อ๊ะ ก่อนอื่น เปลี่ยน BG บลอก แล้วก็ลืมเสียสนิทค่ะ BG บลอก งามๆ ฝีมือ Sloth อีกเช่นเคยค่ะ เป็นภาพประกอบฟิคเรื่อง "Seasons Farewell" ที่เรายังคงดองอร่อยได้ที่อีกเช่นเคย เหอๆ ก็ต้องขอบคุณ Sloth ที่อนุเคราะห์ภาพมาทำ BG อีกเช่นเคยนะเคอะ (แล้วจะพยายามเขียนฟิคทั้งหลายที่ติดหนี้ให้เสร็จเร็วเท่าที่สุดเท่าที่ทำได้ หงิง TwT)
มาวันนี้ก็รวบรวมข่าวคราวคาบมาเล่าสู่กันฟังอีกเช่นเคยค่ะ ^^ (หลายๆข่าวก็ออกจะล้าสมัยไปแล้วเพราะยัยเจ้าของกระทู้อืดอาดยืดยาดค่ะ =_=;;)
ข่าวเรื่องแรก: ไตเติลหนัง
ภาค Spin Off ของภาพยนตร์ Death Note ได้ชื่อเรื่องอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วค่ะ นั่นก็คือ “L change the WorLd” นั่นเองค่ะ (คงรู้กันหมดเรียบร้อยแล้วแน่นอนค่ะเพราะเราดองข่าวไว้เป็นเดือน เหอๆ)
แต่ทีุ่อยากจะคุยก็คือ ได้ฟังชื่อเรื่องอย่างเป็นทางการแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างหรือคะ?
ยัย Kurai ได้ฟังแล้วอยากจะเอาหัวโขกกำแพงจนเลือดอาบตายค่ะ ใครเป็นคนคิดชื่อเรื่องเนี่ยยย!? ช่วยอธิบายเหตุผลที่อิฮั้นสามารถทำความเข้าใจได้ทีเถอะว่าทำไมตั้งชื่อเรื่องแบบเน้!! T^T
ประเด็นแรก ชื่อนี้ช่างทื่อมะลื่อ ไม่ให้ความรู้สึกถึงเสน่ห์ความลึกลับ Death Note เลยซักกะติ๊ดเดียว ก็ยังไม่รู้หรอกนะว่าทีมงานต้องการสื่ออะไรจากชื่อเรื่องที่ว่า แต่ ณ ขณะนี้ มันฟังดูแบไต๋แปลกๆเหลือเกิน อยากได้ชื่อที่ฟังดูซับซ้อนซ่อนเงื่อนสมกับเป็น Death Note มากกว่านี้นะ! (อันนี้โวยวายตั้งแต่ก่อนอ่านนิยาย)
ประเด็นที่สอง ภาษาอังกฤษที่ใช้มันช่าง… ต่อให้เป็นประเทศญี่ปุ่นที่แม้แต่ภาษาอังกฤษที่ใช้กันเวลาเป็นการเป็นงานก็ยังพิลึกกึกกืออยู่บ่อยๆก็เถอะ แต่ชื่อหนังขอภาษาอังกฤษที่ฟังดูสวยงามกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง? แล้วใช้คำแบบนี้ จะให้ตีลังกา 360 องศาคิดยังไง มันก็ได้แค่ความหมายเดียวคือ “L เปลี่ยนแปลงโลกนี้” (ซึ่งมันทื่อมะลื่อมาก ต่อให้จะสื่อว่าการปิดคดีนี้ของ L ได้ช่วยและเปลี่ยนแปลงโลกนี้เอาไว้หรืออะไรยังไงก็เถอะ) หรือถ้าจะคิดว่า L เป็นชื่อหลัก และ change the WorLd เป็นชื่อย่อย และเมื่อดูจาก L ในคำว่า ‘WorLd’ ที่ใช้เป็นตัวใหญ่ อาจจะคิดได้ว่าโลกที่ว่าไม่ใ่ช่แค่โลกใบนี้ แต่เป็นโลกของ L (ทัศนคติและความคิดต่างๆนานา) ด้วย และ change the WorLd ก็มีความหมายว่า ใครสักคนเป็นคนเปลี่ยนโลกของ L ก็ไม่ต้องบอกออกมาตรงๆก็ด้ายยย~~~! หรือจะมองว่าต้องการสื่อว่า L เปลี่ยนแปลงทั้งโลกใบนี้และโลกของตัวเองก็เถอะ มันก็ยังไม่เจ๋งพอ ฮือ~ TwT (ยัยนี่ก็เรื่องมากเจรง~) (อันนี้ก็โวยวายตั้งแต่ก่อนอ่านนิยาย เริ่มเห็นสภาพการดองแน่ชัดขึ้นเรื่อยๆ *ซีด*)
อีกเรื่องก็เห็นด้วยกับคุณซาเอกิค่ะ เรื่องประเด็นเรื่องน่าจะใส่ตัว ‘s’ ให้กริยา ‘change’ ก็จริงเนอะคะ แต่พยายามมองในแง่ดีว่า ถึงจะตั้งชื่อแบบนี้ออกมา ทีมงานก็ไม่น่าหลุดขนาดนั้นมั่งเนี่ย (หรือเราจะมองโลกในแง่ดีเกินไป?) เพราะงั้นถ้าไม่ใส่ ‘s’ เราก็คิดออกได้แค่ 3 กรณีค่ะ (คิดไว้ตั้งแต่ตอนก่อนอ่านนิยาย เพราะงั้นไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในนิยายน่อ) คือ
(1) ‘change’ เป็นกริยารูปคำสั่งหรือขอร้อง คือ ประมาณว่า คนอื่นขอให้ L ช่วยเปลี่ยนแปลงโลกนี้
(2) L มีความหมายเป็นพหูพจน์ (ถ้าคิดว่า L เป็นองค์กร ไม่ได้มีแค่คนเดียว)
(3) จริงๆแล้วทีมงานตั้งใจให้ ‘change the WorLd’ เป็นไตเติลรอง ส่วน ‘L’ เป็นไตเติลหลัก (แต่ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะใช้ ‘C’ ตัวใหญ่ตรง ‘Change’ แล้วก็มีเครื่องหมายคั่นกลางหน่อยนิ
นั่งวิเคราะห์ภาษาอังกฤษแบบมือสมัครเล่นอะไรอยู่เนี่ยเรา แตร่ววว
ยังรู้สึกว่าชื่อเรื่องที่เป็นข่าวลือ “The Last Life” ยังฟังดูดีกว่านี้หน่อยนึง แต่จริงๆ้ถ้าจะเล่นคำที่มีตัว ‘L’ ทั้งที ก็อยากให้ระดมไอเดียชื่อเรื่องที่เข้าท่ากว่านี้เสียหน่อย เอาเถอะ ได้แต่หวังว่าพอได้ดูเรื่องจริงๆแล้ว (ตอนนี้ต้องบอกว่าพออ่านนิยายจบสินะ) เนื้อเรื่องมันจะมีความสัมพันธ์กับชื่อเรื่องที่เจ๋งเป้งจนคาดไม่ถึงแล้วทำให้ยอมรับได้ขึ้นมาก็ได้ =_=;; (อันนี้ก็โวยวายตั้งแต่ก่อนอ่านนิยายจบ <<-- แล้วมันจะยังเอามาบ่นทำไมเนียะ?)
และแม้ว่าเราจะกลุ้มจิตกับชื่อเรื่องแค่ไหน ในเมื่อมีชื่ออย่างเป็นทางการขึ้นมาแล้ว เราก็จะอ้างอิงถึงชื่อนี้นับจากนี้ไปล่ะค่ะ =_=;; ยังไงยกเว้นเรื่องชื่อ เราก็ยังตั้งความหวังกับปัจจัยอื่นๆของหนังเรื่องนี้ล่ะนะ
ข่าวเรื่องที่ 2: ของแถมที่มากับตั๋วหนัง
เริ่มแรกเดิมทีเลยนั้น มีข่าวออกมาว่า ถ้าซื้อตั๋วล่วงหน้า จะได้รับที่ห้อยมือถือเป็นของแถมค่ะ ซึ่งที่ห้อยมือถือที่แถมตามโรงหนังนั้นจะมีทั้งหมด 4 ลาย และถ้าสั่งตั๋วกับ Tsutaya ก็จะได้ที่ห้อยมือถือลายพิเศษอีก 1 ลาย รวมทั้งหมดเป็น 5 ลาย ตามด้านล่างค่ะ
ยัย Kurai ก็ชั่งใจอยู่นานว่าจะเอายังไงดี จะซื้อตั๋วหนัง 5 ใบเพื่อเอาที่ห้อยมือถือทุกลายเลย มันออกจะบ้าเกินไปหน่อยรึเปล่านะ? ปกติภาคก่อนๆก็ดูในโรงภาคละ 3 รอบอยู่หรอก แต่ 5 รอบเนี่ยน้า~? เงินล่ะ เงินๆๆ T_T แต่ด้วยความบ้าฝังลึกที่แก้ยังไงก็ไม่หาย เราก็เลย…ซื้อมัน 5 ใบล่ะ(วะ)ค่ะ กะว่าอีก 2 ใบค่อยไปขายคนอื่นถูกๆอีกทีละกัน (โชคดีมีน้องอาซานะเป็นเหยื่อไปหนึ่งราย โทษฐานที่รู้จักกัน อะฮุๆๆ)
ตั๋วหนังซื้อล่วงหน้าเปิดขายวันแรกในวันที่ 31 ตุลาคม 2007 ซึ่งก็คือวันเกิด L นั่นเองค่ะ (เข้าใจกำหนดวันนะยะ) เราวิ่งไปซื้อตั๋วที่โรงประมาณเที่ยงๆ ข่มความอายเดินเข้าไปถามที่เคานท์เตอร์ขายตั๋วว่า “อยากซื้อตั๋วล่วงหน้าของ…” *เว้นช่วงไปนิดนึง* “…’เอหรุ เชนจิ ซะ วารุโดะ’ (เสียงภาษาญี่ปุ่นของ L change the WorLd) =_=;; น่ะค่ะ” (ใคร คร้ายยยตั้งชื่อออ!?) พนักงานทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า “อ๋อ เชิญที่ตู้โชว์เลยค่ะ” มองไปทางตู้โชว์(ที่มีพวกสินค้าหนังวางขายอยู่) ก็เห็นพนักงานอีกคนยืนอยู่ อ๊ากกก ตรูต้องพูดอีกรอบเหรอเนี่ยยย? orz
เอาฟะ ใจกล้าหน้าด้าน ข่มความอาย เดินไปที่ตู้โชว์แล้วบอกพนักงานอีกรอบว่า “อยากซื้อตั๋วล่วงหน้าของ…” *เว้นช่วงไปนิดนึง อะเกน* “…’เอหรุ เชนจิ ซะ วารุโดะ’ (เสียงภาษาญี่ปุ่นของ L change the WorLd) =_=;; น่ะค่ะ” (ใคร คร้ายยยตั้งชื่อฟร้า!? อะเกน) ปรากฎคุณพนักงานคนนี้ตอบกลับมาว่า “อ๋อ ‘เอหรุ’ (เสียงภาษาญี่ปุ่นของตัว L) น่ะเหรอครับ? สักครู่นะครับ” (อ๊ากกกก พูดแค่ ‘เอหรุ’ เฉยๆก็พอเหรอเนี่ย??? orz) ว่าแล้วคุณพนักงานก็หายตัวไปในห้องเก็บของด้านหลังก่อนจะกลับมาพร้อมคูปองแลกที่ห้อยมือถือ แล้วถามว่า “ไม่ทราบจะรับของแถมลายไหนดีครับ?” เราพยายามควบคุมสีหน้าสุดขีดไม่ให้ตุเลงเตร่งเตร๊งเกินไปแล้วถามว่า “ถ้าซื้อตั๋ว 4 ใบ จะได้ครบทุกลายมั้ยคะ?” คุณพนักงานเหมือนจะนิ่งไปนิดนึง ก่อนจะตอบกลับมาว่า “ได้สิครับ” เยส! ข่มความอายอีกรอบแล้วบออกไปว่า “งั้นขอ 4 ใบค่ะ” (โอตาคุมาเยือน orz)
เอาเถอะ เพื่อเก็ตไอเท็ม เรายอมใจกล้าหน้าด้าน ไ้ด้คูปองแลกของมา อยากจะยิ้มแก้มปริ (จริงๆผิดหวังนิดๆ นึกว่าจะได้ของเลยซะอีก) แต่ก็ต้องสะกดกลั้นอารมณ์เบิกบานใจเอาไว้เพราะไม่อยากออกนอกหน้า ว่าแล้วก็แก้เขินด้วยการหันไปหยิบใบเปิดหนังของเรื่องนี้มาปึกย่อมๆ (มันช่วยแก้เขินตรงไหนฟระ?) และแล้วระหว่างนั้นก็มีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามาซื้อตั๋วเรื่องเดียวกันโดยบอกพนักงานว่า “ขอตั๋ว ‘เอหรุ’ 2 ใบค่ะ” อ๊ากกกก พูดแค่ ‘เอหรุ’ เฉยๆก็พอ*จริงๆ*เหรอเนี่ย??? orz อะเกน)
ก็แอบ อะฮ้า ถึงจะไม่ถึงกับ 4 ใบ แต่ซื้อ 2 ใบ แสดงว่าอาจจะอยากได้ที่ห้อยมือถือ 2 ลายสิน้า *หูตั้งหางกระดิก* แต่ปรากฎว่าเธอคนนั้นเอาที่ห้อยลายเดียวกัน 2 อันขะรับ ฮือ อีกใบคงมีคนฝากซื้อสินะ *หูลู่ หางตก* อ๊ะ แต่ก็ไม่แน่ เธออาจจะเป็นแบบฉบับของโอตาคุที่ดี คือ ซื้อหนึ่งชุดไว้ใช้เอง ซื้อหนึ่งชุดไว้ขึ้นหิ้ง และซื้อหนึ่งชุดไว้เผยแพร่!? (อันหลังไม่เกี่ยว) ก็ได้นะ *หูตั้งหางกระดิก อะเกน* (ปล่อยมันเพี้ยนไปเถิดขอรับ ท่านๆ)
อับอายขายขี้หน้าแล้ว สุดท้ายก็ได้รับคูปองแลกที่ห้อยมือถือตามด้านล่างมาค่ะ
ดูจากเลขที่คูปองแล้ว ท่าทางโรงหนังแต่ละแห่งคงจะได้รับโควต้าที่ห้อยมือถือกันมาคนละ 50 อันต่อลายกระมัง ตอนที่เราไปถึง ก็ได้คูปองเลขที่เหล่านี้มา น่าหวาดเสียวนิดๆว่าถ้ามาตอนเย็นๆที่คนมาเดินเที่ยวกันแยะๆ จะยังมีเล็ดรอดมาถึงเรามั้ยน้า จะว่าไป ดูจากเลขที่ว่าเราเป็นรายที่ 6 ที่เลือกลายเค้ก ช็อคโกแลต และหน้ากาก (ยกเว้นอมยิ้ม) แล้ว ทำให้จิ้นไปได้เหมือนกันนะว่า ก่อนหน้าเรา คนที่มาซื้อก็เหมากันคนละ 4 ลายเหมือนกัน (ถึงได้รีบวิ่งมาซื้อกันตั้งแต่เช้าๆ สายๆ ก่อนหน้าเราไง กรั่กๆๆ)
หลังกลับจากทริปเกียวโตประมาณปลายๆเดือน ก็ได้โอกาสไปรับของที่โรงหนังเสียทีค่ะ
ในรูปมีที่ห้อยมือถือที่แถมมากับตั๋วหนังที่สั่งจาก Tsutaya ด้วย คือ ขนมเสียบไม้ แม้แต่พื้นหลังก็ยังพิเศษกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาค่ะ คือเป็นรูป L ยิ้ม (อ๊ากกก แล้วใครเล่าจะไม่อยากได้!?) ล่อกันเห็นๆ เจ้าบ้าาา ว้ากกก!! (ตีโพยตีพายแต่ก็ตกเป็นเหยื่อ orz)
เอาหน้าตั๋วมาให้ดูกันด้วยค่ะ

แต่ไม่ทราบว่า “L change the WorLd” นี่ดูมีศักยภาพมากมายหรืออย่างไรนะคะ นอกจากที่ห้อยมือถือแล้ว ก็ยังมีอีกสองเจ้าที่ร่วมด้วยช่วยกันเสนอของแถมสำหรับตั๋วหนังรวมอีกทั้งหมด 3 อย่าง นั่นก็คือ
(1) แฟ้มใส่ตั๋วหนังเป็นลายหน้าปกเกม Death Note ภาคล่าสุด “L the proLogue to DEATH NOTE” (ขยันเล่นตัว L กันจริงจริ๊ง~) นำเสนอโดย Konami รายละเอียดเกี่ยวกับเกม อ่านได้ด้านล่างค่ะ
(2) โปสการ์ดขนาด A5 สองใบ เป็นรูปปกนิยายและตัวอักษร L ค่ะ อันนี้นำเสนอโดยร้านสะดวกซื้อ Lawson
ส่วนที่เลวร้ายที่สุดก็คือ (3) ดีวีดีรุ่นเฉพาะแถมที่ Lawson “Outside of File No.15” มีเวอร์ชั่น outside แน่นอนค่ะว่า “L File No.15” ต้องมีตัวตนอยู่แน่นอน (รายละเอียดเีกี่ยวกับ “L File No.15” อ่านได้ด้านล่างค่ะ มึนจริง เรียงลำดับข้อมูลไม่ถูกแหล่ว) ซึ่งจะรวบรวมภาพการจัดทำ “L File No.15” รวมถึงเบื้องหลังตอนถ่ายเสร็จเอาไว้ค่ะ (อ๊ากกก ใครจะอดใจไหวเนี่ย เบื้องหลัง “L File No.15” เชียวน้าๆๆๆ TwT)
เราก็…ก็…เสร็จ Lawson ไปอีก 2 ใบสิคะ (แกว๊กกกกก!) ส่วนของ Konami นี่ยังชั่งใจอยู่ เลยยังไม่ได้จองเกมซักที เพราะดันเล่นมีหลายคอร์สให้เลือกสรร (ไม่ใช่สถานเสริมความงายนะเฟร้ย!) ซึ่งก็มีคอร์สแบบรวมตั๋วหนังและของแถมพิเศษจาก Konami โดยเฉพาะเอาไว้ด้วยค่ะ (มีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะเสร็จมันอีกใบเอาได้ง่ายๆ ฮึ่ยยยยย!)
เจ้าพวกบ้าเอ๊ยยยย สูบเลือดกันชัดๆ! (ก็แล้วใครใช้ให้หล่อน*ยอม* ตกเป็นเหยื่อ? TwT)
อา…ใครก็ได้มาซื้อต่อตั๋วไปทีอีกซัก 4 ใบที กำลังจะมีตั๋ว 8 ใบในเวลาอันใกล้แหล่ว… orz
จะมีใครบ้าออกของแถมแบบอื่นออกมาอีกมั้ยเนี่ย ใครก็ได้ โปรดพูดให้ข้าพเจ้าสบายใจทีว่ามีหนังโรงเรื่องอื่นที่ออกของแถมมาล่อแฟนๆเยอะชิ้นขนาดนี้เหมือนกัน orz
ข่าวเรื่องที่ 3: เกม L the proLogue to DEATH NOTE
Konami ยังหากิันกับ Death Note ไม่เลิกครับ (แต่ก็ดี) แถมคราวนี้ภาพปกเป็นภาพที่อาจารย์โอบาตะวาดให้เป็นปกเกมนี้โดยเฉพาะด้วย การตลาดดดดดดดดดดด! (แต่ก็ดี) มาดูรายละเอียดกันค่ะ
Title: L the proLogue to DEATH NOTE
Game Console: Nintendo DS
Developer: Konami
Genre: Adventure แนวต่อสู้ด้วยการสืบสวน
Price: Normal Version – 4,704 Yen (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในญี่ปุ่น),
+ 1 Movie Ticket Version – 6,004 Yen
+ Pair Movie Tickets Version – 7,304 Yen
Release Date: 7 กุมภาพันธ์ 2008
ส่วนตัวรู้สึกว่า L ถึกไม่นิด ยิ่งพอคิดว่าเป็นตอนก่อนคดีคิระ น่าจะดูเด็กๆกว่านี้ซักหน่อย (อาจารย์เส้นเปลี่ยน กรากกก) แต่เอาเถิด งานอาจารย์ัยังงาม แค่อาจารย์ยังมาวาดภาพ Death Note บ้างประปรายก็ดีใจแล้ว หนูยอมมมม~
เนื้อเรื่องคร่าวๆเกี่ยวกับเกมนี้ก็คือ เราเป็นเจ้าหน้าที่ FBI หน้าใหม่ที่พอลืมตาตื่นขึ้นก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องพักของโรงแรมร้างแห่งหนึ่ง แล้วเลยจะต้องร่วมสืบหาคนร้ายกับ L ผ่านเครื่อง PDA (Personal Digital Assistant) และหาทางหลบหนีออกจากที่นี่ไปด้วยค่ะ

อ๊าก หล่อ~ นี่ถ้าหมอนี่คือไอเบอร์ตอนหนุ่มๆ เราจะนอนตายอย่างมีความสุข อั๊ง~
ท่าทางจะต้องแก้ปริศนาเสี่ยงตายเยอะเลย โง่ๆอย่างเราจะรอดมั้ยนี่?
มีโหมดสื่อสารกับ L นอกเหนือจากเรื่องคดีด้วย เห็นว่า้ถ้าให้ขนม L ก็จะผูกสัมพันธ์กับ L ได้มากขึ้นด้วย
อ๊าก เป็นเกมจีบหนุ่มหรืออย่างไร? รึเกมเลี้ยงสัตว์โลกน่ารัก? XD (เฮ่ยๆ) อย่างในรูป L พูดว่า “ทานล่ะนะครับ” กับ “เค้กวันเกิดนี่นา วันเกิดคุณหรือครับ?” (อ๊างงง ราวกับได้คุยกับ L จริงๆยังไงยังงั้น วิ้งวับๆๆ)
สิ่งที่จะแถมมากับ Normal Version ก็คือ โปสเตอร์ขนาด B2 จากภาพฝีมืออาจารย์โอบาตะ (ไม่แน่ใจว่ารูปเดียวกับปกรึเปล่า) และ แผ่นซิลิโคนแปะเครื่องเกมกันรอยขีดข่วนค่ะ (ประดับเครื่องไปในตัว)
ถ้าหากซื้อเป็นเซ็ตพร้อมตั๋วหนัง นอกจากแฟ้มกระดาษใส่ตั๋วหนังแล้วก็จะได้รับ Touch Pen รุ่น Death Note ด้วยค่ะ
ว่าแต่ดูวันวางจำหน่ายแล้ว มันช่างกระจุกตัวออกสินค้ากันใกล้ๆวันหนังเริ่มฉายเหลือเกินน้า ฮึ่ยยยย กระจายๆตัวหน่อยก็ดีนะพรรคเพียก!!
ข่าวเรื่องที่ 4: L File No.15
เกริ่นไว้ด้านบนแล้วว่ามี “Outside File No.15” แล้ว ก็ย่อมต้องมี “L File No.15” นั่นก็คือ สมุดภาพที่รวมภาพถ่ายมัตสึเคนในบท L ในธีมชีวิตประจำวันนั่นเองค่ะ XD;;;
Title: L File No.15
Description: Visual Character Book
Participants: มัตสึยามะ เคนอิจิ, นินางาวะ มิกะ, โอบะ ทสึงุมิ และ โอบาตะ ทาเคชิ
Price: 2,835 เยน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในญี่ปุ่น)
Release Date: 25 ธันวาคม 2007
ได้ยินมาว่า นินางาวะ มิกะ เป็นนักถ่ายภาพชื่อดังค่ะ ส่วนผู้ร่วมโปรเจ็กต์ท่านอื่นๆคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว หุๆ
เห็นรายละเอียดโปรเจ็กต์นี้แค่ว่าจะเป็นสมุดรวมภาพถ่ายชีวิตประจำวันของ มัตสึแอล โดยความยินยอมของวาตาริ (จริงๆนะ) แล้วก็กรี๊ดสลบแล้วค่ะ โอ๊ย จะได้เห็นภาพมัตสึแอลนอกเหนือจากในหนัง แถมยังเป็นชีวิตประจำวันอีกด้วยนี่ ไม่ไหวๆ ทรมานหัวใจดิฮั้นเหลือเกิน (แหม แต่จะให้ดี น่ามีฟุจิวาระซังมาแต่งเป็นไลท์ถ่ายคู่ด้วยนะเนี่ย อ๊าง~) เพราะงั้นล่ะค่ะ ดีวีดี “Outside File No.15” ถึงได้เย้ายวนเหลือเกิน (จะมีใบหน้าของอาจารย์โอบะผู้หาตัวจับยากเหลือเกินและอาจารย์โอบาตะติดมาในกล้องบ้างมั้ยนะ เีคี้ยกกก)
นอกจากส่วนของรูปถ่ายแล้ว หนังสือเล่มนี้ก็ยังมีความพิเศษอีกอย่าง นั่นก็คือ มีบันทึกก่อนตายของวาตาริรวมอยู่ด้วยค่ะ วาตาริจะบันทึกเรื่องอะไรไว้ก่อนตายกันนะ? (แน่นอนว่าต้องเต็มไปด้วยเรื่องของ L สิ อ๊างงง)
ที่น่าตื่นเต้นสุดๆไปเลยอีกอย่างก็คือ มีชื่อของอาจารย์โอบะและอาจารย์โอบาตะมาร่วมวงกับเขาด้วยนี่ล่ะค่ะ อาจารย์โอบาตะยังไม่เท่าไหร่ แต่อาจารย์โอบะนี่สิคะ ตามตัวยากเหลือเกิน เห็นอาจารย์มาร่วมโปรเจ็กต์ Death Note อย่างเป็นทางการอีกครั้งแล้วรู้สึกชื่นใจจริงๆค่ะ
สงสัยจังว่าอาจารย์ทั้งสองท่านจะไปร่วมงานตรงส่วนไหนนะ จะออกไอเดียเรื่องชีวิตประจำวันของ L เฉยๆ? แต่ตรงบันทึกก่อนตายของวาตาริ อาจารย์โอบะก็น่าจะไปแต่งตรงนั้นด้วยสินะ? พอจะหวังได้มั้ยนะว่าอาจารย์โอบาตะจะวาดมังกะตามเนื้อเรื่องที่อาจารย์โอบะแต่ง? แล้วเราก็อาจจะได้เห็น L ตอนเด็กๆเวอร์ชั่นอาจารย์โอบาตะ อ๊างงงง (ล้ม.ตาย)
ว่าแล้วก็มาดูภาพตัวอย่างในสมุดภาพกันเลยดีกว่าค่ะ (หมายเหตุ: พวกภาพใหญ่เป็นภาพตัวอย่างที่ลงให้ดูพอหอมปากหอมคอในนิตยสาร Shousetsu Subaru ฉบับที่ 1/2008 ค่ะ)
อะ ให้ดูหน้าปกนิตยสาร Shousetsu Subaru เล่มนั้นกันก่อน (เล่นลงเนื้อหานิยาย ‘L change the WorLd’ ทั้งเรื่องเอาไว้เลยเชียว นิตยสารเล่มนี้ ออกก่อนวันวางจำหน่ายนิยายฉบับจริงซะด้วย เหอะๆๆ)
โปสการ์ดที่แถมติดมากับนิตยสาร มีลายเซ็น L ติดมาด้วย อุโฮะ!
ต่อไปเป็นภาพตัวอย่างค่ะ
กรี๊ดดดดดดด สุดชีวิตคือ L นั่งม้าหมุนกับ L ลงอ่าง ทำไมช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทั้งน่ารักและเซ็กซี่กระไรเช่นนี้ ภาพลงอ่างชวนให้จับกดเหลือเกิ๊นนนนน อ๊ากกกกก ซักวันต้องเขียนฟิคลงอ่างให้จงได้! ฮึ่มแฮ่ๆๆ >,<
ข่าวเรื่องที่ 5: Movie Official Guide
Title: L change the WorLd Official Movie Guide
ISBN-13: 978-4088742359
Price: 930 เยน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในญี่ปุ่น)
Release Date: 25 ธันวาคม 2007
หนังสือเล่มนี้จะเต็มไปด้วยภาพนิ่งจากหนัง บทสัมภาษณ์ มัตสึยามะ เคนอิจิ ขนาดยาว รวมถึงการพูดคุยระหว่าง มัตสึยามะ เคนอิจิ และ นินางาวะ มิกะ แล้วก็ยังรวมสคริปต์ของ “Death Note the Last Name” เอาไว้ด้วยค่ะ
ก็จองกันตามร้านหนังสือตามสะดวกนะเจ้าคะ ^^
ข่าวเรื่องที่ 6: Special DVD
Title: L WorLd of change the WorLd
ASIN: B000ZGSQR8
Price: 1,500 เยน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในญี่ปุ่น)
Release Date: 23 มกราคม 2008
จ๊ะ ตั้งชื่อได้ปวดกะโหลกดีไม่น้อย ^^;;
ดีวีดีแผ่นนี้จะรวบรวมเบื้องหลังการถ่ายทำ บทสัมภาษณ์ แล้วก็เรื่องย่อของหนังเอาไว้ค่ะ
ข่าวเรื่องที่ 7: Original Soundtrack
Title: Sound of L change the WorLd
ASIN: B000ZJZ5Y2
Price: 2,500 เยน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในญี่ปุ่น)
Release Date: 23 มกราคม 2008
อืม ซีดีซาวด์แทร็กมีกำหนดออกตั้งแต่ก่อนหนังออกฉาย จะให้ีรีบซื้อไปบิลท์อารมณ์อะไรกันนักหนาค้า?
ข่าวเรื่องที่ 8: Christmas Nendroid
อันนี้คงจะทราบข่าวกันเรียบร้อยแล้วเมื่อชาติเศษ แหะๆ แต่บอกไว้อีกรอบละกันเผื่อยังมีบางท่านไม่รู้ นอกจากฟิกเกอร์เน็งดรอยด์รุ่นปกติที่ออกมาล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน (แต่เลื่อนกำหนดจำหน่ายไปตุลาฯ เหอะๆ) ก็มีฟิกเกอร์เน็งดรอยด์รุ่นคริสต์มาสของ Death Note ให้ออกมาเสียกะตังค์กันอีกแล้วค่ะ ^^
ซึ่งคราวนี้ Good Smile Company ก็มาแบบไม่ธรรมดาให้เข้ากับเทศกาลคริสต์มาสค่ะ นั่นก็คือ จับไลท์มาแต่งชุดซานต้า และจับ L มาแต่งชุดโทนาคายค่ะ (ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว เราว่า L เข้ากับชุดทานุกิ แพนด้า หรือแมวดำ มากกว่าเป็นไหนๆนะเนี่ย เหอๆ)
Item:
(1) Christmas Nendroid - Light
(2) Christmas Nendroid – L
Product by: Good Smile Company
Price: 2,500 เยน ต่อ ตัว
Release Date: 25 ธันวาคม 2007 (เอาเข้าจริง ซานต้าไลท์กับโทนาคาย L มาเคาะประตูบ้านหลังวันคริสต์มาสไปวันนึง ยังดีไม่เลื่อนไปถึงขึ้นปีใหม่ เหอๆ)
สำหรับเน็งดรอยด์ซานต้าไลท์ ก็จะมีถุงของขวัญติดมาด้วยค่ะ ส่วนเน็งดรอยด์โทนาคาย L จะมีเลื่อนติดมาให้ด้วยค่ะ เห็นซานต้าไลท์ทำหน้าตกใจตอนเห็นโทนาคาย L ทำหน้าสะลึมสะลือ เซื่องซึม ไม่มีใจจะทำงานแล้วตลกดีค่ะ ส่วนไอ้ตอนสลับตัวสลับหัวกันนี่ เจ้าโทนาคายไลท์คิดจะทำอะไรซานต้า L ที่เอ๋อๆอยู่ยะ!?
=+=+=
นอกจากข่าวดี(รึเปล่านะ? มีแต่เรื่องเสียเงิน)แล้ว ข่าวร้ายมากๆสำหรับเรารับสิ้นปีก็คือ ท่าน Yunico (Nanafuku/LMT) จะเปลี่ยนไปวาดโดจินจากเรื่องอื่นเป็นหลัก (คิดว่าคงเป็น Sengoku Basara) แล้วล่ะค่ะ ถึงขนาดบอกเอาไว้ที่เวบซึ่งกำลับปรับปรุงว่า คิดว่าพอขึ้นเวบใหม่ คงจะไม่วาดภาพจากการ์ตูนในจั๊มป์อีกแล้ว ยกเว้นว่าอาจจะวาดเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ส่วนตอนต่อของโดจินอดีตของวาตาริกับ L ก็อาจจะออกช่วงที่ออกโดเรื่องอื่นอยู่
เซอร์เคิลที่ชอบมากๆโบกมือลา Death Note ไปอีกคนแล้ว ใจหายวูบเลยค่ะ ไ่ม่รู้ว่าปีใหม่นี้ จะมีเซอร์เคิลที่ชอบอีกกี่เซอร์เคิลกันนะที่จะเดินตบเท้าออกก้าวเดินโดยทิ้ง Death Note ไว้เป็นเพียงภาพความทรงจำ ณ เบื้องหลัง โดยเฉพาะพอฉายหนังสปินออฟเรียบร้อยและมีสินค้าอะไรออกมาอีกนิดหน่อยทิ้งทวนแล้ว โลกของ Death Note ก็คงจะจบลงจริงๆแล้วสินะ
พอสำเหนียกได้ว่าตัวเองทำอะไรให้ Death Note ไม่ได้เลย ก็รู้สึกหดหู่ใจจริงๆค่ะ ได้แต่้เหงาๆอยู่ในใจและคอยมองส่งแฟน Death Note อีกหลายๆคนที่คงจะเดินจากไปในอีกไม่นานเท่านั้นล่ะค่ะ จะว่าไปตัวเราเองก็ไม่รู้จะบ้า Death Note อย่างนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่หรอกนะ แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น สังหรณ์ใจว่าคงต้องรู้สึกถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอีกนับครั้งไม่ถ้วนยังไงไม่รู้นะคะ (เพราะหล่อนมันหดหู่ง่ายเองและอ่อนไหวเกินไปน่ะสิยะ) พูดไปพูดมา มันก็เป็นปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์ของเราเองล่ะค่ะ
ยังไงก็ตาม ผ่านมาได้ 4 ปีแล้วสินะ เข้าสู่ปีที่ 5 นี้ (จริงๆก็ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมแล้ว) ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวไปอีกปีนะ “Death Note” นะ
แม้ว่าเราจะไม่ค่อยอยู่ในอารมณ์จะต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงเสียเท่าไหร่ (เพราะงั้นจะไม่ตั้งเอนทรี่ Happy New Year เป็นการเป็นงานล่ะนะคะ สำหรับปีนี้) แต่ก็ขอสวัสดีปีใหม่ทุกๆท่านและขอให้มีความสุขมากๆและสมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนานะคะ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอวยพรปีใหม่และส่งการ์ดปีใหม่มาให้ด้วยนะคะ ยังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปอวยพรที่บลอคหรือส่งการ์ดกลับไปให้เท่าไหร่เลย ไว้จะวิ่งไปสวัสดีปีใหม่(แบบเลทๆ หงิง)อีกครั้งนะคะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะกับความไร้มารยาท ฮืออ...
เอ ไม่รู้ตกข่าวตรงไหนไปอีกรึเปล่านะคะนี่ ถ้ามีก็ค่อยไว้มาแก้ตัวเอนทรี่หน้าละกันนะคะ แค่ตัวอักษรอย่างเดียวก็พอเข้าไป 10 หน้าในเวิร์ดซะแล้ว เอนทรี่นี้ ต้องขอไปหมกตัวแปลนิยาย ‘L change the WorLd’ ต่อก่อนล่ะค่ะ
ป.ล. ใครได้ลองเล่นเกมในเวบ Official ของ “L change the WorLd” หรือยังคะ? ถ้ายังไม่เคยลองกัน ก็ลองไปที่เวบ แล้วจิ้มตรงรูปหน้ากากที่อยู่ด้านขวาของแถบเมนูได้เลยค่ะ สำหรับท่านที่รู้ภาษาญี่ปุ่น เกมนี้เล่นไม่ยากเลยค่ะ สำหรับท่านที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น อาจจะลำบากขึ้นมานิดนึงเพราะคำใบ้เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน เอาไว้คราวหน้าจะมาเฉลยอีกทีละกันนะคะ สำหรับท่านที่ยังเล่นไม่ผ่านน้อ
edit @ 2 Jan 2008 05:55:14 by lapace
edit @ 29 Jan 2008 20:17:55 by lapace
ส่วนตัวแล้วยังคิดว่าคุณ Kurai จะเลิกไปด้วยซ้ำ เพราะตอนจบของ anime ที่ใครต่อใครพากันพูดให้แซด แต่ก็แปลกใจว่าคุณ Kurai ไม่พูดถึงเลย สงสัยเลิกชอบ DN ไปแล้วมั้ง ?
เป็นพอ ==" แต่ชอบที่พี่คุไรบรรยายตอนไปซื้อตั๋วหนังอ่ะ (ขำกร๊ากกกก)สรุปว่าต้องบอกแค่ "เอหรุ"ใช่ไหมค่ะถึงจะเข้าใจ