียมากกว่าขอรับ

วาตาริ: คราวนี้ทำท่าบันไซซิขอรับ

วาตาริ: (เรื่องรอบตัวเป็นเรื่องยุ่งยากน่าเบื่อขอรับ)

วาตาริ: (ส่วนใหญ่จะนั่งจับเจ่าอยู่แต่ในห้อง)

 

หน้าที่ 5/7

วาตาริ: (แต่ก็มีออกไปข้างนอกบ้างนานๆครั้งขอรับ)

วาตาริ: (ดูเหมือนจะไม่ได้รังเกียจรังงอนสวนสนุก)

วาตาริ: (แต่ดูเหมือนจะถูกอกถูกใจสวนสาธารณะเสียมากกว่า)

วาตาริ: (บางครั้งก็ออกไปเที่ยวหอศิลป์)

 

หน้าที่ 6/7

วาตาริ: (หรืองานคอนเสิร์ตของนักร้องไอด้อล)

L: ถ้าคนข้างหน้าไม่ยอมนั่ง ก็มองไม่เห็นนะครับ

วาตาริ: (นอกเหนือจากนั้นก็อยู่ในห้องของตัวเอง คิดนั่นคิดนี่ คอยไขคดีหินๆ)

 

หน้าที่ 7/7

วาตาริ: (ระหว่างทานขนมหวานไปด้วย นั่นล่ะคือ L ขอรับ)




L - The Wammy's House


 

หน้าที่ 1/5

วาตาริ: (L เข้ามายังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ผมก่อตั้งขึ้นในฐานะเด็กกำพร้าที่ไม่รู้กระทั่งชื่อขอรับ)

 


หน้าที่
2/5

วาตาริ: (เ้ข้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้ไม่ทันครบชั่วโมง L ก็เอาเข้าแล้วขอรับ)

วาตาริ: กะ...เกิดอะไรขึ้นครับนี่

L: ทุกคนเป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลังโดยเรียกมันว่า ‘การเอ็นดูน้องใหม่' ก่อนนะครับ ผมเป็นฝ่ายชอบธรรมครับ

วาตาริ: (ไม่มีความปรองดองกับผู้อื่นแม้แต่น้อย ด้วยความที่มีอัตตาสูง จึงครอบครองของที่ชอบไว้คนเดียวและเล่นตามลำพังอยู่เสมอขอรับ)

L: ไวมีซัง ผมอยากเล่นพัซเซิลหรือเกมที่ยากกว่านี้

วาตาริ: (แต่ผมก็เข้าใจได้ทันทีว่าเขามีความสามารถพิเศษอันยอดเยี่ยมขอรับ)


หน้าที่
3/5

วาตาริ: (ผมให้ห้องส่วนตัวกับ L เพราะคิดว่าทำแบบนั้นแล้ว เด็กคนนี้น่าจะเติบโตได้ดีกว่าขอรับ)

L: ห้องคนเดียวนี่ดีนะ ไวมีซัง

วาตาริ: (สามวันหลังจากนั้นขอรับ)

L: ไวมีซัง นับจากนี้ไป การติดต่อสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์จะมีศักยภาพครับ จะกรุณาเตรียมสภาพแวดล้อมแบบนั้นให้ผมได้มั้ยครับ

วาตาริ: (สมัยที่ยังไม่มีการใช้อินเตอร์เนตกันอย่างแพร่หลาย L ก็ร้องขอเครื่องอำนวยความสะดวกที่ว่านั่นมาแล้วขอรับ)

วาตาริ: (นับจากนั้น เขาก็นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ไม่ขยับตัวไปไหนเกือบจะตลอดเวลาขอรับ)

 

 

หน้าที่ 4/5

L: ไวมีซัง ช่วยเอาเงินเยนไปแลกเงินปอนด์จำนวน 1 ล้านปอนด์ แล้วเอาเงินนั้นไปซื้อหุ้นของบริษัทที่เขียนไว้นี่เท่าที่จะซื้อได้ทีครับ

วาตาริ: (ผมลงทุนตามที่ L บอกไปเรื่อยๆตามนั้น แล้วอีกสองปีให้หลัง ทรัพย์สินก็เพิ่มพูนขึ้นเกือบสองหมื่นเท่าขอรับ)

วาตาริ: (อีกไม่กี่ปีต่อมา จู่ๆวันหนึ่ง L ก็พูดขึ้นว่า...)

L: คดีนี้ดูจะยากกว่าพัซเซิลหรือเกมบริหารจัดการใดๆเลยนะครับ

วาตาริ: (คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ไร้เบาะแส)

 

หน้าที่ 5/5

วาตาริ: (นัยน์ตาของ L ได้ส่องประกายขอรับ)

L: พบตัวจนได้ครับ ไวมี

วาตาริ: (และแล้วในเวลานั้นเอง ผมก็ได้พบขอรับ พบเส้นทางที่จะ ‘ก้าวไปกับ L')

L: (ผมสรุปคดีจาก...)

L: (ว่าฆาตกรก็คือ Mr. Rushuall Bid)

L: (ซ.ต.พ.)

L: (....L)

 

ไหนๆก็ไหนๆอีกที แถมภาพมัตสึแอลในเล่มกันอีกซักหน่อย


 

 

 

 

นะ...น่ารักจริงๆเลย ทั้ง L ต้นฉบับ ทั้งมัตสึแอล นับข้อดีครบล้านข้อแล้วก็อย่าลืมอุดหนุนเล่มนี้กันนะคะ ^^


=+=+=


หน้าปก Jump Square #4 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุุดมี L ขึ้นปกค่ะ แล้วก็แถมโปสเตอร์น้องเนียร์อยู่ด้านใน เลยเอาภาพมาแจกกันตามระเบียบค่ะ ^^


 

สำหรับโปสเตอร์น้องเนียร์ ด้วยความที่ไม่อาจแสกนแผ่นพับโปสเตอร์ออกมาให้สวยๆได้โดยไม่ให้มันเยิน ขออนุญาตดึงที่คุณ Neozero แจกไว้ที่พันทิพย์มาแพร่ต่อดื้อๆเลยละกันนะคะ ^^;;

 

 

นัยหนึ่งก็คิดได้ว่า ชูเอย์ฉะช่างโปรโมท ‘L change the WorLd' สุดๆไปเลย แต่อีกนัยหนึ่งเมื่อเห็นหนังถูกดึงมาเอี่ยวกับ Jump Square อย่างนี้แล้ว ก็รู้สึกว่ายอดขายของ Jump Square มันน่าเป็นห่วงขนาดนั้นเลยเรอะ? ก็เล่มแรกพยายามเอาอาจารย์โอบาตะมาดึงคนอ่าน เล่มสามก็แถมโปสการ์ด L เหมือนจะดึงแฟน Death Note ก็ถ้าจะดึงไปเอี่ยวกับ Shounen Jump รายสัปดาห์ปกติในฐานะแหล่งกำเนิด Death Note ก็จะไม่แปลกใจหรอกน้า แต่ Jump Square แถมแถมโปสการ์ด เอาขึ้นปก แถมโปสเตอร์นี่ก็...ตลกๆเนาะ... ^^;;; แต่ทำไมโปสเตอร์ถึงเป็นน้องเนียร์ล่ะเนี่ย แอบประหลาดใจ @_@;;


(ขอบคุณคุณ Katto สำหรับลิงค์ไปกระทู้ที่พันทิพย์ด้วยนะคะ แหล่งเขาเร็วจริงๆ เราไปซื้อที่ร้านได้ก็วันถัดจากที่เขาเอาลงกระทู้นี่ล่ะค่ะ ฮะๆ ^^;;)


=+=+=


มีข่าวดีก็คือ อาจารย์โอบะและอาจารย์โอบาตะร่วมกันเขียนการ์ตูนตอนพิเศษลงใน Shounen Jump #11/2008 ที่กำลังจะออกวางจำหน่ายสุดสัปดาห์นี้ค่ะ ความยาวทั้งหมด 44 หน้า หน้าเปิดสี ยั่วกันด้วยประโยคสั้นประโยคเดียวว่า "หลัง ยางามิ ไลท์ ตายไป จู่ๆก็เกิดคดีคิระคดีใหม่ขึ้นในโลก!!" เพราะงั้นเนื้อหาน่าจะอิงเนื้อหาในภาคหนัง เป็นวาระสุดท้ายของ L ในแบบฉบับของอาจารย์โอบะและอาจารย์โอบาตะล่ะมั้งคะ TwT  น่าสนุกจริงๆเลยน้อ ไม่ได้อ่าน Death Note ที่อาจารย์โอบะและอาจารย์โอบาตะร่วมกันเขียนนานแค่ไหนแล้วนะ จะสองปีแล้วสินะเนี่ย...

ก็คิดว่าตอนได้ Shounen Jump #11/2008 มาอยู่ในมือ คงได้เอามาแสกน+แปลให้อ่านเจ้าตอนพิเศษนี้กันต่อไปค่ะ ^^ (เคยวางแผนจะเอาเรื่องสั้นสองเรื่องที่อาจารย์โอบาตะวาดไปเมื่อเร็วๆนี้มาแปลเสียหน่อย แต่ด้วยความที่ไม่มีเวลา+ไม่ปิ๊งเรื่อง ก็เลยขอผ่านดีกว่าค่ะ เอาเวลามาแปลเจ้านั่นเจ้านี่เจ้าโน่นเกี่ยวกับ DN ที่มีเยอะแยะมากมาย แปลกันไม่จบไม่สิ้น ต่อไปดีกว่าน้อ)


เพื่อแสดงความยินดีที่หนังจะเริ่มฉายแล้ว อาจารย์โอบาตะเลยเขียนการ์ตูนจากแรงบันดาลใจตอนได้ไปสังเกตการณ์การถ่ายทำ ‘L change the WorLd' ที่ไทยช่วงฤดูร้อน(ของญี่ปุ่น)เมื่อปีที่แล้วมาให้อ่านกันหนึ่งหน้าค่ะ น่ารักจริงๆเลยน้อ~ ทั้งอาจารย์โอบาตะทั้งมัตสึเคนเลย อยากให้เขียนเยอะๆกว่านี้จัง ^^~



โอบาตะ: (ผมกำลังจะพบกับ L ตัวเป็นๆที่ประเทศไทย)

(โลเกชั่นถ่ายทำ)

(สตูดิโอ)

โอบาตะ: (มัตสึเคนเคี้ยวคัสเทล่าตุ้ยๆช่วงพัก แม้จะไม่อยู่หน้ากล้อง ก็ยังคงเป็น L ไปทั้งตัว หลังโกงสมบูรณ์แบบ L สุดๆไปเลย!!)

โอบาตะ: (พอลองคุยๆถามๆดู)

มัตสึเคน: L วิ่งครับ

โอบาตะ: (L วิ่ง!!)

โอบาตะ: (จะได้รับชมท่วงท่าน่าดูชมแบบนั้นของ L ที่แม้แต่ต้นฉบับก็ไม่มีตามโรงหนังกันล่ะครับ)

โอบาตะ: (โปรดติดตามชม)


ติดตามชมแน่ๆอยู่แล้วค่ะ อาจารย์โอบาตะขา อยากให้เล่ามากกว่านี้จังว่าอาจารย์คุยกับมัตสึแอลว่ายังไงอีกบ้าง ^^~

 

=+=+=

 

ได้ยินจากเพื่อนและเข้าไปอ่านในบลอกคุณ Pride ว่านิยาย L change the WorLd นั้น ทางเนชั่นได้ลิขสิทธิ์ไปแล้วและจะพิมพ์ออกมาจำหน่ายเดือนเมษายนนี้ค่ะ แม้ว่าเราจะจ๋อยไปพักใหญ่ทีเดียวที่รู้ว่าแปลเรื่องนี้ลงบลอกต่อไม่ได้แล้วเพราะเป็นโปรเจ็กต์ที่รักและตั้งใจมากๆ แต่ก็น่ายินดีค่ะที่แฟนๆที่เมืองไทยจะได้อ่านนิยายเล่มนี้ในฉบับรูปเล่มกันถ้วนหน้า ซึ่งแม้จะดูหนังแล้ว เราก็ยังขอแนะำนำให้อ่านนิยายเล่มนี้ให้ได้ค่ะ เพราะมีรายละเอียดและเนื้อหาอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึงในฉบับหนังค่ะ หนังและนิยายมีข้อดีข้อด้อยต่างกันคนละแบบ เพราะงั้นแนะนำให้อ่านกันให้ได้เลยนะคะ (ทั้งหัวเราะ ทั้งร้องไห้เป็นเผาเต่ากับเวอร์ชั่นนิยายมาเรียบร้อยค่ะ) ส่วนคำแปลที่เคยเอาลงบลอกก็เตรียมถอดออกจากบลอกเร็วๆนี้ค่ะ

 

อีกแค่ 2 วัน หนังก็จะเข้าฉายแล้วสินะคะ รู้สึกเหงาไปล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว จริงๆก็เหงาตั้งแต่ได้ดูรอบพรีเมียร์ของโตเกียวแล้ว (จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกรึเปล่าที่ขวนขวายตั๋วไปดูรอบพรีเมียร์) อีกไม่นานแล้วสินะ โลก Official ของ Death Note คงจะปิดฉากลงจริงๆแล้วคราวนี้ หนังคงจะเป็น "Talk of the Town" (ไม่ว่าจะในแง่ไหนก็ตาม) อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลา...

 

สำหรับชะตากรรมของบลอกนี้ ยังมองไม่เห็นอนาคตที่จะหนีหายไปจาก Death Note เลยค่ะ ไม่ใช่ว่าเราจะไม่อ่านหรือดูการ์ตูนเรื่องอื่นนอกจาก Death Note เลย จริงๆตอนนี้ก็สนุกสนานกับการอ่าน+ดู Gundam 00, Sayonara Zetsubou Sensei, Ouran High School Host Club, Vampire Knight, Reborn etc. อยู่หรอกนะคะ แต่ยังไม่มีเรื่องไหนเข้ามานั่งอยู่ในใจได้เท่ากับ Death Note เลยน้อ ฝังใจจนไม่รู้จะฝังลึกไปถึงไหนกันนิ

 

แผนการต่อจากนี้ไปหลังหนังออกฉายกับการ์ตูนตอนพิเศษ และข่าว Official ที่อาจจะดำเนินต่อไปอีกซักพัก ก็คงจะเป็นแปลนิยาย LABB ต่อ แปล How to Draw ใน Blanc et Noir ต่อ แปลบทสัมภาษณ์มัตสึเคน ฟุจิทัตซึ หรือผู้กำกับที่ัยังไม่เคยมีโอกาสเอามาลงย้อนหลัง แปลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เกี่ยวข้องเรื่อยเปื่อย แปลฟิค DN ของนักเขียนในดวงใจ (ได้รับอนุญาตมาเรียบร้อย) เอาพวกเบื้องหลังภาพยนตร์มาให้ดูกันต่อ เขียนฟิคลงบล็อกต่อ และโปรเจ็กต์อะไรต่อมิอะไรที่อาจจะคั่งค้างอยู่แต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออก

 

รู้สึกว่าแค่นี้ก็อัพกันได้เป็นปีแล้วนะนี่ ฮะๆๆ ^^;;

จะขอเป็นบลอกเล็กๆที่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ต่อไปล่ะค่ะ ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ m(_ _)m


ป.ล. ตอนนี้กำลังติดใจเพลง Ash Like Snow ของ The Brilliant Green อยู่ค่ะ เป็นเพลง OP2 ของ Gundam 00 ทำนองติดหู ความหมายโดนใจ หิมะขี้เถ้า คิดได้ไงเนี่ย สุดๆไปเลย...

แบบ OP อนิเม (ใครชอบการ์ตูนการเมือง แนะนำ Gundam ภาคนี้ค่ะ การเมืองสีเทา เข้มข้น+สมจริงดี ชอบตรงมันดราม่าได้โดยไม่ต้องน้ำเน่าด้วยแล)




แบบเต็มๆเพลง MV ของ The Brilliant Green



edit @ 7 Feb 2008 02:03:02 by lapace

edit @ 7 Feb 2008 02:46:54 by lapace