ไม่ได้อัพเอนทรี่อนิเมมานานมากแล้ว แต่สำหรับอนิเมตอนที่ 25 นี่ไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ ขออัพเฉพาะกิจหน่อยเถอะ TT_TT
คำเตือน: ใครรับวายกับแฟนเกิร์ลไม่ได้ โปรดอย่าอ่านโหมดสครีมค่ะ และเอนทรี่นี้โหลดนรกนะคะ
หมายเหตุ: ลำดับภาพเรียงตามซ้ายไปขวา บนลงล่าง
ฉากเปิดขึ้นที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง เสียงของเด็กๆดังจ้อกแจ้กจอแจผสมปนเปกับเสียงเด็กร้องไห้ ฟันเฟืองของนาฬิกาโบสถ์หมุนไปราวไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กำแพงและผนังโบสถ์ปรากฎขึ้นให้เห็น เงาของเด็กคนหนึ่งทาบทับอยู่บนพื้นหญ้า และภาพอันสับสนวุ่นวายก็เลือนหายไป หลงเหลือไว้เพียงภาพค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า นาฬิกาตีบอกเวลาสี่ทุ่ม ชายชราคนหนึ่งจูงมือเด็กชายคนหนึ่งมาหยุดยืนที่หน้าประตูรั้ว ทั้งสองก็คือวาตาริและ L ในวัยเด็กนั่นเอง วาตาริหันไปมอง L ในขณะที่ L ก็เกาะกุมมือของวาตาริแน่นขึ้น ทั้งสองยืนนิ่งอยู่หน้าประตูรั้วอยู่อย่างนั้น แล้วภาพในอดีตก็พร่าเลือนหายไปเหมือนฟิลม์ฉายหนังเก่าๆ
โหมดปกติ: ชอบบรรยากาศดูจิตๆหลอนๆของภาพย้อนอดีตบ้านแวมมี่จัง ดูอาร์ทและสร้างความรู้สึกไม่สบายใจได้ดี เสียงเ็ด็กจอแจ เด็กร้องไห้ ฟันเฟืองของนาฬิกา และเสียงระฆังก็หลอนเหมาะเจาะดีจริงๆ ฉากที่ L เพิ่มแรงเกาะกุมมือของวาตาริให้แน่นขึ้นแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้งสองมากขึ้นอีก ยิ่งนึกถึงตอนเวอร์ชั่นภาพยนตร์แล้วก็ยิ่งทั้งสองผูกพันกันจริงๆ
โหมดสครีม: อู๊ยยย เด็กมันน่าร้ากกก ไม่นิยมโชตะเท่าไหร่ แต่ L ตอนเด็กๆนี่ไม่ไหวแล้ว เห็นแค่ด้านหลังกับเงาก็น่าร้ากกกจะแย่แล้ว มีการจับมือปู่วาตาริให้แน่นขึ้นอีก ตะแง้ว
L เดินเข้าไปหาวาตาริที่ห้องจอมอนิเตอร์ที่วาตาริรับผิดชอบดูแลอยู่ วาตาริถามขึ้นว่า มีอะไรหรือครับริวซากิ? ทว่า L ก็ได้แต่นิ่งเงียบและไม่เอ่ยวาจาใดๆออกไป วาตาริจึงถามขึ้นอีกครั้งด้วยรอยยิ้มปราณีว่า เกิดอะไรขึ้น?
โหมดปกติ: การใช้ความเงียบครั้งที่ 1 สำหรับความหมายแฝงของฉากนี้ จุดสังเกตอยู่ที่การใช้คำพูดของวาตาริค่ะ ตอนที่วาตาริถาม L ครั้งแรก วาตาริจะพูดด้วยภาษาสุภาพเหมือนลูกน้องพูดกับเจ้านาย แต่พอได้เห็นใบหน้าของ L (ซึ่งพวกเราไม่ได้เห็นว่า L กำลังมีสีหน้ายังไง) ก็เผยรอยยิ้มปราณีแล้วหันมาใช้ภาษาพูดปกติเหมือนครอบครัวหรือเืพื่อนสนิทกันพูดค่ะ ยิ่งแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ฉันท์พ่อลูกของทั้งสองคนมากๆเลย เหมือน L ตื่นจากฝันร้ายก็เลยเดินมาหาคนที่เปรียบเสมือนพ่อของตนเอง จะมองว่า L มาย้ำให้วาตาริเตรียมการเรื่องลบข้อมูลออกไปจากฐานข้อมูลหากเกิดอะไรขึ้นเนื่องจากตัวเองมีลางสังหรณ์ไม่ดีด้วยก็ได้
โหมดสครีม: โอ๊ย แค่คิดว่า L แม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ก็ยังมีความหวาดกลัวแบบเด็กๆหลงเหลืออยู่ก็รู้สึกเอ็นดูเหลือเกินแล้ว คิดๆดู L เองก็เป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง ถ้าเกิดหวาดกลัวหรือจิตใจไม่มั่นคงด้วยเหตุอะไรบางอย่างขึ้นมา คนคนเดียวที่ L จะหันไปหาได้ก็คงมีเพียงวาตาริเท่านั้นสินะ ดูยังไงวาตาริก็มีความสำคัญกับ L มากๆ ชอบความสัมพันธ์ระหว่างวาตาริกับ L จังเลย แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะไม่เคยได้รับการเอ่ยถึงตรงๆอย่างชัดเจน แต่อะไรหลายๆอย่างก็ทำให้รู้สึกถึงสายสัมพันธ์อันแนบแน่นของทั้งสองคนได้ ยิ่งภาคหนังกับภาคอนิเมยิ่งชัดเจนขึ้นอีก >_<
DN Anime
Page 25:沈黙 Chinmoku(ความเงียบงัน)
L ยกสมุดเดธโน้ตขึ้นมาสำรวจและมองเห็นหน้าที่มุมกระดาษถูกฉีกขาดหายไป จึงเอ่ยถามขึ้นว่า สมุดโน้ตสังหารเล่มนี้มีหน้าที่ขอบกระดาษถูกฉีกออกไป ถ้าเขียนชื่อคนลงไปในชิ้นส่วนที่ถูกฉีกไปนี่ คนคนนั้นจะตายมั้ยครับ? เรมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า ไม่รู้สิ ฉันเองไม่เคยใช้วิธีนั้นก็เลยไม่รู้เหมือนกัน L วางเดธโน้ตลงบนโต๊ะ พลิกหน้าดู พลางถามว่า ถ้างั้นยมทูตทานแต่แอปเปิ้ลรึเปล่าครับ? เรมตอบว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ว่าอวัยวะภายในของยมทูตน่ะผุพัง ไม่สิ มีวิวัฒนาการก้าวหน้า จึงไม่จำเป็นต้องกินอะไร 
ระหว่างที่ L หยิบขนมขึ้นกินอย่างเอร็ดอร่อยไปด้วย ก็ส่งเสียงเรียก ยางามิคุง ไลท์ที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ห่างออกไปนักจึงหันมามอง L เปรยว่า อุตส่าห์ได้เป็นอิสระแล้วทั้งทีแต่แทบไม่ได้ออกไปจากที่นี่เลย คุณมิสะอุตส่าห์มาเยี่ยมทั้งที่ ยางามิคุงก็เอาแต่ยืนเฉย จะออกไปแสดงความรักกันข้างนอกบ้างก็ได้นะครับ ไลท์มองด้านหลังของ L พลางตอบกลับมาว่า ยังไม่เห็นทางจะไขดีคิระได้เลยอย่างนี้ ฉันไม่อยู่ในอารมณ์จะไปยุ่งเรื่องความรักหรอกนะ หรือจะบอกว่าการที่ฉันอยู่ที่นี่ตลอดเวลาอย่างนี้เป็นการเกะกะนาย? L ตอบเรียบๆว่า เปล่าหรอกครับ พลางปรายสายตาไปมองไลท์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ภาพใบหน้าของไลท์ที่เห็นผ่านบันไดใสถูกภาพบันไดทำให้มุมหักเห นัยน์ตาทั้งสองข้างไม่ได้เรียงตัวอยู่ในมุมที่เท่าๆกันเหมือนเคย ดูราวกับไม่ใช่ใบหน้าของมนุษย์ 
โหมดปกติ: การใช้ความเงียบครั้งที่ 2 เหมือนจะสื่อถึงสังหรณ์ของ L ครั้งที่ 2 ใบหน้าที่บิดเบือนไปของไลท์เหมือนกับว่าไลท์ได้กลายสภาพเป็นปีศาจที่จะมาคร่าชีวิตของ L ไป เป็นการเน้นย้ำถึงความตายของ L อีกครั้งหนึ่ง
โหมดเพี้ยน: ไลท์เวอร์ชั่นปิกัซโซ่ หมดหล่อเลยพ่อคุณ เอิ๊กๆ
ภาพเผยให้เห็นเหตุการณ์ที่มิสะได้รับคำไหว้วานจากไลท์และวิ่งจากไป ส่วนไลท์ก็เดินกลับไปเข้าไปในกองสืบสวน ณ ปัจจุบัน ระหว่างเปลี่ยนเสื้อผ้า มิสะระลึกถึงคำพูดของไลท์ระหว่างที่ว่า ตอนนี้ฉันไม่อยู่ในสถานะที่จะพิพากษาอาชญากรได้ มิสะฉันจะให้เธอเป็นผู้พิพากษาแทน รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากของมิสะเมื่อระลึกถึงคำพูดของไลท์ที่ว่า มิสะ เรามาสร้างโลกใหม่ด้วยกันเถอะ มิสะที่อยู่ในชุดโกธิคโลลิต้าเต็มตัวเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาดูไร้แวว 
ตุ๊กตายกไม้ขึ้นตีระนาดทองเหลืองของบนนาฬิกา มิสะออกเดินไปตามท้องถนน ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า
โปรดจงระวัง พระเจ้าทรงเฝ้ามองท่านอยู่ โปรดประสานมือเข้าด้วยกันบนทางที่มืดมิด แม้จะอยู่แสนไกลเพียงลำพัง พระเจ้าก็ยังจะทรงตามหาท่านจนพบเสมอ สิ่งที่ฉันรู้คือสิ่งที่พระองค์ตรัสบอกทุกอย่าง แม้ฉันไม่อาจจดจำได้ ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม พระองค์ก็จะยังคงตรัสบอกในทุกสิ่ง แต่หากฉันเข้าใจแล้วซึ่งทุกสิ่ง ฉันควรทำเช่นไรดีเล่า?
ฉากนั้นตัดสลับการกับการพิพากษาอาชญากรของมิสะ อาชญากรต่างพากันล้มตายระนาว
โหมดปกติ: การใช้ความเงียบครั้งที่ 3 ชุดโกธิคโลลิต้าของมิสะน่าจะสื่อว่ามิสะเป็นเพียงตุ๊กตาที่ปฏิบัติตามคำสั่งของไลท์เท่านั้นเอง เราว่ายิ่งชัดตรงที่ฉายไปให้เห็นตุ๊กตาบนนาฬิกา แล้วนัยน์ตาของมิสะยังดูไร้แววอยู่หลายจุด ไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาที่ไร้ความรู้สึกและถูกชักใย อีกนัยหนึ่งคงเหมือนกับสาวกที่เชื่อในพระเจ้าโดยปราศจากข้อกังขาใดๆในตัวพระองค์ เพลงที่มิสะร้องหลอนดีทั้งเสียงคนร้องและเนื้อร้อง ฟังแล้วรู้สึกขนลุกเลย ช่วงแรกฟังดูเหมือนเพลงสรรเสริญพระเจ้าและบอกให้ทุกคนเชื่อมั่นในพระองค์ แต่ประโยคสุดท้ายฟังดูเหมือนกับว่ามิสะเองก็พอจะรู้ว่าตัวเองเป็นเพียงเครื่องมือของไลท์เหมือนกัน แต่แม้จะมีข้อกังขาอยู่ในใจ มิสะก็ยังเลือกที่จะเชื่อฟังไลท์อยู่ดีนั่นล่ะนะ
(ขอบคุณบลอค Bijouterie ด้วยค่ะที่เอาเนื้อร้องของเพลงที่มิสะร้องมาลง เพราะเราฟังแล้วก็ไม่ค่อยแน่ใจบางจุด ทำให้ได้รู้เนื้อเพลงสมบูรณ์มากขึ้น)
โซอิจิโร่เดินเข้ามาในห้องบัญชาการสืบสวนพร้อมร้องถามว่า นี่มันอะไรกัน!? เกิดการสังหารอาชญากรขึ้นอีกแล้วรึ!? ไอซาว่ารายงานว่า แค่เมื่อวานวันเดียวก็มี 16 รายแล้วที่มีการรายงานข่าวหลังฮิงุจิตาย มัตสึดะออกความเห็นขึ้นว่า ตายกันเรียงตัวเลยนะครับ โซอิจิโร่เปรยขึ้นว่า หมายความฮิุงุจิไม่ใช่คิระจริงๆอย่างนั้นเหรอ? ไลท์แย้งขึ้นว่า ไม่หรอก สิ่งที่แน่นอนก็คือฮิงุจิได้ทำการพิพากษาอาชญากรจนถึงตอนที่ถูกจับกุม ไอซาว่าพูดขึ้นด้วยใบหน้าเป็นกังวลว่า งั้นแสดงว่ามีคิระรายอื่นปรากฎตัวขึ้นอีกงั้นสิ มัตสึดะเอามือกุมศีรษะ ร้องโอดครวญว่า อ๊า ทำไมล่ะเนี่ย! ส่วนไลท์ก็ร้องออกมาว่า บ้าจริง! เจ้าคิระ L คีบขนมปังช็อคโกแลตรูปหมีแพนด้าอยู่แล้วคาดการณ์ในใจด้วยสายตาจริงจังว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นกับคิระในตอนนี้?
อีกด้านหนึ่ง เรมก็นึกสงสัยในใจว่า แย่แล้ว มีแต่มิสะเท่านั้นที่จะทำเรื่องนี้ L แสดงความเห็นว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นทันทีที่ อามาเนะ มิสะ เป็นอิสระเลยนะครับ ไลท์แย้งด้วยน้ำเสียงคำรามทันทีว่า ริวซากิ ยังจะพูดอย่างนั้นอยู่อีกเรอะ! ขณะที่ L กัดหมีแพนด้าช็อคโกแลตเคี้ยวกร้วม ไลท์คำรามต่อว่า มิสะไม่เกี่ยวด้วยเลย ถ้าจะพูดว่าทันทีล่ะก็ เหตุมันเกิดขึ้นทันทีที่ฮิงุจิตายต่างหากเล่า L รับคำเรียบๆว่า นั่นสินะครับ พลางเทกล่องขนมให้หมีแพนด้าช็อคโกแลตที่เหลือตกลงไปบนเดธโน้ตที่วางอยู่บนโต๊ะโดยมีไอซาว่าจับจ้องด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก 
ถ้าหากว่ามีสมุดโน้ตอยู่อีกเล่มและกำลังมีใครใช้มันอยู่ L พูดพลางหยิบช็อคโกแลตหมีแพนด้าขึ้นมาคีบไว้ระหว่างปลายนิ้ว บีบมันให้แตกร้าวและปฏิญาณมั่นว่า ผมจะจับกุมคนคนนั้นแน่ครับ จากนั้นก็หยิบช็อคโกแลตหมีแพนด้าเข้าปากชิ้นแล้วชิ้นเล่า สายตาเบนลงมองสมุดโน้ตหน้าที่ขอบกระดาษถูกฉีกออกไปพลางนึกคิดว่า ยมทูตบอกว่าไม่รู้ก็จริง แต่ถ้าเกิดว่าสามารถฆ่าคนได้ด้วยการเขียนชื่อคนลงไปในชิ้นส่วนสมุดโน้ตที่ถูกฉีกออกมา แล้ว L ก็ย้อนนึกไปถึงตอนที่ไลท์ใ้ช้กลเม็ดเขียนชื่ออาชญากรลงในชิ้นส่วนเดธโน้ตที่แปะไว้ในถุงมันฝรั่ง และตอนที่ฮิงุจิถูกฆ่าตาย และสรุปได้ว่า ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ไ้ด้แต่หากคนที่เคยเขียนชื่อคนลงไปในสมุดโน้ตเล่มนี้แล้วไม่เขียนชื่อต่อไปภายใน 13 วันจะต้องตายยางามิ ไลท์ กับ อามาเนะ มิสะ ยังมีชีวิตอยู่ 13 วันติดแค่เรื่องนี้เท่านั้น
ไลท์เดินไปยืนข้างหลัง L แล้วออกความเห็นว่า แต่ว่าริวซากิถ้าเราจับกุมคนร้ายในฐานะคนที่เขียนชื่อคนอื่นลงไปในสมุดโน้ต จะสามารถตัดสินลงโทษคนร้ายในฐานะฆาตกรสังหารหมู่ได้รึเปล่า? มัตสึดะรีบร้องขึ้นว่า นั่นมันก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ!? ก็มันเขียนชื่อคนลงไปตั้งไม่รู้เท่าไหร่โดยรู้ว่าคนจะตายนี่ครับ ถ้าเราเปิดเผยเรื่องการมีอยู่ของสมุดโน้ตต่อสาธารณชนไม่ได้ เราก็ควรจะทำลายมันเสีย ไอซาว่าเสริมขึ้นว่า การทำลายอาจไม่ใช่วิธีที่นุ่มนวลนัก แต่เบื้องบนก็คงจะมีมาตรการใกล้เคียงกับวิธีที่ว่าล่ะนะ 
L เสริมว่า ถ้ามีการยอมรับว่ามีการสังหารโดยสมุดโน้ตจริง คนร้ายก็จะได้รับโทษประหาร หรืออย่างน้อยก็โทษจำคุกตลอดชีวิต ว่าแล้วก็หยิบช็อคโกแลตแพนด้าเข้าปาก เคี้ยวแก้มตุ่ย ก็เป็นเรื่องหลังจากจับคนร้ายได้ล่ะนะครับ เรมเป็นกังวล ครุ่นคิดในใจว่า นายกำลังคิดอะไรอยู่ ยางามิ ไลท์ ถ้ามิสะถูกจับกุม นายเองก็ แล้วเรมก็เบิ่งตากว้างเมื่อตระหนักถึงแผนการของไลท์ อย่างนี้นี่เอง! เป็นคนน่ากลัวอะไรอย่างนี้ ยางามิ ไลท์ มั่นใจว่าเราจะต้องช่วยชีวิตมิสะ ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าจะช่วยมิสะ เรามีแต่ต้องเีขียนชื่อจริงของริวซากิลงไปในสมุดโน้ตเท่านั้น แล้วเมื่อเราฆ่าริวซากิ ก็ย่อมกลายเป็นการยืดอายุขัยของมิสะ และเราก็จะตายไปด้วย ทุกอย่างจะเข้าทางของยางามิ ไลท์!
ไลท์หันไปมองเรมด้วยแววตาชั่วร้าย ส่งจิตถามว่า ว่าไงล่ะเรม? ฉันรู้ดีว่านายแคร์มิสะทั้งที่เป็นยมทูตแท้ๆ นายไม่อาจนิ่งดูดายไม่ช่วยมิสะที่อายุขัยลดลงอีกครั้งได้อยู่แล้ว นึกถึงความสุขของมิสะไว้สิ
เกมจิตวิทยาระหว่างมนุษย์และยมทูตดำเนินต่อไปเช่นนั้น
โหมดสครีม: โอย L เคี้ยวขนมหยับๆ น่าร้ากกก >///< แล้วทำไมเจ้าไลท์ถึงได้หล่อโฉดได้ใจเยี่ยงนี้? =.,=
ไลท์เดินครุ่นคิดอะไรเพียงลำพังไปตามทางเดิน ยามนั้นฝนตกหนักเหลือ เสียงสาดซัดของสายฝนทำให้แทบไม่ได้ยินเสียงของสิ่งใดอื่น ท้องฟ้าและบรรยากาศรอบด้านเป็นสีเทาขมุกขมัว ไลท์เดินมาเรื่อยๆ ขึ้นมาถึงบนดาดฟ้าและัสังเกตเห็นว่ามีใครคนหนึ่งยืนอยู่ข้างนอกนั่น ร่างที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าคือร่างที่เปียกโชกของ L ซึ่งกำลังยืนเหม่อมองไปเบื้องบนอยู่ ในที่สุด L ก็หันมาสังเกตเห็นไลท์ที่ยืนมองตนอยู่ 
ไลท์ยืนนิ่งเงียบอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า กำลังทำอะไรอยู่ในที่แบบนั้นน่ะริวซากิ? หากเสียงสายฝนที่สาดซัดก็กลบเสียงของไลท์ไปเีสียหมด L จึงเอียงคอ ยกมือป้องข้างหูเป็นสัญญาณให้รู้ว่าตนไม่ได้ยินที่ไลท์พูด คราวนี้ไลท์จึงเร่งระดับเสียงเป็นตะโกนถามว่า กำลังทำอะไรอยู่ในที่แบบนั้นน่ะริวซากิ!? L ทำหน้าฉงน พลางย้ำท่าทางเดิมอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ส่งยิ้มให้ด้วย ไลท์เห็นแล้วก็งงงวยเล็กน้อย ก่อนจะเอามือป้องหน้าเพื่อกันหยาดฝนแล้วเดินดุ่มเข้าไปใกล้อีกฝ่าย
โหมดสครีม: อ๊างงง ฉาก L เปียกฝน แพรผมเปียกลู่กับใบหน้า เนื้อตัวเปียกโชกเป็นลูกหมาตกน้ำนี่ไม่ไหวแล้ว น่ารักมากๆๆๆๆๆ x อินฟินิตี้ แถมยังเซ็กซี่หาใดปาน แล้วสีหน้าท่าทางตลอดช่วงนี้ยังดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเหมือนเด็กๆ น่าร้ากกกกเหลือเกิน ท่ายกมือป้องหู นิ้วสวยจัง ยิ้มอย่างนั้น น่ารักกว่านี้มีอีกมั้ยๆๆ <3 <3 <3 ชอบจริงๆที่ L รอให้ไลท์เป็นฝ่ายเดินมาหาตัวเอง แทนที่จะเดินเข้าไปอยู่ในร่มแทน ไม่หยุดกวนจนวินาทีสุดท้ายเลยนะจ้ะ L (TvT) ฮาไลท์ท่าทางเคืองๆ หงุดหงิด แนวว่า หมอนี่จะกวนและปั่นหัวตรูเล่นจนวินาทีสุดท้ายเลยนะ
พอเดินเข้าไปใกล้ก็เอ่ยปากถามอีกครั้งว่า ทำอะไรอยู่น่ะริวซากิ? L หันไปก้มหน้าก้มตาพลางตอบว่า ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ เสียงระฆังมัน ไลท์ทวนคำด้วยใบหน้าฉงนว่า ระฆัง? L หันไปมองไลท์วูบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองเบื้องบนอีกครั้งว่า ครับ วันนี้เสียงระฆังดังหนวกหูมากเลยนะครับ ไลท์หันไปมองตามทิศทางเดียวกับที่ L มองอยู่ ก่อนจะเบนหน้ากลับมาบอกด้วยใบหน้าจริงจังว่า ฉันไม่เ็ห็นได้ยินเสียงอะไรเลย L ย้อนถามด้วยความประหลาดใจว่า งั้นหรือครับ? วันนี้ดังต่อเนื่องเสียจนอดติดใจไม่ได้น่ะครับ โบสถ์รึเปล่านะ? พิธีแ่ต่งงาน? หรือว่า?
ไลท์อดรนทนฟังต่อไม่ได้ ขัดขึ้นทันทีว่า นายพูดอะไรของนายอยู่น่ะริวซากิ อย่าพูดเรื่องเหลวไหลน่ะ กลับเข้าไปข้างในเถอะ เมื่อได้ยินเช่นนั้น L ก็หันไปมองหน้าไลท์อย่างอึ้งๆ ก่อนจะคอตก พึมพำว่า ขอโทษครับ ทุกเรื่องที่ผมพูดทุกเรื่องเป็นเรื่องไร้เหตุผลทั้งนั้นล่ะครับ อย่าไปเชื่อถือมันสักเรื่องเลยครับ ไลท์ประหลาดใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น L ยืนคอตกมองพื้นโดยไม่พูดอะไรออกมาอีก ดูซึมเศร้า ไลท์หัวเราะในลำคอก่อนจะได้ทีพูดซ้ำเติมด้วยรอยยิ้มสาแก่ใจว่า นั่นสินะ ริวซากิ เรื่องที่นายพูดมันไร้เหตุผลเสมอนั่นล่ะ ไม่เคยหยุดหย่อนเลยตั้งแต่เริ่มต้นวันจนสิ้นวัน เรื่องนั้นฉันรู้ดีที่สุด L ตอบรับเรียบๆอย่างว่าง่ายว่า ครับ ถูกต้องตามนั้นล่ะครับ ไลท์คุง
โหมดปกติ: ในอนิเม ดูไลท์จะกล้าีรีบเปิดเผยธาตุแท้กว่าในต้นฉบับ ดูท่าทีมั่นใจในชัยชนะของตัวเองมากๆ ในทางตรงกันข้าม L ก็ดูจะท้อแท้และรู้ว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วเช่นกัน
โหมดสครีม: เจ้าไลท์ แกร๊~!! ได้ทีซ้ำเติม L เลยนะ!! เจ้าเมะซาดิสม์!! >*< *กระโดดขึ้นเข่า* L น่าสงสารสุดยอด ทอดอาลัยมากเลยกับความล้มเหลวในการจับกุมคิระของตนเองและการที่ไม่มีใครเชื่อคำพูดของตัวเองเลยซักคน โถทั้งที่ L พูดถูกมาตลอดแท้ๆ TT^TT
แต่แล้ว L ก็พูดขึ้นว่า แต่เรื่องนั้นมันก็ด้วยกันทั้งคู่นี่ครับ ไลท์ประหลาดใจ ถามว่า นายหมายความว่ายังไง? L ถามจี้ใจดำยิ้มๆไปว่า ตั้งแต่เกิดมา เคยพูดความจริงบ้างสักครั้งมั้ยล่ะครับ? ไลท์ถึงกับตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ทั้งสองมองจ้องหน้ากันท่ามกลางความเงียบงันที่แม้แต่เสียงสายฝนก็ไม่อาจแทรกกรายได้ แต่แล้วเสียงสายฝนก็ค่อยๆกลับคืนมาเมื่อไลท์ผู้ตั้งสติได้พูดแก้ว่า พูดอะไรของนายริวซากิ? แน่นอนว่านานๆครั้งฉันก็โกหกบ้าง แต่ก็ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ไม่เคยพูดเรื่องโกหกเลยตลอดชีวิตไม่ใช่เหรอ? มนุษย์ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าใครก็พูดโกหกด้วยกันทั้งนั้น แต่ฉันก็ระมัดระวังที่จะไม่จงใจพูดเรื่องโกหกที่จะทำร้ายคนอื่น นั่นล่ะคือคำตอบของฉัน 
โหมดปกติ: การใช้ความเงียบครั้งที่ 4 ยิ่งไม่มีเสียง ยิ่งทำให้บรรยากาศมาคุยิ่งขึ้นอีก
โหมดสครีม: L ตอกกลับตรงไปตรงมาได้ถึงใจมาก ดูหน้าไลท์แล้วคงจะจี้ใจดำสุดๆ แต่คำพูดไลท์นี่แบบว่าดูจะจิกกัดเสียดสี L ตลอดเวลาไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ฮึ่ยฟังแล้วสงสาร L สุดๆ แถมตอนนี้เป็นตอนที่ L ไม่อาจจะตอบโต้อะไรได้มากเพราะตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบ พูดอะไรก็ไม่มีใครเชื่อ แถมเหมือนโดนไลท์กล่าวหาเป็นนัยๆอีกว่าตัวเองพูดจาโกหกว่าไลท์กับมิสะเป็นคิระเพื่อทำร้ายไลท์กับมิสะอีก โฮ่ยๆๆ L ไม่ได้โกหกเสียหน่อย แง่งๆๆ TT^TT
L ไ้ด้ยินเช่นนั้นก็นิ่งอึ้งไปอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะหลบสายตา กลับไปมองพื้นอีกคราว แล้วพึมพำว่า นึกแล้วว่าจะต้องพูดแบบนั้นครับ ไลท์มอง L ด้วยใบหน้าที่ไร้แววมาดร้าย แล้ว L ก็เอ่ยชวนว่า กลับไปข้างในกันเถอะครับ เปียกโชกไปหมดแล้ว ไลท์รับคำว่า อืม
โหมดสครีม: ฮือ L ดูหดหู่ตลอดเวลาเลย คิดไปเองรึเปล่าไม่รู้ แต่ดูเหมือนสีหน้าและแววตาของไลท์ราวกับจะบอกว่าไม่อยากเห็นศัตรูตัวฉกาจของตัวเองในสภาพที่ดูหมดรูปแบบนี้เลย
เมื่อกลับเข้ามาภายในตัวอาคาร ไลท์ก็ถอดรองเท้าแล้วนั่งเอาผ้าขนหนูเช็ดผมอยู่ตรงบันได L ซึ่งมีผ้าขนหนูคลุมศีรษะอยู่เดินเข้ามา พูดทักว่า แหม เปียกแย่เลยนะครับ ไลท์เช็ดผมด้วยผ้าขนหนูต่อไปพลางพูดเรียบๆโดยไม่ใส่ใจอีกฝ่ายว่า ความผิดนายนั่นล่ะ ไปยืนตากฝนหนักแบบนั้น L รับคำว่า นั่นสินะครับ ขอโทษด้วยนะครับ 
โหมดสครีม: โหรู้สึกว่าพอ L ยอมลงให้ที พ่อคุณไลท์เล่นพูดเชือดเฉือนใส่ไม่ยั้งเลยนะ ซาดิสต์จริงนะพ่อคุณ (แต่ที่เราว่าไปก็นั่งโมเอะไปนี่ แสดงว่าเราก็ซาดิสต์ไม่แพ้กันรึเปล่านะ? =_=;;)
L ยืนมองแผ่นหลังไลท์ที่กำลังเช็ดผมอยู่ด้วยสีหน้าเหมือนจะรู้สึกผิดเล็กน้อย จากนั้นก็ดึงผ้าขนหนูออกจากศีรษะ ไลท์ที่นั่งเช็ดผมอยู่ก็ต้องตกใจเมื่อ L ทรุดตัวลงนั่งยองๆบนบันไดขั้นที่เตี้ยกว่าแล้วยกเท้าไลท์ขึ้นมา จนต้องรีบถามว่า จะทำอะไรน่ะ ริวซากิ? L ตอบว่า ก็ว่าจะช่วยน่ะครับ เห็นกำลังเช็ดผมอยู่ ไลท์ขัดด้วยน้ำเสียงมึนตึงว่า ช่างเถอะ ไม่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้ แต่ L ก็ยังยืนยันต่อไปว่า เดี๋ยวผมจะนวดให้ด้วยนะครับ อย่างน้อยผมจะได้ไถ่โทษ แล้วผมก็นวดเก่งพอตัวนะครับ ไลท์มอง L อย่างชั่งใจแล้วเบนสายตาไปด้านข้าง พลางพูดอย่างถอนใจน้อยๆเหมือนยอมแพ้ความดื้อดึงของ L ว่า อยากทำอะไรก็เชิญเถอะ ส่วน L ก็ตอบรับว่า ครับ แล้วตั้งอกตั้งใจเช็ดเท้าให้ 
พอผ้าสัมผัสกับฝ่าเท้า ไลท์ก็ร้อง อึ๊ ออกมาแล้วร้องขัดว่า เฮ้ แต่ L ก็บอกว่า เดี๋ยวก็ชินครับ แต่แล้วหยดน้ำที่เกาะอยู่บนปอยผมด้านหน้าของ L ก็หยดลงสู่เท้าของไลท์หยดแล้วหยดเล่า ไลท์เห็นดังนั้นจึงหยิบผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดผมของตนเมื่อครู่ยื่นไปซับปอยผมเปียกๆด้านหน้าของ L แล้วเปรยว่า ผมนายยังเปียกอยู่เลย L เบิ่งตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง เงยหน้าขึ้นมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มหน้าลงไปดังเดิม เอ่ยออกมาเบาๆว่า ขอโทษครับ แล้วเช็ดเท้าให้ไลท์ต่อ 
ไลท์มีสีหน้าเคร่งขรึม นัยน์ตาหรี่ลงน้อยๆและปล่อยให้ L เช็ดเท้าของตนต่อไปอย่างนั้น ความเงียบแผ่ซ่านครอบคลุมไปทั่วบริเวณ แต่แล้วจู่ๆ L ก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบว่า เหงาจังเลยนะครับ ไลท์ร้องขึ้นมาด้วยความประหลาดใจว่า เอ๊ะ? L เงยใบหน้าซีดเซียวขึ้นมาพูดขยายความด้วยรอยยิ้มน้อยๆว่า เดี๋ยวก็ต้องจากกันแล้วน่ะครับ
โหมดเป็นเรื่องเป็นราว(?): การใช้ความเงียบครั้งที่ 5 ฉาก L เช็ดเท้าให้ไลท์น่าจะอ้างอิง อาหารมื้อสุดท้าย ของพระเยซูและบรรดาลูกศิษย์ก่อนที่พระเยซูจะถูกตรึงกางเขน ก่อน อาหารมื้อสุดท้าย นั้น พระเยซูได้ล้างและเช็ดเท้าของสาวกทุกคนให้แห้ง และระหว่างมื้ออาหารนั้นเองก็ได้ประกาศว่าจะมีสาวกผู้หนึ่งทรยศพระองค์ นั่นก็คือ จูดาส นั่นเอง ทำให้คิดได้ว่าอนิเม DN ต้องการจะเปรียบ L ในบทบาทของพระเยซูคือต้องเสียสละตนในการสืบคดีคิระ ในขณะเดียวกันก็ถูกทรยศหักหลังจากผู้ที่ต้นคิดว่าเป็นเพื่อนคนแรก หรือจะมองอีกอย่างว่าการเช็ดเท้าให้กับไลท์เป็นการแสดงมิตรภาพของ L ที่มีต่อไลท์ก็เป็นได้ และที่คิดว่าสื่อได้ชัดเจนมากอีกอย่างคือ L รู้ตัวดีว่าตัวเองกำลังจะตาย ทั้งจากตอนที่เพิ่งเข้าไปเตรียมการกับวาตาริก่อนว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับวาตาริ ให้วาตาริลบข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองออกไปทั้งหมด และคำกล่าวลาที่พูดบอกไลท์ออกมาตรงๆว่าเดี๋ยวจะต้องจากกันแล้ว จะมองว่า L พูดบอกลาแบบนั้นก็เพราะไม่ว่า L หรือไลท์จะเป็นฝ่ายชนะ L ก็ต้องลาจากไลท์อยู่ดีก็อาจจะได้เหมือนกัน แต่จากตรงที่ L คอตกเหมือนสิ้นหวังน้อยๆตรงฉากฝนตกและคำพูดที่เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจนั่นทำให้เรารู้สึกว่า ในใจ L คาดการณ์ไว้ว่าตัวเองจะเป็นผู้แพ้มากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ
โหมดสครีม: โอ๊ย!! มันอะไรกันเนี่ย ฉากนี้ เลือดกำเดาจะกระฉูดแล้ว เปียกมะล่อกมะแล่ก เสื้อผ้าแนบกับตัว เซ็กซี่กันทั้งคู่เล้ย!! (ยิ่ง L เปียกฝน ยิ่งดูผิวซีดเซียวยิ่งกว่าเดิม คงหนาวแย่สินะ ดาร์ลิ่ง T_T) เข้าใจหรอกนะว่าเป็นภาษาสัญลักษณ์ที่ต้องการจะสื่อ แ่ต่ความใกล้ชิดของคู่นี้มันโมเอ๊ๆๆๆๆๆ x อินฟินิตี้ แล้วยังเสียงร้องของเจ้าไลท์ตอน L เช็ดเท้าให้อีก ก็รู้นะว่าอาจจะนวดไปโดนจุดหรือรู้สึกจั๊กกะจี้ (เท้าเจ้าไลท์สวยสุดยอด) แต่โอ๊ย ทำให้อดรู้สึกน้อยๆไม่ได้ว่าเจ้าไลท์มันเกิดอารมณ์ แฮ่ (จับกดไปเลยเด้ ครั้งสุดท้ายแล้วเฟร้ย TT^TT) แล้วเจ้าไลท์ก็ดูเหมือนจะหวั่นไหวกับการกระทำและคำพูดของ L อย่างไม่น่าเชื่อ ยอมให้ L เช็ดเท้าและนวดเท้าให้อย่างไม่น่าเชื่อ (หรือเพราะเห็นว่าก็ไม่เห็นจะเสียหายกับการที่ศัตรูตัวฉกาจจะมาอยู่แทบเท้าแบบนี้ ฮึ่ยๆ) แต่การที่ไลท์หยิบผ้าขนหนูไปเช็ดๆผมให้ L ตอบนั้นมันจี๊ดใจมากค่ะ ไลท์เคยแสดงความอ่อนโยนอย่างจริงใจขนาดนั้นให้ใครคนอื่นอีกบ้างมั้ยนะ ในเวลานี้ที่ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากโกหกหลอกลวงอะไรขนาดนั้นแล้วก็ได้ แต่ไลท์ก็ยังเอาผ้าขนหนูไปซับน้ำที่แพรผมของ L ราวกับว่าเป็นห่วงเป็นใยจากใจจริงที่เห็นว่า L มาเช็ดเท้าให้ตนทั้งที่ตัวเองก็ยังหัวเปียกอยู่แท้ๆ คำบอกลาของ L ฟังแล้วน้ำตาก็จะไหล ใบหน้าที่ผมเปียกๆปรกลงมาปิดตาไปข้างหนึ่งดูสวยเซ็กซี่มากเลย ใบหน้าเศร้าๆเซื่องซึมของ L การยอมรับชะตากรรมของตัวเองของ L ไม่ไหวแล้ว แล้วยังเพลงประกอบฉากที่ฟังดูทั้งสงบ เศร้าสร้อย หวานซึ้งในเวลาเดียวกันนี่อีก ไม่สามารถจะบรรยายเป็นคำพูดไปได้มากกว่านี้ แต่ฉากนี้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดใจจริงๆค่ะ จะเศร้าก็ฮือ เศร้า แต่ก็โมเอะ จะสครีมโหมดแม่ยกก็สครีมไม่ได้เต็มที่เพราะมันเศร้า อารมณ์ผสมปนเปกันไปหมดแล้ว
ไลท์นิ่งอึ้ง มองหน้า L โดยไม่อาจเอ่ยวาจาใดออกไปได้ จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือของ L ดังขึ้นขัดบทสนทนาของคนทั้งสอง L กดรับโทรศัพท์แล้วรับคำว่า ครับ เข้าใจแล้ว จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ โดยมีไลท์มองแผ่นหลังของ L อยู่ด้วยใบหน้าฉงน L พูดโดยไม่หันหลังกลับไปมองว่า จะไปกันรึยังครับไลท์คุง? ดูเหมือนว่าเรื่องจะเป็นไปได้สวยนะครับ เมื่อ Lออกเดินไป ไลท์จึงรีบผุดลุกขึ้นจากบันไดบ้าง
โหมดสครีม: สีหน้าของเจ้าไลท์นั่นมันอะไรกัน สายตาของเจ้าไลท์นั่นมันอะไรกัน แกหวั่นไหวใช่มั้ย แม้จะแี่ค่ชั่ววูบหนึ่งก็เถอะ ใช่ม้ายๆๆๆๆ? แต่ถึงอย่างนั้น โลกใหม่ของแกก็สำคัญกว่าสินะๆๆ? ก็รู้อยู่หรอก ก็รู้อยู่แล้วแท้ๆ แต่ปวดใจจริงงง T^T
สายฝนยังคงโหมกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง L และไลท์เดินเข้าไปในห้องบัญชาการสอบสวน มัตสึดะเห็นทั้งสองก็ร้องเรียกขึ้นทันทีว่า อ๊ะ ริวซากิ! นี่มันเรื่องอะไรกันครับ!? ที่ว่าได้รับความเห็นชอบจากนานาชาติในการใช้สมุดโน้ตกับนักโทษประหารน่ะ!? L ไม่สนใจคำคัดค้านของมัตสึดะแต่เอ่ยชมวาตาริว่า วาตาริ ทำได้ดีมากเลยครับ วาตาริถ่อมตนว่า ไม่หรอกครับ L กล่าวต่อไปว่า ออกจะกะทันหันสักหน่อย แต่รีบเตรียมการเคลื่อนย้ายสมุดโน้ตด้วยครับ วาตาริตอบรับว่า ครับ ไลท์รีบร้องทัดทานว่า ริวซากิ นี่มันเรื่องอะไรกัน!? L ยกช้อนขึ้นมาชี้ไปที่สมุดโน้ตแล้วตอบว่า ผมจะทดลองใช้สมุดโ้น้ตจริงๆน่ะสิครับ ทุกคนตกใจจนอุทาน ห๊ะ! ออกมา ทว่า แววตาของ L ก็ยังคงมุ่งมั่นตามคำพูดนั้น 
ไอซา่ว่าร้องขัดขึ้นว่า จะทำเกินเหตุไปแล้ว! ถึงไม่ต้องทำอย่างนั้น พลังของสมุดโน้ตก็เป็นของจริงอยู่แล้วนี่นา! มัตสึดะรีบเสริมว่า แล้วใครจะเป็นคนเีขียนชื่อลงไปล่ะครับ!? ถ้าเขียนชื่อคนลงไปครั้งหนึ่งแล้ว ก็ต้องเขียนชื่ออื่นต่อไปเรื่อยๆทุกรอบ 13 วันตลอดไปเลยนะ! L ตอบว่า คนที่จะเขียนชื่อลงสมุดโน้ตก็คือนักโทษที่ได้รับการตัดสินว่าจะถูกประหารชีวิตภายใน 13 วันหลังจากวันที่เขียนครับ ถ้าเกิดว่ายังมีชีวิตรอดอยู่หลังผ่านไป 13 วัน ก็จะได้รับการละเว้นจากโทษประหารชีวิตครับ โซอิจิโร่แย้งขึ้นอย่างเป็นกังวลว่า แต่ว่า จะเอาชีวิตคนมา L รีบแทรกขึ้นว่า อีำกนิดเดียวเท่านั้นครับ! แค่พิสูจน์เรื่องนี้ให้กระจ่างได้ เราก็จะไขคดีได้ในชั่วอึดใจ!
ท้องฟ้าพิโรธปล่อยสายฟ้าฟาดลงมาราวกับจะสะท้อนสภาพจิตใจของเรมในเวลานี้ นัยน์ตาของเรมแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน แล้วไฟฟ้าในกองสืบสวนก็ดับลง มีเพียงไฟฉุกเฉินสีแดงเท่านั้นที่ได้รับการปลดปล่อยออกมา มัตสึดะหันรีหันขวางร้องขึ้นด้วยความตระหนกว่า อะอะไรเนี่ย? ไฟดัีบเหรอ!? เรมยืนมองวาตาริที่ล้มออกจากเก้าอี้แต่ก็พยายามยันกายเอาไว้กับโต๊ะด้วยใบหน้าเย็นชา 
ชายชรารวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย นัยน์ตาส่องประกายของความรู้สึกที่ท่วมท้นมากมายขณะเอื้อมมือออกไป ราวกับว่าจะเอื้อมมือไขว่คว้าหาชายหนุ่มที่ภาพปรากฎอยู่บนจอมอนิเตอร์ L เรียกอีกฝ่ายออกมาว่า วาตาริ หยดเหงื่อไหลรินอยู่บนใบหน้าของวาตาริก่อนที่ชายชราจะรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายกดปุ่มหลังแป้นพิมพ์ หน้าจอทุกหน้าจอปรากฎข้อความ ข้อมูลถูกลบ และภาพสุดท้ายที่วาตาริได้เห็นก็คือภาพ L ร้องเรียกชื่อเขาด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่จะล้มลงกับพื้นสิ้นใจ
โหมดปกติ: แววตาของวาตาริและใบหน้าตื่นตระหนกของ L (เท่าที่ L จะแสดงให้เห็นออกมาได้มากที่สุดแล้ว) บ่งบอกสายใยสัมพันธ์ของคนทั้งสองหมดแล้วค่ะ
โหมดสครีม: โฮ เหมือนคุณพ่อกับลูกชายต้องพลัดพรากจากกัน ยิ่งมีฉากวาตาริและ L วัยเด็กช่วงต้นตอนมาเสริม ยิ่งเรียกน้ำตาให้กับฉากนี้ T_T
ไอซาว่าตกตะลึงพลางร้องว่า ข้อมูลถูกลบ นี่มันเรื่องอะไรกัน!? L อธิบายว่า ผมสั่งการวาตาริเอาไว้ครับว่า้ถ้ามีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นกับตัวเอง ให้ลบข้อมูลทั้งหมดไปเสีย ไอซาว่าย้ำคำว่า เหตุฉุกเฉินนั่นมัน มัตสึดะร้องขึ้นว่า หรือว่า!? L หันไปเอ่ยถามโซอิจิโร่ว่า ยมทูตล่ะครับ? โซอิจิโร่หันรีหันขวางมองแล้วร้องตอบว่า จะว่าไปก็หายไปไหนแล้ว? เรมเร่งรี่เขียนชื่ออีกชื่อหนึ่งลงไปในเดธโน้ต อีกข้างหนึ่ง โมงิก็ร้องขึ้นว่า ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน! โซอิจิโร่ร้องขึ้นว่า นี่มันเรื่องอะไรกัน?
โหมดปกติ: ฉากแอ็คชั่นทำได้ทรงพลังมาก เพลงประกอบก็อลังการ
L ตระหนักถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ร้องบอกว่า ทุกคน ยมทูต แต่ยังไม่ทันที่จะได้สานความต่อ ร่างของเขาก็ถูกอะไรบางอย่างพุ่งเข้าโจมตีอย่างเฉียบพลันจนเข้าต้องร้อง อึ๊! ออกมาเบาๆ เหตุการณ์อยู่ในสายตาของไลท์โดยตลอด ไลท์มองช้อนที่ร่วงหลุดออกจากปลายนิ้วของ L และร่างของ L ที่ค่อยๆล้มลงไปด้านข้างจากเก้าอี้่ช้าๆเหมือนภาพสโลว์โมชั่นด้วยความตกตะลึง ก่อนที่จะพุ่งเอาตัวเ้ข้าไปรับร่างของศัตรูคู่อาฆาตเอาไว้ในอ้อมแขน 
โหมดสครีม: ฉากนี้ดูกี่ครั้งก็ยังไม่ชินค่ะ ฉากที่ L ล้มลงจากเก้าอี้ ฉากที่ยังฝังใจอยู่จนถึงทุกวันนี้ คราวนี้ยิ่งเป็นฉากสโลว์โมชั่นให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบเต็มๆด้วยแล้ว ยิ่งใจจะขาดตามไปด้วย ฮือL TT_TT
มัตสึดะวิ่งพล่าน ร้องถามว่า เป็นอะไรไป ริวซากิ!? ด้วยความตื่นตระหนก แต่ L กลับได้ยินเสียงร้องตะโกนนั่นเหมือนเป็นเพียงเสียงแว่วอยู่ในหัว มือของ L วางไว้บนต้นแขนของไลท์ ไลท์ตะลึงมองหน้า L ในขณะที่ L ก็เบิ่งตากว้างมองหน้าไลท์ ปากเผยอน้อยๆ ภาพเพดานโบสถ์ ภาพเด็กร้องไห้ ณ บ้านแวมมี่ ผนังโบสถ์ และท้องฟ้า ย้อนเข้าสู่กระแสความนึกคิดอีกครั้งด้วยลำดับถอยหลัง ตัดสลับกับไบหน้าของไลท์ เสียงระฆังยังคงดังหง่างเหง่งให้ได้ยินก้องอยู่ในสมอง 
ขณะเดียวกัน ร่างของเรมค่อยๆสลายกลายเป็นทราย ริมฝีปากของไลท์ค่อยๆเผยอออก ภาพความทรงจำค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน L ได้แต่เบิกตากว้างมองดูรอยยิ้มและใบหน้าชั่วร้ายที่ออกมาจากจิตใจที่แท้จริงของไลท์ ไลท์มอง Lด้วยใบหน้าชั่วร้ายที่ประกาศชัยชนะออกมาอย่างชัดแจ้ง L ได้แต่มองภาพตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่นัยน์ตาจะค่อยๆปิดลงช้าๆด้วยใบหน้าหม่นหมอง จนกระทั่งปิดลงสนิท และใบหน้าของเขาก็ดูสงบลง พร้อมๆกับเสียงระฆังที่เงียบไป
โหมดปกติ: การใช้ความเงียบครั้งที่ 6 ไม่มีความนึกคิดของเรม ไม่มีความนึกคิดของ L ตามต้นฉบับ แต่ภาพ ลำดับภาพ และบรรยากาศต่างๆก็สื่อความรู้สึกออกมาได้เป็นอย่างดี และดูเป็นการใช้เทคนิคบอกเป็นนัยมากกว่าที่จะบอกออกมาตรงๆได้ดีมากเลย ภาพความทรงจำของ L สีสวยมากๆเลย ชอบมากๆตรงที่เสียงระฆังเงียบเสียงไปหลังจากที่ L สิ้นใจ
โหมดสครีม: ฉากการตายของ L ดูงดงามเป็นงานศิลป์มากค่ะ ดีใจที่ทีมสร้างอนิเมเอาใจใส่กับฉากการตายของ L แบบนี้ ดูให้อารมณ์โศกเศร้า ความสับสนวุ่นวาย ความว้าวุ่นในใจของ L และการจากไปของ L ที่ผสมผสานทั้งความหมายของการจากไปอย่างสงบและไม่สงบไว้ในเวลาเดียวกัน เป็นฉากที่ติดอยู่ในใจมากเลยค่ะ T^T ทีมสร้างอนิเมวาดให้นัยน์ตาของ Lดูมีประกายขึ้นมาเป็นครั้งแรก แล้วมันก็ดูงดงามมากเลยค่ะ ราวกับจะสื่อว่านัยน์ตาที่ถูกเมฆหมอกแห่งการหลอกลวงของคิระตอนยังมีชีวิตอยู่ของ L ได้แจ่มกระจ่างชัดเอาจริงๆก็เืมื่อกำลังจะสิ้นใจ ยามได้มองทะลุเข้าไปถึงจิตใจของไลท์ได้อย่างชัดเจน TT_TT ชั่วแวบนึงค่ะ ชั่วแวบนึงที่คิดว่าได้เห็นความเป็นมนุษย์ของไลท์ เหมือนไลท์จะรู้สึกรู้สาอะไรบ้างเหมือนกันกับการตายของ L แต่ในท้ายที่สุด คิระก็คือคิระอยู่ดีนั่นล่ะค่ะ และชะตากรรมของทั้งสองคนก็ต้องเป็นอย่างนี้จริงๆนั่นล่ะ ฆ่ากันให้ตายไปข้าง มันสมกับเป็นทั้งสองคนนี้ดีแล้ว TT_TT
รอยยิ้มกว้างของไลท์ค่อยๆหุบลง พร้อมกับที่ชายหนุ่มหยิบหน้ากากเข้ามาสวมใส่อีกครั้ง เขามองร่างของ L ที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วร้องเรียกว่า เฮ้ ริวซากิ เกิดอะไรขึ้น!? ทำใจดีๆไว้!! ด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกำลังขวัญเสีย โซอิจิโร่ร้องถามว่า นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น? ไลท์เบิิกตากว้างมองร่างตรงหน้าแล้วร้อง อ๊าาาา!! ออกมาสุดเสียง โซอิจิโร่ต้องรีบร้องบอกหมายให้เย็นใจลงว่า ใจเย็นๆ ไลท์! ไลท์ตะโกนบอกทุกคนว่า เราถูกฆ่าแน่!! วาตาริ ริวซากิ ต่อไปก็ตาพวกเรา!! ไอซาว่าขวัญเสียจนล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น มัตสึดะเองก็ครองสติเอาไว้ไม่อยู่จนต้องเอามือกุมศีรษะ โซอิจิโร่และโมงิก็ตื่นตระหนกไม่แพ้กัน ไลท์ทำสายตามุ่งมั่นเตรียมรอรับเหตุการณ์ที่จะเิกิดขึ้น
โหมดปกติ: ตรงนี้ทำได้ระทึกใจดีมากๆ
แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไลท์ยืดตัวขึ้น แกล้งร้องสบถอย่างเหลืออดว่า บ้าเอ๊ย!! ยมทูตแกอยู่ไหน!? ออกมานะ!! โซอิจิโร่ร้องเรียกชื่อบุตรชาย แต่ไลท์ก็ไม่ฟังเสียงใคร ยังคงร้องตะโกนต่อไปว่า แกต้องรู้อะไรแน่! ออกมานะ!! พลางตั้งท่าจะวิ่งออกไป โซอิจิโร่สั่งการว่า พวกเราก็ลองตามหาดูด้วยเถอะ มัตสึดะรับคำแล้วเดินตามออกไป ไอซาว่าร้องขอโมงิว่า โมงิ ฝากที่เหลือด้วย ก่อนจะส่งร่างของ L ให้โมงิรับไปแทน 
ไลท์เดินมาถึงห้องปฏิบัติการของวาตาริ มองเห็นเดธโน้ตที่จมอยู่ในกองทรายซึ่งเคยเป็นร่างของเรม จึงเดินเข้าไปหยิบแล้วสอดมันไว้ในกางเกงด้านหลัง ก่อนจะรีบแกล้งวิ่งออกไปบอกคนอื่นๆว่า ทุกคน มาตรงนี้เร็ว! คนอื่นๆพากันมาสังเกตการณ์กองทรายนั้น โซอิจิโร่ถามขึ้นว่า นะนี่มันอะไร? มัตสึดะออกความเห็นว่า ทรายเหรอ? ไอซาว่าร้องอย่างไ่ม่เข้าใจว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ไลท์พูดขึ้นว่า ไม่ว่ามันจะคืออะไรไม่ว่ามันจะเิกิดอะไรขึ้นผมก็จะจัดการกับศัตรูของริวซากิแน่ การไขคดีนี้จะเป็นของขวัญแห่งการลาจาก เพื่อวาตาริ เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคนอื่นๆ และทุกๆคนด้วย โซอิจิโร่ร้องเรียกชื่อบุตรชาย และไอซาว่าก็พูดสนับสนุนว่า ถูกแล้วล่ะ ไลท์คุง มัตสึดะแย้งขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า แต่ว่า เราได้โดนฆ่าตายแน่ๆเลยนะครับ เห็นอย่างนี้แล้ว มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆไม่ใช่หรือไงครับ!? ไลท์รีบพูดว่า คุณมัตสึดะ ถ้ากลัวถูกฆ่าก็ถอนตัวไปเสียเถอะครับ คนที่จะมารวมตัวอยู่ที่นี่ได้ต้องเป็นคนที่เดิมพันด้วยชีวิตแล้วทั้งนั้นแน่ๆครับ มัตสึดะพูดอย่างลังเลว่า อะ คือ นั่นมันก็ใช่อยู่หรอกหยุดพูดเหมือนริวซากิทีเถอะน่า ไลท์คุง ไลท์ไม่พูดโต้ตอบอะไรและเดินจากไป ทิ้งให้คนอื่นๆหลงเหลืออยู่เบื้องหลัง และปิดประตูตามหลังปึง 
ไลท์เดินไปตามทางเดินที่มืดมิด พลางนึกกระหยิ่มในใจว่า ตัวเกะกะหายไปหมดแล้ว เขาเดินผ่านหน้าต่าง แสงจากสายฟ้าฟาดจุดแสงให้บริเวณที่มืดมิดสว่างวาบขึ้น ไลท์แสยะยิ้ม นัยน์ตาเหลือบมองขึ้นไปด้านบน แล้วยินดีอยู่ในใจว่า เราคือพระเจ้าของโลกใหม่
จบตอนที่ 25
ปิดท้าย: ชอบมากเลยค่ะที่อนิเม DN ตีความต่างออกไปจากภาคหนังสือการ์ตูนและภาคภาพยนตร์ ในภาคหนังสือการ์ตูน L ไม่คิดว่าตัวเองจะตายและยังคิดตระเตรียมแผนการต่อกรกับคิระอยู่ การตายของ L เป็นสิ่งทีเ่กิดขึ้นกะ่ทันหันโดยที่ L เองก็คาดไม่ถึง ในขณะเดียวกัน อาจารย์โอบะก็พูดออกมาเองว่า L เป็นคนขี้โกหก เพราะงั้นคำพูดของ L ที่ว่าไลท์เป็นเืพื่อนคนแรกของตนเองนั้นก็ไม่ใช่เรื่องจริงหรอก ดูอนิเม DN ตอนนี้แล้ว มีความรู้สึกว่า L คิดว่าไลท์เป็นเพื่อนจริงๆค่ะ สีหน้าการแสดงออกของ L ดูจริงใจเกินกว่าจะเป็นการโกหก และแม้แต่ไลท์เองก็ยังแสดงสีหน้าเหมือนจะหวั่นไหวอยู่หลายครั้ง เราคิดว่าตรงนี้เป็นการตีความที่แตกต่างออกไปของทีมอนิเมค่ะ
เราชอบการใช้ความเงียบเป็นสื่อในหลายๆฉากของตอนนี้ สมกับที่ตอนนี้ชื่อว่า ความเงียบงัน
ได็เห็น L ในหลายแง่มุม ได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างไลท์และ L ในหลายแง่มุมแบบนี้ ได้เห็นการตีความแปลกใหม่หลายทางอย่างนี้ ดีใจมากเหลือเกินจริงๆค่ะ บางคนอาจจะมองว่า L ในอนิเมตอนจบภาคแรกดูไม่สมกับเป็น L เลย แต่เราชอบมากนะคะกับการแสดงให้เห็นความเป็นมนุษย์คนหนึ่งของ L ชัดเจนแบบนี้
ชอบที่เขาเอาฝนตกมาเล่นด้วย มันยิ่งสร้างความรู้สึกหม่นหมอง ว่างเปล่า เงียบเหงา ยิ่งตอนที่ไลท์พูดแล้ว L ไม่ได้ยิน ยิ่งช่วยเสริมธีม ความเงียบงัน ของตอนนี้ยิ่งขึ้นอีก เมื่อเสียงฝนกลบเสียงอื่นๆมิดอย่างนั้น
สำหรับเราแล้ว อนิเมตอนนี้เป็นศิลปะที่งดงามมากชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว
มีหลายๆคนประณามว่าตอนนี้มันแฟนเซอร์วิสสาววายกระจายสุดๆ มันก็มองได้ว่าเป็นแฟนเซอร์วิสก็จริงอยู่ แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่ทีมงานอนิเมต้องการจะสื่อคือความหมายแฝงที่ลึกซึ้งและต้องการสร้างความเป็นดราม่าให้กับการตายของ L ในลักษณะที่แตกต่างออกไปจากต้นฉบับหนังสือการ์ตูนและเวอร์ชั่นภาพยนตร์ มันโยงเป็นภาษาสัญลักษณ์ได้ ดูมีที่มาที่ไปมากกว่าที่จะเป็นแฟนเซอร์วิส
ในตอนนี้ L ยอมรับและแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างซื่อตรงทุกอย่าง ทำไม L ต้องทุกข์ทรมานแบบนั้นด้วยนะ? เห็นแล้วก็ทรมานใจตามไปด้วย TT_TT
ว่าแต่จริงๆนะคะ ตอนดูครั้งแรก แอบร้องในใจว่า โอ๊ย จะฆ่ากันใช่มั้ย? ต้องมาเห็น L ตายเป็นครั้งที่ 3 แล้วนะ อย่าทำเศร้าซึ้งมากนักจิ๊ หัวใจจะสลายแล้ว TTwTT
รู้สึกขึ้นมาเป็นครั้งแรกว่า อยากให้ Death Note จบลงที่ภาคแรก เพราะไม่อยากดู Death Note ต่อไปหากไม่มี L ตอนนี้ L เป็นประเด็นที่อ่อนไหวมากสำหรับเรา โดยเฉพาะตั้งแต่ตอนจบของภาคภาพยนตร์แล้ว แต่ไม่หรอก แม้ว่า L จะตายไปแล้ว ตัวตนของ L ก็ยังคงอยู่ในเรื่องนี้ต่อไป เพราะชีวิตของ L และทุกๆสิ่งที่ L ทำส่งผลกระทบตามมาถึงคนอื่นอีกหลายๆคนในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ไลท์ เนียร์ หรือเมลโล ก็ตาม แต่ทั้งๆที่รู้อย่างนั้น ทั้งๆที่ก็ชอบ Death Note ภาค 2 แท้ๆ แต่จู่ๆก็อยากจะหยุดเวลาลงไว้ตรงนี้
ตอนอ่านหนังสือการ์ตูน มีความรู้สึกว่าเหตุผลหนึ่งที่อยากอ่านการ์ตูนภาค 2 ก็เพราะอยากเห็นเจ้าไลท์พ่ายแพ้นั่นล่ะ แต่ตอนนี้มีความรู้สึกแค่ว่าเรื่องนี้มันโศกนาฎกรรมชัดๆ คงได้ดูอนิเมเรื่องนี้ต่อไปด้วยใจหดหู่ ความแค้นต่อเจ้าไลท์ก็มีหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ไฟแค้นค่อนข้างมอดไปตั้งแต่เห็นวาระสุดท้ายของไลท์ในเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูนแล้วล่ะค่ะ รวมถึงวาระสุดท้ายของไลท์ในภาพยนตร์ด้วย
ว่าแต่พอได้เข้าไปอ่านความรู้สึกของนักเขียนโดจินชาวญี่ปุ่นที่ชอบแล้ว ก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น L เป็นที่รักของคนมากมายจริงๆเลยนะ บางคนบอกว่า ไม่กลัวที่จะดูตอนจบ เพราะเป็นชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ L เองก็คงไม่เีสียใจที่ได้ไล่ตามคิระจนถึงวาระสุดท้าย แล้วเขาก็ไม่รู้สึกอย่างนี้อยู่คนเดียว มีคนอื่นอีกหลายคนที่กำลังอยู่ในภาวะเดียวกัน เพราะงั้นทุกคน มาพยายามกันเถอะ ฟังแล้วอบอุ่นสะท้อนใจมากเลย บางคนก็บอกว่าโดจินเล่มที่เขียนอยู่นี่ก็ยังไม่เสร็จแท้ๆ แต่มีแผนการจะเขียนเล่มใหม่เสียแล้ว แอบขำปนดีใจ นึกแล้วเชียว คงมีหลายคนจะออกงานใหม่ในงานโอนลี่อีเวนท์ของ Death Note กลางเดือนนี้ แล้วก็ต้องมีคนอยากเขียนโดจินไลท์xLที่อิงเนื้อเรื่องของอนิเมตอนที่ 25 นี้แน่ แต่ยังไงก็คงออกไปทันงานโอนลี่อีเวนท์ที่จะจัดขึ้นในอีกสิบวันนี้แน่ๆ เอิ๊กๆ ไม่เป็นไรค่ะ จะรออุดหนุนหมดทุกเล่มเลยนะคะ รอได้เสมอค่ะ ขอให้ยังเขียนเถอะ T_T
ช่วงนี้เลยยิ่งตะีบี้ตะบันซื้อโดจินชิมาอ่านแหลกเลย ถึงคู่นี้จะจิตแตก ฆ่ากันตาย ตลบแตลงปลิ้นปล้อนกันและกันขนาดไหนก็ตาม ก็ยังรักคู่ ไลท์xL อยู่ดี ยังไงเสียเขาต่างก็เข้าถึงจิตใจของกันและกันได้มากที่สุดแล้ว โฮก~ เรื่องมันเศร้า T^T ไม่ค่อยคิดถี่ถ้วนในการซื้อสินค้า Death Note หนักกว่าเดิมอีกต่างหากเพราะกำลังอ่อนไหวสุดชีวิต ฮือ~ (นี่เป็นแผนการของ Madhouse รึเปล่าเนี่ย? =_=;;)
ฮือจิตตกต่อเนื่องหลังที่บ้านกลับเมืองไทยไปหลังจบทริปมาญี่ปุ่น ;_;
ไปหาโดจินชิหาฟิคอ่านหาแฟนอาร์ทดูเขียนฟิคย้อมใจต่อไป ฮือ~
รัก Death Note รัก L รักคู่ไลท์xL รักจนทนไม่ไหวแล้ว TT^TT
แน่นอนว่ารักอาจารย์โอบะ ทสึงุมิ อาจารย์โอบาตะ ทาเคชิ ทีมเดธ และ Madhouse ด้วย ~>_<~
ดีใจที่ได้เกิดมาในยุคของ Death Note นะ ขอบคุณจริงๆ
ปล. ขอบคุณทุกท่านที่ยังอุตส่าห์ติดตามบลอคนี้อยู่นะคะ เห็นจำนวนคนเข้ามาอ่านทั้งๆที่ไม่ได้อัพเอนทรี่ใหม่ตั้งนานแล้ว ก็รู้สึกผิดจริงๆเลยค่ะ เพียงแต่ช่วงนี้เรื่องเยอะจริงๆค่ะ คอมเมนท์ก็ยังไม่ได้ตอบต่อเลย เฮ้อ~ สำหรับคนที่ตามบลอคนี้อยู่และคนที่ต้องการให้เราตอบคอมเมนท์ ก็รออีกซักนิดนะคะ ขอบคุณมากและขอโทษจริงๆนะคะ >_<
edit @ 2007/04/06 22:23:47
สาดน้ำ
สงกรานต์ ที่เชียงใหม่ มี คนคอส มิสะ กะไลท์ เล่นน้ำ เสียดายไม่ได้ถ่ายไว้