2007/Feb/11


คลานเอางานมาส่งค่ะ ไว้จะมาอัพข่าวคราวเกี่ยวกับเดธโน้ต เมาท์ และตอบคอมเมนท์คราวหน้านะคะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์อีกเช่นเคยค่ะ

อ่อย...@_@


=+=+=


DEATH NOTE: ANOTHER NOTE
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB
ณ เมืองลอสแองเจลิส

ประพันธ์ โดย นิชิโอะ อิชิน
ภาพประกอบ โดย โอบาตะ ทาเคชิ
ผลงานต้นฉบับ โดย โอบะ ทสึงุมิ/
โอบาตะ ทาเคชิ

วางจำหน่าย: 1 สิงหาคม 2006
ราคา
: 1,300 เยน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในญี่ปุ่น)
ISBN: 4-08-780439-9
รายละเอียดเพิ่มเติม: http://j-books.shueisha.co.jp/nisioisin/

แม้ว่าอาจารย์โอบะ ทสึงุมิ จะไม่ได้เป็นผู้ประพันธ์นิยายเล่มนี้ด้วยตัวเอง แต่นิยายเล่มนี้ก็ถือว่าเป็นนิยาย Death Note อย่างเป็นทางการและจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะผู้เป็นต้นสังกัดของ Death Note ฉบับหนังสือการ์ตูนค่ะ

หากต้องการอุดหนุนหนังสือนิยาย สามารถนำรายละเอียดด้านบน รวมทั้งเลข ISBN ไปสั่งซื้อได้ตามร้านหนังสือญี่ปุ่นทั่วไปค่ะ คิดว่าที่ Kinokuniya น่าจะมีวางขายแล้วด้วยนะคะ


=+=+=

หมายเหตุ:


(1) ห้ามมิให้นำบทแปลชิ้นนี้ไปเผยแพร่ในเวบไซต์ เวบบอร์ด หรือสถานที่สาธารณะแห่งอื่นนอกเหนือจากบลอคแห่งนี้เป็นอันขาด หากต้องการเผยแพร่ กรุณาทำเป็นลิงค์มายังเอนทรี่ของบทแปลแทนนะคะ

(เหตุผลหลักๆคือถ้ามีสำนักพิมพ์ได้ลิขสิทธิ์มาเมื่อไหร่ เราจะได้เอาบทแปลลงจากพื้นที่โลกไซเบอร์ได้ง่ายๆครั้งเดียวจบค่ะ)

(2) ห้ามมิให้นำบทแปลชิ้นนี้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าเป็นอันขาด


=+=+=


DEATH NOTE: ANOTHER NOTE
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB
ณ เมืองลอสแองเจลิส

แปลเป็นภาษาไทย โดย Kurai

ตอนก่อนๆ
บทนำ
หน้าที่ 1: ติดต่อ (1/3)


หน้าที่ 1: ติดต่อ (2/3)

=+=+=

ก่อนอื่นต้องขอให้รับรู้เรื่องราวคร่าว ๆ เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย
BB เอาไว้หน่อยล่ะนะ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ปี 2002 ผู้ชายที่อาศัยอยู่คนเดียวถูกฆ่าตายในห้องนอนของบ้านเดี่ยวซึ่งตั้งอยู่บนถนนอินซิสต์ ฮอลลีวูด ชื่อของเขาคือ บีลีฟว์ ไบรดส์เมด อาชีพนักเขียนอิสระ เขาเขียนบทความมากมายลงนิตยสารหลายฉบับในหลากหลายนามปากกาและเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงอยู่ในแวดวงธุรกิจถึงจะบอกเรื่องพวกนั้นไปก็ไม่ได้ช่วยให้ความกระจ่างอะไรขึ้นมาอยู่ดี แต่หากจะว่ากันตามข้อเท็จจริง ก็จะให้อารมณ์ประมาณนั้นนั่นล่ะ สาเหตุการเสียชีวิตคือถูกฆ่ารัดคอ ดูเหมือนว่าหลังจากถูกรมยาจนหมดสติก็ถูกรัดคอจากด้านหลังด้วยสายไฟ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้นับว่าเป็นฆาตกรรมฝีมือดีทีเดียวเมื่อเทียบกับรายอื่น คดีฆาตกรรมครั้งที่สองเกิดขึ้นสี่วันหลังจากนั้น คือในวันที่ 4 สิงหาคม ปี 2002 คราวนี้หญิงสาวชื่อ ควอเตอร์ ควีน ผู้อาศัยอยู่ที่ห้องในอพาร์ตเมนท์ซึ่งตั้งอยู่บนถนนแซดย่านใจกลางเมืองได้ถูกฆ่าตาย รายนี้ถูกทุบตีจนถึงแก่ความตาย ถูกทุบตีด้วยอาวุธเนื้อแข็งทรงกระบอกอะไรสักอย่างจนด้านหน้าศีรษะไปจนถึงส่วนบนของศีรษะบุบเละ แน่นอนว่าเหยื่อดูท่าจะถูกรมยาจนหมดสติก่อนถูกฆ่าจริง ๆ อีกคราว ทำไมจึงไม่คิดว่าคดีนี้เป็นฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเป็นอิสระแยกออกจากอีกคดีแต่กลับยกฐานะให้เป็น คดีฆาตกรรมครั้งที่สอง ซึ่งเกิดจากฝีมือคนร้ายรายเดียวกันน่ะเหรอ นั่นก็เพราะว่าในที่เกิดเหตุมีวัตถุร่วมชัดเจนอย่างหนึ่งจนไม่ว่าใครเห็นก็ต้องรู้
ถนนอินซิสต์มีสี่ตัว
ถนนแซดมีสามตัว
แต่ละตัวถูกตอกไว้บนกำแพง
ถ้าจะพูดอย่างเคร่งครัดแล้วล่ะก็ ในเมื่อมีข่าวเรื่องหุ่นฟางตอนเกิดคดีฆาตกรรมครั้งที่หนึ่งออกไป จะว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นฆาตกรรมเลียนแบบก็ได้อยู่ ทว่าจุดปลีกย่อยของสภาพเหตุการณ์ก็ประจวบเหมาะตรงกัน.หลายอย่าง ตำรวจจึงดำเนินการสืบสวนโดยยึดหลักว่านี่คือคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ทว่า ถึงจะยึดหลักเช่นนั้น ความเป็นจริงอีกข้อหนึ่งก็คือยังมีข้อควรสงสัยข้อใหญ่ในทฤษฎีนั้นอยู่นั่นก็เพราะไม่มีจุดเชื่อมโยงใด ๆ เลยระหว่าง บีลีฟว์ ไบรดส์เมด กับ ควอเตอร์ ควีน โทรศัพท์มือถือของแต่ละฝ่ายก็ไม่ได้มีเบอร์โทรศัพท์ของอีกฝ่ายบันทึกเอาไว้ สมุดเก็บนามบัตรของแต่ละฝ่ายก็ไม่ได้มีนามบัตรของอีกฝ่ายอยู่ ยังไงเสีย ควอเตอร์ ควีน ก็ไม่ได้พกทั้งโทรศัพท์มือถือและสมุดนามบัตรตั้งแต่แรกอยู่แล้วเพราะหล่อนเป็นเด็กสาวอายุ 13 ปี จะบอกว่ามีความสัมพันธ์กับนักเขียนอิสระผู้คร่ำหวอดอายุ 44 ปีอย่างไรได้เล่า ถ้าเกิดจะมีความสัมพันธ์อะไรกัน ก็น่าจะมีความสัมพันธ์กับมารดาของหล่อนที่กำลังไปท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเกิดคดีเสียมากกว่า ทว่า การค้นหาความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างคนสองคนที่มีที่อยู่และสภาพแวดล้อมต่างกันโดยสิ้นเชิงนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องยากอยู่ ถ้าจะพูดตามแบบฉบับของนิยายนักสืบในยุคอดีตฝันวันวานแล้วล่ะก็ เรื่องของเรื่องมันก็คือเจ้าจุดเชื่อมโยงที่ขาดหายไป (Missing Link) นั่นล่ะ หาจุดเชื่อมโยงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองรายไม่เจอ การสืบสวนย่อมมุ่งเน้นไปที่ตรงจุดนั้นอยู่แล้วระหว่างที่สาละวนอยู่ในวังวนการค้นหา เวลาก็ล่วงเลยไป 9 วัน (ดูเหมือนว่าสื่อจะยกประเด็นคดีนี้ขึ้นมาในฐานะ คดีฆาตกรรมหุ่นฟาง เอาในช่วงระหว่างเก้าวันนี้ ไม่ใช่เวลาที่เกิดคดีฆาตกรรมครั้งที่หนึ่งขึ้น) และในวันที่ 13 สิงหาคม 2002 คดีฆาตกรรมครั้งที่สามก็ได้เกิดขึ้น
บนกำแพงมีหุ่นฟางตอกไว้สองตัว
ในคดีฆาตกรรมแต่ละคดี หุ่นฟางได้ลดไปครั้งละตัว
สถานที่เกิดเหตุคือ เทอร์เรซเฮาส์ ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยแถบสถานีรถไฟใต้ดิน กลาส ฝั่งตะวันตก เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคือ แบ็คยาร์ด บ็อทเทิมสแลช อายุ 28 ปี อย่างกับว่าเป็นการเลือกอายุที่อยู่ตรงกลางระหว่างเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่หนึ่งและรายที่สองยังไงยังงั้น หล่อนเป็นผู้หญิง ส่วนอาชีพนั้นเรียกกันว่าพนักงานธนาคาร ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ก็ไม่มีความสัมพันธ์อันใดกับ บีลีฟว์ ไบรดส์เมด และ ควอเตอร์ ควีน ทั้งสองคนอีกเช่นกัน แค่ประเด็นที่ว่ามีอะไรคลาดกันตรงไหนรึเปล่าก็น่าสงสัยแล้วใช่มั้ยล่ะ สาเหตุการเสียชีวิตคือขาดเลือดจนถึงแก่ความตายเนื่องจากเลือดออกเป็นจำนวนมาก ฆ่ารัดคอ ฆ่าด้วยการทุบตี ฆ่าด้วยการทำให้สูญเสียเลือด เหตุที่วิธีฆาตกรรมเปลี่ยนไปในแต่ละครั้งทำให้รู้สึกถึงความผิดปกติว่าคนร้ายกำลังทดลองอะไรไปทีละอย่าง ๆ อยู่ แต่ลักษณะเด่นก็คือไม่เหลือร่องรอยอะไรที่ดูจะเป็นร่องรอยได้เอาไว้เลย จะสืบสวนไปก็ไม่พบเงื่อนงำที่เชื่อมโยงไปถึงคนร้ายเลยแม้แต่อย่างเดียวเรื่องนั้นนับว่าประหลาดมากสำหรับคดีฆาตกรรมรูปแบบนี้ ยังไงก็ตาม ในเมื่อคดีฆาตกรรมครั้งที่สามเกิดขึ้นเช่นนี้ จะบอกว่าการสืบสวนของตำรวจมาถึงทางตันโดยสมบูรณ์ก็ว่าได้ ความสามารถของคนร้ายเหนือกว่าตำรวจโดยสิ้นเชิงถึงจะว่าอย่างนั้น ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะสรรเสริญยกย่อง บียอนด์ เบิร์ธเดย์ เป็นพิเศษอะไรแม้แต่น้อยหรอกนะ แต่แหม มาถึงจุดนี้ฉันก็คิดว่าเขาพอจะรักษาหน้าของตัวเองไว้ได้ล่ะ
อ้อ ๆ พูดถึงจุดเชื่อมโยง ประเด็นใหญ่ ๆ นอกจากหุ่นฟางก็ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่เกิดเหตุทั้งสามแห่งนั้นต่างก็อยู่ในสภาพห้องปิดตายด้วยกันทั้งนั้น หากจะแปลงเป็นศัพท์ในแบบฉบับของนิยายนักสืบสมัยโบราณ ก็จะเรียกว่า Closed Room แม้ว่าทีมสอบสวนจะไม่ได้เห็นว่าประเด็นนี้เป็นองค์ประกอบของคดีที่มีความสลักสำคัญมากมายนักแต่ตอนที่ มิโซระ นาโอมิ ได้รับเอกสารสืบสวนจาก L สิ่งที่หล่อนรู้สึกติดใจมากที่สุดก็คือคำสำคัญที่ว่า สภาพห้องปิดตาย นั่นล่ะ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุอันใดก็ตาม ในท้ายที่สุด ตอนที่ มิโซระ นาโอมิ เริ่มเข้ามาไขคดีในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่งภายใต้คำสั่งการของ L ไม่ใช่ในฐานะตำรวจ FBI นั้นก็เป็นวันถัดจากวันที่ได้รับคำร้องขอจาก L นั่นก็คือวันที่ 15 สิงหาคมนั่นเอง เนื่องจากอยู่ในระหว่างลาพักงาน มิโซระจึงถูกยึดทั้งตราตำรวจและกุญแจมือไปเรียกว่ามิโซระเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีนี้ในฐานะของคนธรรมดา ไม่ว่าจะในแง่ของอำนาจหน้าที่หรืออุปกรณ์ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ตัวหล่อนเองนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเรื่องนั้นมากนักนั่นก็เพราะมิโซระก็ไม่ได้เป็นตำรวจสืบสวนประเภทที่ถนัดการจับกุมโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ของตนดังว่าอยู่แล้ว มิโซระผู้ต้องมาถูกคดีนี้ท้าทายเอาแล้วยังต้องดำเนินการสืบสวนผิดแผกไปจากเวลาปกติในระดับหนึ่งทั้งที่อยู่ในสภาพอารมณ์ปั่นป่วนอาจจะรู้สึกทุกข์ใจก็จริง แต่จะบอกว่าหล่อนรู้สึกใกล้ชิดกับ L ในแง่นั้นก็ว่าได้ กล่าวคือ ไม่ถนัดการทำงานเป็นองค์กร แล้วพอถอยห่างจากองค์กรออกมาเคลื่อนไหวคนเดียว จะสามารถแสดงความสามารถออกมาได้มากกว่าด้วยเหตุนี้ล่ะ จึงยิ่งน่าจะพูดได้ว่าหล่อนต้องมีความเห็นใจ L มากยิ่งอย่างซับซ้อนแน่
อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านพ้นเวลาเที่ยงวันของวันที่ 15 สิงหาคมไปแล้ว มิโซระ นาโอมิ ก็ได้แวะไปที่ถนนอินซิสต์ที่ฮอลลีวูด ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งที่หนึ่ง เมื่อบ้านที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าผู้ชายคนหนึ่งจะอาศัยอยู่เพียงคนเดียวปรากฏอยู่ตรงหน้า มิโซระก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าและกดเบอร์ติดต่อตามที่ได้รับมอบหมายเอาไว้ ได้ยินมาว่านี่เป็นคู่สายที่ปลอดภัยซึ่งต้องต่อสายถึงห้าชั้น ซึ่งเรื่องนั้นไม่ได้เพื่อความปลอดภัยของ L เพียงคนเดียว แต่ยังหมายรวมถึงความปลอดภัยของมิโซระที่อยู่ระหว่างลาพักงานอย่างยิ่งด้วย
L ฉันมาถึงที่เกิดเหตุแล้วค่ะ
ขอโทษที่ต้องให้ลำบากนะครับ
หล่อนได้ยินเสียงที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงตอบกลับมาราวกับว่าเตรียมรอรับอยู่ อดคิดไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว L กำลังสืบคดีอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างไรและรูปการณ์แบบไหนกันแน่นะ แต่มิโซระก็สลัดความคิดที่ไม่จำเป็นทิ้งไปด้วยเหตุผลว่า สำหรับฉันแล้ว เรื่องนั้นจะยังไงก็ช่างเถอะ แล้วขอรับคำสั่งจาก L ว่า ต่อจากนี้จะให้ทำยังไงคะ?
คุณมิโซระ นาโอมิ ตอนนี้อยู่ในที่เกิดเหตุหรือครับ? หรือว่าอยู่ข้างนอกครับ?
ข้างนอกค่ะ ตอนนี้หันหน้าเข้าหาที่เกิดเหตุอยู่เลย แต่ยังไม่ได้เข้าไปในตัวสถานที่ค่ะ
ถ้าเช่นนั้น ช่วยเข้าไปข้างในทีนะครับ ไม่ได้ลงกุญแจอยู่แน่นอนครับ ผมเตรียมการเอาไว้เช่นนั้นแล้วครับ
เรื่องนั้น ขอบคุณค่ะ
จะบอกว่าตัวเองความสามารถเยี่ยมล่ะสิ
หล่อนอดกลั้นอย่างยิ่งที่จะไม่พูดประชดประชันแบบนั้นออกไป ปกติแล้วคนที่เตรียมการพร้อมสรรพทุกอย่างย่อมสมควรได้รับการยกย่อง แต่อย่างน้อยในกรณีของนาโอมิ การยอมรับแต่โดยดีว่าเรื่องนี้เป็นการเตรียมพร้อมที่ดีช่างทำได้ยากเย็น
หล่อนเปิดประตูแล้วเข้าไปในบ้านทั้ง ๆ อย่างนั้น สถานที่ที่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายถูกสังหารก็คือห้องนอนเมื่อมองตัวบ้านจากภายนอกแล้ว มิโซระผู้ผ่านคดีมามากในฐานะตำรวจ FBI ก็พอจะเข้าใจโครงสร้างภายใน หล่อนคาดการณ์ถูกเผงว่า ในเมื่อสร้างบ้านมาในรูปแบบนี้ล่ะก็ ห้องนอนก็น่าจะอยู่ชั้นหนึ่ง และเดินไปในทิศทางนั้น เวลาเกิดเหตุคือครึ่งเดือนก่อนหน้านี้พอดี แต่เพราะผู้ดูแลเข้ามาในนี้หรือยังไงกันนะ ข้าวของตามทางเดินถึงได้ไม่มีฝุ่นที่สะสมมาเป็นเวลาครึ่งเดือนจับหนาอย่างที่น่าจะเป็น
แต่ว่านะคะ L
อะไรหรือครับ
จากเอกสารที่ได้รับมาเมื่อวานจะบอกว่าเป็นเรื่องปกติก็ได้อยู่ แต่ตำรวจท้องถิ่นดำเนินการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเสร็จสิ้นแล้วสินะคะ
ครับ
ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าคุณใช้วิธีการไหน แต่ยังไงก็ได้เอกสารสืบสวนฉบับนั้นมาไว้ในมือ
ครับ
..
อย่ามาครับนะ
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น การที่ฉันมายังที่เกิดเหตุเอาป่านนี้ก็ไม่มีความหมายอะไรเลยไม่ใช่หรือคะ?
ไม่ใช่อย่างนั้นครับ
L พูด
ผมต้องการให้คุณหาสิ่งที่ตำรวจหาไม่พบจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุให้พบน่ะครับ
ฮ้านั่นช่วยให้ความกระจ่างจังเลยนะคะ
ที่หนักยิ่งกว่าเรื่องความกระจ่างก็คือ เล่นพูดออกมาลุ่น ๆ อย่างนั้น
ไม่ได้ช่วยอธิบายอะไรเลย
อีกอย่าง ในเมื่อมีคำกล่าวว่า ร้อยรอบกับที่เกิดเหตุไม่เสียเปล่า(2) อย่างน้อยก็ใช่ว่าจะไม่มีความหมายอะไรเลยนะครับ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งหลังเกิดเหตุ อาจจะมีอะไรปรากฏขึ้นมาบ้างก็ได้นะครับ คุณมิโซระ นาโอมิ ในเวลานี้เรื่องที่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับคดีนี้ก่อนอื่นใดก็คือจุดเชื่อมโยงระหว่างเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายครับ ว่าระหว่าง บีลีฟว์ ไบรดส์เมด, ควอเตอร์ ควีน รวมถึง แบ็คยาร์ด บ็อทเทิมสแลช ที่ถูกสังหารเมื่อวานซืนนั้น มีความสัมพันธ์อะไรกันอยู่กันแน่ หรือว่าจะเป็นการสังหารแบบไม่เลือกหน้าโดยสมบูรณ์และไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันอยู่เลยแต่หากเป็นการสังหารแบบไม่เลือกหน้าล่ะก็ คนร้ายใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกเหยื่อ นั่นคือ สิ่งที่ผมต้องการให้คุณมิโซระทำก็คือหาจุดเชื่อมโยงที่ขาดหายไปครับ
อย่างนั้นน่ะเอง
อันที่จริงแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจตามที่ตอบรับเท่าใดนัก แต่ในเมื่อรู้สึกขึ้นมาว่าอีกฝ่ายเป็น L ที่ถึงจะถกเถียงด้วยไปก็คงรังแต่จะถูกบ่ายเบี่ยงหลบเลี่ยงสิ่งที่อยากรู้จริง ๆ อยู่ดี มิโซระจึงคิดอยู่ในใจว่าอย่าถามมากเลยจะดีกว่า แล้วระหว่างนั้นก็พบห้องนอนเข้าจนได้ ประตูแบบเปิดด้านใน ล็อคแบบลูกบิด
ไม่ว่าจะที่เกิดเหตุแห่งที่สองหรือที่เกิดเหตุแห่งที่สาม ก็มีล็อคแบบลูกบิดเหมือนกันนี่เป็นจุดเชื่อมโยงรึเปล่านะ? ไม่สิ แค่เรื่องระดับนี้น่ะในเอกสารสืบสวนก็มีเขียนเอาไว้ เป็นเรื่องที่ตระหนักได้ตั้งแต่มาอยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว จุดเชื่อมโยงที่ L เสาะหาอยู่ต้องเป็นอย่างอื่นแน่
ห้องก็ไม่ได้กว้างอะไรขนาดนั้น แต่คงเพราะเครื่องตกแต่งและเครื่องประดับห้องน้อย จึงไม่ให้บรรยากาศว่าคับแคบ ตรงกลางห้องมีเตียงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ นอกนั้นอย่างมากก็มีแค่ชั้นหนังสือ ถึงแม้ว่าจะมีหนังสือเรียงรายอยู่เต็มชั้น แต่ก็เป็นพวกหนังสือ How to เพื่อความบันเทิงและหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง ดูเหมือนว่าสำหรับ บีลีฟว์ ไบรดส์เมด ห้องนอนจะเป็นห้องที่ใช้เพื่อการผ่อนคลายโดยสมบูรณ์ ท่าทางเขาจะเป็นมนุษย์ประเภทที่แยกเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวออกจากกันอย่างชัดเจน.ถือว่าออกจะประหลาดอยู่สำหรับนักเขียนอิสระ ถ้าอย่างนั้น บางทีชั้นสองน่าจะมีห้องสำหรับศึกษาค้นคว้าอยู่แน่ คิดแล้วมิโซระก็มองขึ้นไปบนเพดาน เดี๋ยวต้องไปสำรวจชั้นสองเอาไว้ด้วย
ว่าแต่ว่า คุณมิโซระ คุณคิดว่าคนร้ายในคดีนี้เป็นคนแบบไหนหรือครับ? ก่อนอื่นผมอยากขอรับฟังข้อสันนิษฐานของคุณ ณ ปัจจุบันหน่อยน่ะครับ
ฉันไม่คิดว่าข้อสันนิษฐานของฉันจะเป็นประโยชน์ให้ L เอาไปใช้อ้างอิงได้หรอกค่ะ
ไม่มีข้อสันนิษฐานที่ใช้อ้างอิงไม่ได้หรอกครับ
..
งั้นเหรอ?
หลังจากที่มิโซระใช้เวลาคิดเล็กน้อย
คิดว่าเป็นคนพิลึกพิลั่นอยู่ค่ะ
ก็ตอบออกไปตามตรงว่าอย่างนั้นโดยไม่ได้สรรหาคำพูดแต่อย่างใด หลังได้อ่านเอกสารทั้งหมดเมื่อวาน แล้ว นั่นคือความรู้สึกเชื่อมั่นที่เกิดขึ้น
ไม่ได้ว่าอย่างนั้นเพียงเพราะเขาฆ่าคนหรอกนะคะ แต่เมื่อดูจากพฤติกรรมแต่ละอย่างแล้ว ก็รู้สึกว่าความพิลึกพิลั่นของคนร้ายซึมผ่านออกมายิ่งไปกว่านั้น ยังไม่ปกปิดความพิลึกพิลั่นนั่นด้วย
อย่างเช่น
อย่างเช่น ประเด็นเรื่องรอยนิ้วมือค่ะ ในที่เกิดเหตุ ไม่มีรอยนิ้วมือของคนร้ายหลงเหลือไว้เลยแม้แต่รอยเดียว ถึงขนาดว่าเช็ดออกไปจนไม่เหลือร่องรอยอะไรเอาไว้เลย
นั่นสินะครับ แต่ว่าคุณมิโซระ นาโอมิ การไม่ทิ้งรอยนิ้วมือเอาไว้ในที่เกิดเหตุนี่มันเป็นพื้นฐานเสียยิ่งกว่าพื้นฐานของฆาตกรรมเลยไม่ใช่หรือครับ?
หมายถึงว่าทำมากจนเกินไปน่ะค่ะ
มิโซระตอบโดยที่คิดในใจว่า ก็รู้อยู่แล้วแท้ ๆ บางทีตัวเองอาจจะกำลังถูกทดสอบความสามารถอยู่มากกว่าที่จะเป็นการขอฟังความคิดเห็นก็ได้ว่า มิโซระ นาโอมิ คู่ควรจะทำงานเป็นแขนขาให้กับ L หรือเปล่า
ถ้าไม่อยากทิ้งรอยนิ้วมือไว้ล่ะก็ ใช้ถุงมือก็พอค่ะหรือไม่อย่างนั้น ถ้าเช็ดเฉพาะจุดในบ้านที่ตัวเองสัมผัสออกไปก็ยังพอว่า แต่คนร้ายรายนี้ดูเหมือนจะเล่นเช็ดรอยนิ้วมือทั่วบ้านออกไปเลยไม่ใช่หรือคะ ไม่ว่าจะในคดีครั้งที่หนึ่ง คดีครั้งที่สอง หรือคดีครั้งที่สามก็ตาม ทีแรกฉันก็คิดเหมือนกันนะคะว่าหรือจะเป็นเพราะในอดีตคนร้ายเคยไปเยี่ยมเยียนบ้านเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายหลายครั้งหลายคราวจนแม้แต่ตัวเองก็จำไม่ได้ว่าเคยสัมผัสตรงไหนเอาไว้บ้าง แต่ในเมื่อถึงขั้นเช็ดปลั๊กไฟด้วยนี่ มันก็กลายเป็นอีกเรื่องแล้วค่ะ พฤติกรรมนั้นเข้าข่ายที่จะถูกเรียกว่าพิลึกพิลั่นแล้วจริงมั้ยคะ
นั่นสินะครับ ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันครับ

คิดอย่างนั้นเหมือนกันงั้นเหรอ
แล้วก็ L ฉันจะขอพูดต่อจากที่พูดเมื่อกี้นะคะถ้าเกิดว่าคนร้ายกลบเกลื่อนร่องรอยเอาไว้ทุกหนทุกแห่งอย่างนั้นแล้วล่ะก็ ข้อเท็จจริงใหม่ ๆ ที่จะปรากฏออกมาจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุน่ะ ฉันว่าไม่มีหรอกค่ะ อย่างมากก็มีหวังแค่เลือนราง คนร้ายระดับนี้ไม่มีวันทำอะไรพลาด
พลาด
จะว่าไป ก็อย่างกับเรื่องที่ตัวเองทำเอาไว้เมื่อเดือนก่อน
ปกติแล้วการสืบสวนคดีฆาตกรรมจะเป็นการค้นหาความผิดพลาดของคนร้ายและอุดช่องว่างรอบ ๆ คดี แต่ว่าเฉพาะคราวนี้เท่านั้นที่ไม่อาจหวังเห็นความผิดพลาดของคนร้ายได้เลยค่ะ
นั่นสินะครับ ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันครับ
L ทวนคำพูดเดิม จากนั้นก็พูดต่อว่า
แต่ถ้าเกิดว่ามีสิ่งที่ไม่ใช่ความผิดพลาดล่ะครับ
สิ่งที่ไม่ใช่ความผิดพลาด?
ครับ ถ้าเกิดว่ามีร่องรอยที่คนร้ายจงใจทิ้งเอาไว้ล่ะครับ..แล้วทีมสืบสวนไม่ได้ตระหนักถึงเท่านั้นเอง อย่างนั้นแล้วไม่คิดว่าพอจะมีหวังว่าจะมีอะไรปรากฏออกมาบ้างหรือครับ?
.
จงใจทิ้งร่องรอยเอาไว้เรื่องแบบนั้นมันมีด้วยเหรอ? ถ้าคิดตามปกติแล้ว สำหรับตัวหล่อนเอง ไม่มีทางจงใจทิ้งหลักฐานที่จะทำให้ตนเองเสียเปรียบเอาไว้ในที่เกิดเหตุแน่ไม่สิ ผิดแล้ว มีสิ ถึงจะบอกว่าคิดตามปกติก็เถอะ พอมาลองคิดดูแล้ว ก็มีเรื่องที่ได้รู้อยู่แล้วสองอย่าง เรื่องหนึ่งก็คือหุ่นฟางที่ถูกตอกเอาไว้บนกำแพง ส่วนอีกเรื่องก็คือห้องปิดตายโดยใช้ล็อคลูกบิด สองสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เป็นร่องรอยชัดแจ้งที่คนร้ายทิ้งเอาไว้ โดยเฉพาะเหยื่อรายหลัง มิโซระรู้สึกติดใจกับเรื่องนั้นมาตั้งแต่แรกแล้วห้องปิดตายอะไรนั่นต้องเป็นการจัดฉากเพื่อให้เห็นว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายฆ่าตัวตายแน่ ๆ คดีฆาตกรรมครั้งที่หนึ่งเป็นการฆ่ารัดคอจากด้านหลัง คดีฆาตกรรมครั้งที่สองเป็นการทุบตีจนถึงแก่ความตายโดยไม่มีอาวุธทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ คดีฆาตกรรมครั้งที่สามเป็นการแทงด้วยของมีคมจนถึงแก่ความตายโดยไม่มีอาวุธทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุอีกเช่นกันไม่ว่าจะคดีไหนก็ไม่มีทางเป็นการฆ่าตัวตายไปได้ แบบนั้นก็จะกลายเป็นว่าห้องปิดตายเหล่านั้นไม่มีความหมายแต่อย่างใด ถึงจะไม่มีความผิดพลาดแต่ก็มีเรื่องผิดปกติอยู่
นั่นก็คือมีหุ่นฟางบนกำแพงเหมือนกันหมด
ไม่เข้าใจความหมายเลยสักนิด
ในเมื่อหุ่นฟางสาปแช่งเป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่น หรือว่าคนร้ายจะเป็นคนญี่ปุ่นกันนะ ไม่สิ ดูเหมือนจะมีความคิดเห็นไม่ตรงประเด็นแนวว่าอาจเป็นคนที่มีความแค้นฝังลึกกับคนญี่ปุ่นออกมาด้วย (จริง ๆ แล้ว หุ่นฟางก็เป็นของดาษดื่นราคาถูกที่เพียงยื่นเงินสามดอลล่าร์ให้ร้านขายของเล่นแถวนั้นก็ได้มาไว้ในมือแล้ว) ณ เวลานี้ ยังไม่มีมติเป็นเอกฉันท์แต่อย่างใด
มิโซระใช้มือปิดประตูทางด้านหลัง แล้วก็หมุนล็อคลูกบิดที่อยู่สูงราว ๆ สะโพกและล็อคกุญแจ จากนั้นก็หมุนตัวมองจุดที่หุ่นฟางถูกตอกเอาไว้
ห้องนี้มีสี่ตัว
แต่ละด้านของกำแพงทั้งสี่ด้านของห้องที่มีโครงสร้างเป็นสี่เหลี่ยมมีหุ่นฟางอยู่ด้านละหนึ่งตัวแน่นอนว่าตัวหุ่นฟางจริง ๆ นั้นได้ถูกตำรวจนำไปด้วยแล้วในฐานะหลักฐานชิ้นสำคัญระหว่างการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ณ ที่นี่ในเวลานี้จึงไม่ได้มีตัวหุ่นฟางจริง ๆ ปล่อยทิ้งเอาไว้ แต่เพราะบนกำแพงมีรูอยู่ จึงรู้ได้แน่ชัดว่าถูกตอกเอาไว้ตรงไหนบ้างมิโซระหยิบรูปถ่ายหกใบออกมาจากกระเป๋า มีรูปถ่ายหุ่นฟางอย่างละใบ แล้วก็มีรูปถ่าย บีลีฟว์ ไบรดส์เมด เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ล้มนอนหงายอยู่บนเตียง นัยน์ตามองขึ้นไปข้างบน หนึ่งใบ ที่คอมองเห็นร่องรอยการถูกรัดชัดเจน
แล้วก็รูปถ่ายใบสุดท้าย
ไม่ใช่รูปถ่ายในสถานที่เกิดเหตุ แต่เป็นรูปถ่ายร่างเปลือยเปล่าที่ถูกทำลายให้เสียหายของ บีลีฟว์ ไบรดส์เมด หลังการชันสูตรที่วางนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล บริเวณหน้าอกมีบาดแผลขนาดใหญ่เรียงรายอยู่เต็มไปหมด เป็นแผลที่เกิดจากมีด ก็ไม่ใช่แผลลึกอะไรขนาดนั้น แต่ยังไงก็กระจายอยู่ตรงนั้นตรงนี้ไปทั่ว แผลพวกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ถูกฆ่า แต่เป็นแผลที่เกิดขึ้นหลังเสียชีวิตแล้ว
การทำลายศพด้วยวิธีที่ดูแล้วไม่มีความหมายอะไรแบบนี้ มีแนวโน้มว่าคนร้ายจะเกลียดชังเหยื่อแบบฝังลึกนะคะในเมื่อทำงานเป็นนักเขียนอิสระให้กับสำนักพิมพ์ตั้งไม่รู้กี่แห่งด้วยแล้ว ฉันว่าจะถูกใครผูกใจเจ็บเข้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกดูเหมือนว่าจะเขียนบทความให้กับนิตยสารซุบซิบหลายฉบับอยู่ด้วย
แต่ว่านะครับ คุณนาโอมิ แบบนั้นเราก็จะไม่เข้าใจว่าเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมครั้งที่สองและคดีฆาตกรรมครั้งที่สามยังไง ในคดีฆาตกรรมครั้งที่สองและคดีฆาตกรรมครั้งที่สามเองก็มีการทำลายศพด้วยวิธีนั้นโดยไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับสาเหตุการตายนะครับในทางกลับกัน ในคดีฆาตกรรมครั้งที่สองและครั้งที่สามต่างหากล่ะที่พูดได้ว่าการทำลายศพยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอีก
ก็คิดได้ว่าคนที่ผูกใจเจ็บมีเพียงไบรดส์เมดคนเดียว ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็เป็นการอำพรางคดีเพื่อเบี่ยงเบนเรื่องนั้นค่ะ ถึงจะไม่ใช่ไบรดส์เมด เป้าหมายก็อาจจะเป็นหนึ่งในสามคนนี้ หรือไม่เป้าหมายก็มีเพียงสองคน ส่วนที่เหลือเป็นการอำพรางคดี คิดในแง่นั้นก็มีความเป็นไปได้สูงพอไม่ใช่หรือคะ? ประเด็นเรื่องการทวีความรุนแรงในการทำลายศพก็เถอะ หากคิดว่านั่นเป็นการอำพรางคดีเพราะเลี่ยงไม่ได้ หรือไม่ก็
คุณอ่านทางว่าคนร้ายแสร้งทำเป็นฆ่าคนไม่เลือกงั้นหรือครับ?
เปล่าค่ะ เป็นรูปแบบการคาดเดาอย่างหนึ่งค่ะ ฉันคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้น เราก็จะได้คำอธิบายเรื่องหุ่นฟาง นั่นก็คือ เป็นร่องรอยที่จงใจทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นหลักฐานบ่งบอกว่าฆาตกรรมครั้งที่หนึ่ง ฆาตกรรมครั้งที่สอง และฆาตกรรมครั้งที่สามนั้นเป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือคนคนเดียวสภาพห้องปิดตายเองก็อาจจะเป็นร่องรอยที่จงใจทิ้งไว้เช่นกันก็เป็นได้
อย่างนั้นแล้ว ก็อาจจะต้องมองว่าการเปลี่ยนสถานที่เกิดเหตุไปทางนั้นทีทางโน้นที่ในฝั่งตะวันตกของใจกลางฮอลลีวูดเป็นแผนสร้างความสับสนให้กับการสืบสวน ในกรณีนี้ ยิ่งเพิ่มจำนวนผู้เกี่ยวข้องให้ได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสร้างความสับสนให้กับการสืบสวนได้มากเท่านั้นการเลือกเด็กสาวเป็นเหยื่อรายที่สองก็เช่นกัน หากคิดว่าเป็นวิธีสร้างความสับสนที่เข้าใจได้ง่ายแล้ว มันก็เข้าใจได้
แสร้งทำตัวเป็นคนพิลึกพิลั่นแหมแค่แสร้งทำตัวเป็นคนพิลึกพิลั่นนี่ก็พิลึกพิลั่นมากพออยู่แล้วนะครับ
L กล่าวเช่นนั้น มิโซระประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยินคำพูดเหมือนมนุษย์มนาเหนือความคาดหมาย ด้วยเหตุที่ความประหลาดใจนั้นก็คล้ายคลึงกับความกังวลที่เกิดขึ้นจริงอยู่ หล่อนจึงไม่ได้คิดจะปิดบังความรู้สึกนั้นหรอก แต่มิโซระก็ฝืนวกกลับมาที่ประเด็นสนทนาราวจะกลบเกลื่อน แล้วรุดบทสนทนาไปข้างหน้า
เพราะอย่างนั้นล่ะค่ะ L ฉันถึงได้รู้สึกอย่างกับว่าการคิดหาจุดเชื่อมโยงระหว่างเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเป็นเรื่องไร้สาระ ฉันว่าเรื่องนั้นน่ะตำรวจท้องถิ่นก็คิดหาจนพอแล้วในทางกลับกัน การลบล้างความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละคนต่างหากถึงจะเป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่เหรอคะ อย่าง แบ็คยาร์ด บ็อทเทิมสแลช พนักงานธนาคารที่เป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่สามก็ดูจะเกี่ยวพันกับธุรกิจหลายประเภทอยู่เมื่อมองจากงานที่ทำ
แต่ว่านะครับ คุณมิโซระ นาโอมิ
L ขัดคำพูดของมิโซระ
เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะมาพูดจามองในแง่ดีได้นะครับ ผมเกรงว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไป อาจจะเกิดคดีฆาตกรรมครั้งที่สี่ขึ้นได้
อืม
จะว่าไป ดูเหมือนว่าเมื่อวานนี้ L ก็พูดแบบนั้นออกมา ว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายยังอาจจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกก็ได้ แต่ว่าอ้างอิงจากอะไรล่ะ? จริงอยู่ว่าถ้าไม่จับกุมตัวคนร้าย ก็อาจจะเกิดคดีฆาตกรรมครั้งต่อไปขึ้น แต่ก็เป็นความจริงในระดับเดียวกันเช่นกันว่าคดีฆาตกรรมอาจจะจบสิ้นลงที่สามคดีก็เป็นได้ ในฐานะของฝ่ายที่ทำการสืบสวน เรื่องนั้นเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของคนร้ายที่คิดคำนวณความเป็นไปได้ออกมาได้ไม่เกินหนึ่งในห้าแน่ ๆ
จำนวนหุ่นฟางไงครับ
L พูดออกมาเช่นนั้น
สถานที่เกิดเหตุที่คุณอยู่ในตอนนี้มีสี่ตัว สถานที่เกิดเหตุแห่งที่สอง คือ ในใจกลางเมือง มีสามตัว สถานที่เกิดเหตุแห่งที่สาม คือ ฝั่งตะวันตก มีสองตัวตามที่คุณทราบอยู่แล้ว จำนวนหุ่นฟางลดลงทีละตัวครับ
ค่ะ แล้วเรื่องนั้นมีอะไรหรือคะ?
เหลืออีกหนึ่งตัวยังมีสถานที่ที่หุ่นฟางจะลดลงอยู่อีกครับ

พอได้ฟังอย่างนั้นแล้ว มันก็จริงอยู่ ในทางกลับกัน จากที่มีอยู่สี่ตัวลดลงไปจนเหลือสองตัว อย่างนั้นแล้ว ถ้ามองในแง่ของกฎก็ให้ความรู้สึกว่ามาได้ครึ่งทาง ถึงจะมองว่าการฆ่าคนไม่เลือกเป็นการอำพรางคดีตามที่มิโซระคิดก็ตามพอมองอย่างนั้น ก็เห็นได้ชัดว่ายิ่งจำนวนเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มขึ้นก็ยิ่งดี แน่นอนว่าความเสี่ยงในส่วนนั้นจะเพิ่มขึ้นแต่ผลดีก็สมดุลกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ในภาพรวมแล้วไม่มีทางเข้าใจได้เลยว่าคนร้ายในคดีนี้คิดว่าฆาตกรรมเป็นความเสี่ยงหรือไม่ในโลกนี้มีปีศาจฆาตกรที่คิดกลับมาก่อเหตุฆาตกรรมซ้ำอีกอยู่จำนวนไม่น้อย แค่แสร้งทำตัวเป็นคนพิลึกพิลั่นนี่ก็พิลึกพิลั่นมากพออยู่แล้ว
ถ้าอย่างนั้น L L คิดไปในทางที่ว่าจะมีคดีฆาตกรรมแบบนี้อีกสองคดีเกิดขึ้นอีกแน่หรือคะ?
เกินกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ
บอกออกมาอย่างนั้น
จะพูดเต็มปากว่าร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มก็ยังได้ครับ แต่เมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จะหยุดไปด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งจากทางฝั่งฆาตกรแล้ว ก็เหลือเก้าสิบสองเปอร์เซ็นต์ครับ แต่ว่านะครับ คุณนาโอมิ ถ้าจะเกิดคดีอีกล่ะก็ ไม่ใช่อีกสองคดี แต่เหลืออีกคดีเดียวครับ อัตราที่จะเกิดคดีฆาตกรรมครั้งที่ห้านั้นมีสามเปอร์เซ็นต์ครับ
สามเปอร์เซนต์?
แตกต่างกันสุดโต่งเลย
ทำไมล่ะคะ ก็จำนวนหุ่นฟางยังเหลืออีกสองตัวนี่นาถ้าหากว่าเปรียบหุ่นฟางเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายล่ะก็
เพราะว่าถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว ในสถานที่เกิดเหตุที่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่ห้าจะถูกสังหาร ก็จะไม่สามารถทิ้งหุ่นฟางไว้ได้สักตัวเลยไงล่ะครับ ในสถานที่เกิดเหตุที่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่สี่จะถูกสังหาร จากสองตัวก็จะลดลงหนึ่งตัวและก็จะเหลือหุ่นฟางเอาไว้ตัวเดียว ทำให้อ่านได้ว่าเป็นฆาตกรรมที่ก่อโดยคนร้ายรายเดียวกันแต่ว่า
อานั่นสินะคะ
มิโซระเดาะลิ้นราวกับว่าความไม่ได้แตกว่าเผยความอ่อนหัดออกไปแล้วสิ จริงด้วย ไม่ว่าฝ่ายคนร้ายจะมีจุดมุ่งหมายยังไง การทิ้งหุ่นฟางไว้ในสถานที่เกิดเหตุก็เป็นกฎแห่งฆาตกรรมดังกล่าว ดังนั้น คดีฆาตกรรมครั้งที่ห้าที่จะทำให้จำนวนหุ่นฟางเหลือศูนย์จึงไม่มีทางเกิดขึ้น
ความเป็นไปได้ที่คนร้ายจะไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้นก็มีอยู่สามเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าไม่น่าจะเป็นแบบนั้นครับ ก็คนร้ายเป็นคนวิตกจริตขนาดเช็ดรอยนิ้วมือออกจากปลั๊กไฟนี่ครับ
ถึงจะมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายปรากฏขึ้นอีก ก็จะมีถึงรายที่สี่อย่างนั้นหรือคะ หมายความว่า รายต่อไปจะเป็นรายสุดท้ายสินะคะ
เปล่าครับ มีรายสุดท้ายไปแล้วต่างหากครับ
L พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
แต่ก็เป็นเสียงที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงล่ะนะ
จะไม่มีรายต่อไปแล้วครับ พอผมออกมาสืบแล้วอย่างนี้

มีความมั่นใจ งั้นเหรอ
หรือเป็นเพราะ ศักดิ์ศรี กันล่ะ
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน มิโซระก็ไม่เก็บเอาเรื่องนั้นมาเป็นประเด็นนานแล้วมันเป็นความรู้สึกที่ตัวเองจดจำไม่ได้แล้วในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา
สิ่งที่เรียกว่าความมั่นใจคืออะไรงั้นหรือ
สิ่งที่เรียกว่าศักดิ์ศรีคืออะไรงั้นหรือ
มิโซระในเวลานี้ไม่เข้าใจเรื่องพวกนั้น
เพื่อการนั้น จึงต้องอาศัยความช่วยเหลือของคุณครับ คุณมิโซระ นาโอมิ ผมคาดหวังกับความสามารถในการสืบสวนของคุณเป็นอย่างยิ่งครับ
คาดหวังหรือคะ
ครับ กรุณาสืบสวนดีนี้ด้วยจิตใจที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งด้วยครับ จากประสบการณ์ของผม ในคดีแบบนี้ ต้องอาศัยความสามารถในการคิดวิเคราะห์โดยไม่หวั่นไหวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเหนือสิ่งอื่นใดครับ ขอความกรุณาเตรียมใจเล่นหมากรุกบนน้ำแข็งด้วยครับ

แบบนั้นก็จะกลายเป็นเกมกลิ้งหินบนน้ำแข็งน่ะสิ
L เรื่องที่ฉันอยู่ระหว่างลาพักงานน่ะทราบอยู่แล้วสินะคะ?
ครับ เพราะอย่างนั้นผมถึงได้ขอความร่วมมือจากคุณไงล่ะครับ ในคราวนี้คนที่มีความสามารถยอดเยี่ยมและสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในฐานะคนธรรมดามีความจำเป็นสำหรับผมครับ
งั้นก็ย่อมทราบด้วยสินะคะว่าสาเหตุในการลาพักงานของฉันคืออะไร
ไม่ทราบครับ
คำถามของมิโซระได้รับการตอบปฏิเสธอย่างไม่คาดคิด
ผมไม่ทราบถึงขนาดนั้นหรอกครับ
ไม่ได้ตรวจสอบมาแล้วหรอกหรือคะ?
ผมไม่สนใจเรื่องสาเหตุหรอกครับ แค่เรื่องที่ว่าคุณเป็นคนมีความสามารถยอดเยี่ยม อีกทั้งตอนนี้ยังสามารถเคลื่อนไหวได้อิสระเท่านั้นก็เพียงพอแล้วครับแต่ หรือว่า ทราบเอาไว้จะดีกว่าอย่างนั้นหรือครับ? ถ้าอย่างนั้น ถ้าให้เวลาผมสักหนึ่งนาทีล่ะก็ ผมจะรีบตรวจสอบทันทีเลย
เปล่าค่ะ
หล่อนยิ้มขื่น ๆ โดยไม่รู้ตัว
จะว่ายังไงล่ะ ที่ผ่านมาหล่อนรู้สึกกังวลราวกับว่าความผิดพลาดของตัวเองถูกล่วงรู้ไปทั่วโลกแล้วแต่แม้แต่นักสืบอันดับหนึ่งของโลกก็ยังไม่รู้เรื่องนั้นเลย แถมยังได้รับการบอกกล่าวขนาดว่าไม่สนใจเรื่องนั้น ยิ่งกว่านั้น ยังพูดแสดงสถานะของมิโซระผู้อยู่ระหว่างลาพักงาน หรือจริง ๆ ก็คืออยู่ระหว่างถูกพักงาน ว่าเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระงั้นเหรอไม่เคยนึกในแง่นั้นเลย ดูเหมือนว่า L ก็มีอารมณ์ขันอยู่เหมือนกัน
ถ้าอย่างนั้น L เรามาเริ่มการสืบสวนเพื่อป้องกันไม่ให้คดีที่สี่เกิดขึ้นกันเถอะค่ะ ฉันควรจะทำอะไรเป็นอันดับแรกดีคะ?
ทำอะไรได้บ้างล่ะครับ?
ก็ทำอะไรได้ในระดับหนึ่งน่ะค่ะ
มิโซะพูดต่อว่า แต่ว่า
อาจจะฟังดูหัวรั้นนะคะ L แต่ว่าในกรณีนี้ถึงจะบอกว่าให้ทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุใหม่อีกครั้งก็ตามบอกว่าให้หาสิ่งของที่หายไปนอกเหนือจากหุ่นฟางก็ใช่อยู่หรอกค่ะ แต่ในทางรูปธรรมแล้ว จะให้หาสิ่งของแบบไหนถึงจะดีกันล่ะคะ?
ของที่มีลักษณะเป็นสาส์นครับ
ลักษณะเป็นสาส์น?
ครับ เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้รวมเอาไว้ในเอกสารสืบสวนที่ผมมอบให้เก้าวันก่อนหน้าวันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุฆาตกรรมครั้งที่หนึ่ง หรือก็คือในวันที่ 22 กรกฎาคม ได้มีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมายังตำรวจท้องถิ่นลอสแองเจลิสครับ
จดหมาย?
จู่ ๆ บทสนทนาก็บินโฉบออกมาเสียอย่างนั้น
ตำรวจท้องถิ่นลอสแองเจลิส?
แล้วเรื่องนั้นมีความเกี่ยวพันกับคดียังไงหรือคะ?
ณ ขณะนี้ ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องกับการสืบสวนค้นพบความเกี่ยวพันครับ ก็ยังไม่ทราบว่ามีความเกี่ยวพันกันจริงหรือเปล่า แต่ผมคิดว่ามีความเกี่ยวพันกันครับ
ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์คะ?
แปดสิบเปอร์เซ็นต์ครับ
ตอบกลับมาทันที
ผู้ส่งไม่ปรากฏใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งทำให้ไม่รู้สถานที่ที่ส่งไปรษณีย์มาครับ ในซองจดหมายมีปริศนาอักษรไขว้ที่เขียนเอาไว้ในกระดาษแผ่นหนึ่งครับ
ปริศนาอักษรไขว้? ฮ้า
อย่าเห็นเป็นเรื่องเหลวไหลนะครับ คุณมิโซระ นาโอมิ มันเป็นปริศนาที่ระดับความยากสูงทีเดียว ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครไขปริศนาได้เลยครับ ก็นะครับ จะมองว่าไม่มีใครคิดจะไขปริศนาอย่างจริงจังก็ได้อยู่หรอกแต่ก่อนอื่น กรุณาตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าเป็นปริศนาที่บุคลากรมากมายในหมู่ตำรวจท้องถิ่นลอสแองเจลิสไขไม่ได้แล้วกันครับ"
ทราบแล้วค่ะ แล้ว?
สุดท้ายแล้ว ปริศนาอันนั้นก็ถูกตัดสินว่าเป็นเพียงการเล่นอะไรแผลง ๆ แล้วก็ถูกฉีกทิ้งไปภายในวันนั้นแต่ผมก็ได้ปริศนาอันนั้นไว้ในมือมาจากอีกทางจากองค์กรข่าวสารแห่งหนึ่งครับ ได้มาเมื่อวานครับ
เมื่อวาน
เพราะงั้นก็เลยไม่ได้รวมเอาไว้ในเอกสารสืบสวนที่ได้รับมางั้นหรือ แสดงว่า L ได้เริ่มสืบสวนคดีนี้จากแง่มุมที่ต่างออกไปตั้งแต่ตอนที่มิโซระเตรียมการอยู่เมื่อวานแล้ว
ผมไขปริศนาไปแล้วครับ
L กล่าวออกมาเรียบ ๆ ว่าอย่างนั้น สมมติฐานเมื่อครู่ที่ว่า เป็นปริศนาที่บุคลากรมากมายในหมู่ตำรวจท้องถิ่นลอสแองเจลิสไขไม่ได้ ดูเหมือนจะเป็นคำพูดโอ้อวดล่ะสิ เป็นนิสัยที่อ่านออกง่ายเสียจนต้องขมวดคิ้วหากมิโซระก็คิดว่าหล่อนเองก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะพูดอย่างนั้นได้หรอกนะ
ถ้าคำตอบของผมไม่ผิดพลาด คำตอบของปริศนานั้นก็บ่งชี้ไปยังสถานที่เกิดเหตุนั่นที่อยู่ของบ้านหลังนั้นที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งที่หนึ่งขึ้นล่ะครับ
หมายถึงบ่งชี้มาที่บ้านเลขที่ 221ถนนอินซิสต์ ฮอลลีวู้ดงั้นหรือคะ? ที่นี่ ที่ที่ฉันอยู่ตอนนี้แต่ว่า อย่างนั้นแล้วอย่างนั้นแล้ว มันอย่างกับว่า
ครับ ก็จะกลายเป็นหมายแจ้งเหตุฆาตกรรมล่วงหน้านะครับ แต่ว่าในเมื่อใช้ปริศนาที่มีระดับความยากขนาดไม่มีใครสามารถไขได้ จริง ๆ แล้วก็ดูจะไม่เหมือนหมายแจ้งเตือนล่วงหน้าเท่าไหร่นะครับ
มีจดหมายแบบนั้นฉบับอื่นถูกส่งไปยังตำรวจท้องถิ่นลอสแองเจลิสอีกมั้ยคะ? อย่างจดหมายที่บ่งชี้ที่อยู่ของที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งที่สองและที่อยู่ของที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งที่สาม
ไม่มีครับ เพื่อความแน่ใจ ก็ได้มีการฐานขยายการสืบสวนออกไปละแวกรอบ ๆ รัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว แต่ ณ ขณะนี้ ไม่มีจดหมายหรือพัสดุภัณฑ์ดังที่ว่าอยู่เลยครับ จริง ๆ ก็ยังมีการสืบสวนสืบเนื่องต่อไปอยู่
ถ้าอย่างนั้นก็เป็นเหตุบังเอิญไม่สิ ยังไงก็ไม่มีเหตุบังเอิญแบบนั้นแน่ ๆ สินะคะ ถ้าเกิดว่าเป็นการบ่งชี้กระทั่งรายละเอียดสถานอย่างถูกต้องก็น่าสงสัยว่าทำไมถึงต้องเป็นเก้าวันก่อนวันเกิดเหตุ
พูดถึงเรื่องเก้าวัน ระยะห่างระหว่างเวลาเกิดเหตุฆาตกรรมครั้งที่สองและเหตุฆาตกรรมครั้งที่สามก็เก้าวันเหมือนกันครับ จากวันที่ 4 สิงหาคมถึงวันที่ 13 สิงหาคม คนร้ายอาจจะบอกใบ้อะไรบางอย่างกับตัวเลขระยะเวลาเก้าวันก็ได้ครับ
แต่ระยะห่างระหว่างเหตุฆาตกรรมครั้งที่หนึ่งและเหตุฆาตกรรมครั้งที่สองคือสี่วันนะคะไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกหรือคะ?
ครับ ถ้ามองตรงนั้นก็เข้าเค้าครับ แต่ในเมื่อมีการเว้นระยะอย่างที่ว่าล่ะก็ เก็บข้อมูลเอาไว้ในสมองหน่อยก็น่าจะดีนะครับ เก้าวัน สี่วัน เก้าวันครับยังไงเสียก็เป็นคนร้ายที่ออกหมายแจ้งล่วงหน้าไปยังตำรวจนะครับ หรือถึงจะแกล้งตบตาว่าเป็น คนร้ายที่ออกหมายแจ้งล่วงหน้า ก็ตาม ก็ยิ่งทำให้ความเป็นไปได้ว่าจะมีบางสิ่งที่มีลักษณะเป็นสาส์นนอกเหนือจากหุ่นฟางถูกทิ้งเอาไว้ในห้องนั้น หรือในบ้านหลังนั้น มีอยู่ไม่น้อยเลยจริงมั้ยครับ
อืม......เพราะอย่างนั้น
ถึงได้พูดถึงร่องรอยที่จงใจทิ้งเอาไว้งั้นเหรอ
แล้วยังเป็นสาส์นที่ไม่ได้มีรูปร่างเข้าใจง่ายเหมือนหุ่นฟางอย่างเช่นปริศนาอักษรไขว้ที่มีระดับความยากสูง อย่างนี้นี่เอง รู้สึกเหมือนพอจะเข้าใจเหตุผลที่ L ขอความร่วมมือจากตนขึ้นมาแล้ว ในเมื่อเป็นแบบนี้ ดูยังไงก็ไม่ให้บรรยากาศของนักสืบที่เอาแต่นั่งแช่เก้าอี้ แต่ต้องได้มาเห็นสถานที่เกิดเหตุจริง ๆ ได้มาสัมผัสจริง ๆ นี่นาอีกทั้งไม่ใช่ด้วยจำนวน แต่ด้วยคุณภาพต่างหาก ด้วยนัยน์ตาและมุมมองต่อสิ่งต่าง ๆ ของคนที่มีทัศนะใกล้เคียงกับตัวเองมากที่สุด
แต่ว่าในเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว ถึงจะไม่ได้คิดว่าได้รับความคาดหวังมากเกินไปแต่ในฐานะตำรวจ FBI คนหนึ่ง คำไหว้วานจาก L ให้เป็นนัยน์ตาให้ ไม่ใช่แขนขา ก็ออกจะเป็นภาระหนักหน่วงเกินไป
มีอะไรรึเปล่าครับ? คุณมิโซระ นาโอมิ
เปล่าไม่มีอะไรค่ะ
งั้นหรือครับ ถ้าอย่างนั้นจะขอตัดการสื่อสารครั้งนี้นะครับ ผมเองก็มีเรื่องที่จะต้องทำด้วยตัวเองอีกมากเช่นกันครับ
ทราบแล้วค่ะ
จากคำพูดของ Lคงจะพัวพันกับคดีโหดหินนอกเหนือจากคดีนี้อีกมากสินะ คดีกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั่วโลก น่ากลัวว่าการสืบสวนครั้งนี้น่าจะเป็นหนึ่งในงาน ณ ปัจจุบันที่มีความสำคัญใหญ่หลวงสำหรับ L แน่ ไม่อย่างนั้นนักสืบอันดับหนึ่งของโลกไม่มีทางออกโรงหรอก
นักสืบชื่อดังแห่งศตวรรษ L
นักสืบชื่อดังลึกลับผู้ได้รับความเชื่อถือ
ถ้าอย่างนั้น ผมจะรอฟังรายงานความคืบหน้านะครับ ครั้งต่อไปที่คุณมิโซระ นาโอมิ จะติดต่อมาหาผม ขอความกรุณาโทรเข้าสาย 5 นะครับ"
พูดดังนั้นแล้ว L ก็เป็นฝ่ายตัดสายไป


=+=+=

เชิงอรรถ

(2) ร้อยรอบกับที่เกิดเหตุไม่เสียเปล่า มีความหมายว่า หากพบทางตัน ให้ย้อนกลับไปยังที่เกิดเหตุหรือต้นตอ เพราะจะมีหลักฐานหรืออะไรบางอย่างที่จะหาได้จากที่เกิดเหตุเท่านั้น (แปลทื่อๆเพราะไม่รู้จะเทียบกับสำนวนไทยว่าอะไรน่ะค่ะ ใครพอจะมีไอเดีย รบกวนชี้แนะด้วยนะคะ ^^;;)

หมายเหตุ: ไม่ค่อยแน่ใจพวกชื่อสถานที่ใน ลอส แองเจลิส เท่าไหร่ค่ะ หากท่านผู้รู้เห็นข้อผิดพลาด รบกวนชี้แนะด้วยนะคะ

ยินดีต้อนรับคำติชมอีกเช่นเคยค่ะ ^_^

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ช่วยไปคอมเมนต์ให้หน่อยครับ
#1  by  NuDoDo At 2007-02-11 18:52, 
อ๊ากก...>w<

มาแร้วๆ ดีใจมากมาย ยาววววววว ยาว ย้าว ยาว อยากบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีเวลาอ่าน แต่ถ้าอ่านแล้วจะมาเมนท์อีกทีนะคะ (แล้วจะเมนท์ทำไมเนี่ย ) แหม...เห็นแล้วมันอดไม่ได้จริงๆนี่นา ขอบคุณคุณคุไรมากๆจริงๆนะคะ ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจแปลให้แฟนๆเดธได้อ่านกัน ขอบคุณมากๆคะ ^^
#2  by  momoko (58.9.69.138) At 2007-02-11 19:02, 
โอ้วว้าว
ช่างมีความสามารถในการแต่งจริงๆคร่ะ
เอาไว้ว่างๆจาอ่านไห้ค๊า
แต่ขอยอมรับในความพยายามคร่ะ
บลอคนี้มีปราโหยดมากๆเรย
#3  by  ★ยัยหนูนามิ★ At 2007-02-11 19:22, 
ขอต๊ะเมนต์ไว้ก่อน แล้วจะกลับมาอ่านอีกรอบนะคะ
ขอบคุณมากๆนะคะที่อุตส่าห์แปลมาให้ได้อ่านกัน
#4  by  hiyoNo At 2007-02-11 22:07, 
ยาวมากๆ

เออ คำว่า "อย่างเคร่งครัด" มันดูไม่เข้ากัน context ป่าวครับ (ย่อหน้าแรกๆอะครับ)

สนุกดีครับ ไม่รู้จะมี DN version ที่ไลท์ ช่วย กรม ตำรวจญี่ปุ่น สืบคดีป่าวอะ

ขอบคุณมากครับ
#5  by  น้ำมนต์ At 2007-02-12 02:27, 
ยาวจังค่ะ แปลเก่งจริงจริ๊ง
(ปลีกหนีจากภาระการงานที่หนัดกน่วง มาหาความสุขเล็กๆน้อยๆจากการอ่านนิยายแปล...)

อ้ากกกก...รู้สึกคุ้มค่ากับการรอคอยเพียงช่วงสั้นๆสำหรับนิยายแปลDN ที่เวลาอ่านไปเรื่อยๆก็ยิ่งจมปลักกับความคิดของตัวละครมากขึ้นๆเรื่อยๆ เรียกว่าเหมือนเวลาใช้มีดค่อยๆหั่นเปลือกส้มโอที่หนามากๆออกทีละส่วนๆอย่างช้าๆเลยค่ะ เวลาอ่านไปๆคิ้วก็ยิ่งผูกเป็นโบเข้าหากันมากขึ้น นักว่าเป็นนิยายแปลที่ต้องใช้ความสามารถในการเพ่งวิเคราะห์แล้วก็จับความน่ารักของL ทุกตัวอักษรทุกคำพูดเลยทีเดียวเชียว
ขอบคุณสำหรับการแปลนิยายดีๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ คุณ Kurai >W<
การแปลและเรียบเรียงภาษาก็ยังดีเช่นเคย มีการใช้ทับศัพท์ดีมากๆเลยค่ะ แปลตนเห็นภาพเลย จะมีก็แต่เรารู้สึกว่าตอนบทเกริ่นนำแรกๆนั้นดูจะใช้ภาษาพูดที่ไม่ใช่ลักษณะการบรรยายไปบ้าง...หรือว่าต้องการให้มันเป็นภาษาพูดกันแน่คะ

ปล. ดูเหมือนว่ามิโซระจะชอบแขวะL เสียเหลือเกิน ส่วน Lก็ทำตัวให่น่าแขวะเสียนี่กระไร >W< น่ารักจริงๆเล้ย...
#7  by  S n o w At 2007-02-12 17:50, 
ยาวจังอ่ะค่ะ
แต่
อ่านได้
เพราะรอคอยแอล 55+(อีแอนนาท่าจะบ้า)
สนุกดีอ่ะค่ะ
ยังไม่ได้อ่านนะคะ แต่ขอขอบคุณไว้ก่อน ณ ที่นี้ค่า

เป็นกำลังใจให้นะคะ เห็นหายไปนานเลย
#9  by  kkbobo (161.246.1.32 /161.246.25.40) At 2007-02-12 23:52, 
แอบงงเจ้าค่ะ ตรงที่ L บอกว่า
"เปล่าครับ มีรายสุดท้ายไปแล้วต่างหากครับ"
แล้วอ่านลงมาเรื่อยๆมิโซระ นาโอมิกลับพูดว่า "ถ้าอย่างนั้น L เรามาเริ่มการสืบสวนไม่ให้คดีที่4เกิดขึ้นกันเถอะค่ะ..."

ตกลงคดีที่4มันเกิดไปยังคะเนี่ย งง

********

เมื่ออาทิตย์ก่อน คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ (คนแปลแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ฯลฯ) มาบรรยายที่คณะน่ะค่ะ เรื่อง"เส้นทางสู่นักแปลมืออาชีพ" ท่านให้ข้อคิดดีๆไว้ด้วย เลยเอามาฝากคุณคุไรน่ะค่ะ เผื่อจะได้ไอเดียไปพัฒนาบทความดีๆให้พวกเราได้อ่านกันอีก

สรุปย่อๆมาได้ดังนี้ค่ะ >>
หน้าที่ของนักแปล คือการแปล"สาร" ไม่ใช่แปล"ภาษา" ภาษาเป็นแค่เครื่องมือในการสื่อสารเท่านั้น อย่าให้ภาษามากำหนดเรา
นักแปลไม่มีสิทธิ์ทรยศผู้เขียน ผู้เขียนตั้งใจจะสื่อความรู้สึก+อารมณ์แบบใด ผู้แปลก็ต้องแปลให้ผู้อ่านได้รับความรู้สึก+อารมณ์นั้นๆด้วย

********

สุดท้ายก็เป็นกำลังใจให้นะคะ
จะมารออ่านเรื่อยๆค่ะ

PS. แอบคิดไปถึงภาคหนังแล้วว มัตซึเคนแสดงจะเท่ขนาดไหนกันนะ กรี๊ดๆๆๆๆ
#10  by  AR@LAE At 2007-02-13 11:59, 
ขอแอบนอกเรื่องนิด ไม่สิก็ไม่ถึงกับนอกเรื่องซะทีเดียว มันก็เรื่องเดธฯนั่นแหละ แต่เป็นเรื่องอนิเมะ ได้ดูตอนที่ 16 แล้วอดใจไม่ไหว ขอเม้าท์หน่อยแล้วกัน >w<

อยากบอกว่าเป็นอีกตอนที่รอคอย แน่นอนว่าต้องเป็นฉากนั้น!! ฉากที่ตาของเจ้าไลท์จอมเจ้าเลห์เปลี่ยนเป็นคนแสนซื่อนั่นไง >.< โอ๊ย...แค่คิดก็จี๊ดแล้ว ทำตาไลท์ได้ใสปิ๊งๆ มั่กๆ โดนใจจริงๆ แล้วยังมีฉากที่แอลนั่งเขี่ยเบคอนออกจากเมลอนนั่นอีก น่ารักจริง~จริ๊ง เลยเชียว หนูแอลก็ยังคงชอบแต่ของหวาน (จะว่าไปไม่เคยเป็นแอลกินอาหารคาวเลยแฮะ สงสัยจะเป็นเพราะถือช้อนลำบาก อิอิ)
โอเค...เข้าประเด็น(เรื่องอนิเมะอยู่ดี) โผล่มาฉากแรกก็งงเลย อ้าว...ไหงไลท์ถึงให้สมุดของมิสะกับเรมแทนที่จะป็นเล่มของตัวเองล่ะ แล้วก็ฝังเล่มของตัวเองไว้แทน คนละเรื่องกับในการ์ตูนเลย น่าคิดว่าถ้าเปลี่ยนแผนแบบนี้แล้วจะออกมาเป็นยังไง ก็คิดๆอยู่เลยว่าถ้าจะทำอนิเมะเดธฯทั้งทีก็น่าจะทำให้ต่างจากmangaซักหน่อย เหมือนอย่างที่ภาคหนังทำออกมาได้น่าประทับใจมากๆ อยากรู้จริงๆว่าสรุปแล้วแบบนี้จะออกมาเป็นยังไง แต่คิดอีกทีมันอาจจะเป็นภาพที่ตัดมาบางส่วนของแผนการเจ้าไลท์ที่เหมือนกับไนการ์ตูนก็ได้ แต่รุคดันพูดซะชัดว่า "ไม่น่าเชื่อว่าสุดท้ายเดธโน๊ตที่ฉันให้จะต้องมาถูกฝังดินแบบนี้" (จากSUB) ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ก็ได้แต่รอดูต่อไป ^^

เอาล่ะๆ เข้าเรื่องของจริง ก่อนอื่นต้องบอกว่า "ขอบคุณมากๆคะ" อ่านแล้วรู้สึกถึงความพยายามจริงๆ ช่างเป็นคนที่มีความพยายามสูงมากๆจริงๆ ทุ่มเทมากๆ ถ้าไม่มีคุณคุไรเราคงเฉาตาย ขอให้ความดีทั้งหมดทั้งมวลย้อนกลับไปหาคุณคุไรให้ฝีมือการแปลดียิ่งๆยิ่งๆขึ้นไป และประสบความสำเร็จนะคะ

จากตอนนี้ก็ได้เห็นหน้าตาคร่าวๆของคดีนี้กันไปแล้ว อยากบอกว่าดูพิลึกพิลั่นจริงๆซะด้วย อดคิดไม่ได้ว่าการที่แอลเข้ามาสืบคดีนี้เองก็คงเป็นเพราะความพิลึกพิลั่นของมันนั่นแหละ เหมือนกับได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่ดูท้าทายความสามารถยังไงหยั่งงั้น ก็นะเค้ามีดีให้อวดนี่นา >w< แหม..แค่ปริศนาอักษรไขว้ไหนเลยจะทำให้แอลคิ้วขมวดได้ แต่ตอนอ่านไปก็อดจินตนาการภาพแอลนั่งหมุนตัวอยู่บนเก้าอี้พร้อมชาและขนมสารพัดสารเพไม่ได้จริงๆ ...เฮ้อ คิดถึงแอลจังน้า
#11  by  momoko (58.9.69.8) At 2007-02-13 16:30, 
เดี๋ยวคุแวปไปอ่านนะจ๊ะ

ปล คุณแม่บ้าน พวกคาตาคานะที่เราไม่คุ้น มันมีดิกเปิดเฉพาะเลยหรือเปล่า หรือต้องเดาเอา
"ร้อยรอบกับที่เกิดเหตุไม่เสียเปล่า" พออ่านแล้วก็สื่อความหมายดีแล้วค่ะ แม้จะไม่มีสำนวนไทย แต่เราก็เข้าใจค่ะ

อ่านแล้วทำไมนึกถึงแจ็ค เดอะ ริปเปอร์นะ ทั้งที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันนอกจากเป็นฆาตรกรต่อเนื่องเท่านั้นเอง

ชอบแอลตอนที่ถามนาโอมิว่าจำเป็นต้องรู้สาเหตุไว้ดีกว่าหรือ แล้วขอเวลาไปสืบทันทีจังค่ะ รู้สึกเลยว่าแอลจะสืบเฉพาะเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น เรื่องส่วนตัวอื่นเลยไม่ไปก้าวก่าย ชอบค่ะ ชอบ

อีกจุดที่ชอบคือ ที่แอลมั่นใจมากว่ารายต่อไปจะไม่เกิดขึ้นอีก ให้ความรู้สึกเหมือนตอนสู้กับคิระเลยค่ะ

บทแปลครั้งนี้มีบางประโยคนะคะที่เรารู้สึกว่าอ่านแล้วสับสน (จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน ขอโทษด้วยนะคะ ^^;) แต่บทแปลยาวขนาดนี้จะมีบ้างก็ไม่แปลกเนอะ แถมยังมีน้อยมากด้วย ^^

ขอบคุณซักล้านรอบที่แปลมาให้อ่านค่ะ รู้สึกเหมือนเป็นปรสิตเลยอะ ไม่ได้ทำอะไรเล้ย
#13  by  Sirius At 2007-02-15 23:54, 
ว๊าวๆ
ในที่สุดก็ออกมาแล้ว
อ่านๆๆ
#14  by  akinazang (203.114.112.173) At 2007-03-05 12:02, 
ขอบคุณเจ้าของบ๊อค ที่แปล ออกมาให้อ่านค่ะ
#15  by  fin (202.57.173.61) At 2007-04-04 21:06, 
ขออ่านด้วยคนนะค่ะ
#16  by  k-lin-co At 2007-05-21 15:46, 
รักพี่แอลมากๆคะ และจะรักตลอดไปคะหนูสัญญา
#17  by  อ้อ (124.120.81.193) At 2007-09-25 18:48, 

<< Home