วันนี้นำบทสัมภาษณ์ มัตสึยามะ เคนอิจิคุง และ คุณมิยาโนะ มาโมรุ ที่ลงในนิตยสาร Seiyuu Animedia (นิตยสารเกี่ยวกับนักพากย์นั่นเอง) ฉบับที่ 2 ของปี 2007 มานำเสนอค่ะ ลัดคิวทุกโปรเจ็กต์เพราะยัย Kurai กำลังคลั่งไคล้หนุ่มมัตสึเคนสุดลิ่มทิ่มประตู XD;;; โอว นานแสนนานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้คลั่งหนุ่ม 3-D ขนาดนี้ *ยัย Kurai นั่งจิบชาระลึกความหลังเป็นยายแก่*
ว่าแต่เพิ่งรู้ว่านิตยสารนักพากย์มันแพงขนาดนี้ ตั้งเกือบพันเยนแน่ะ แพงกว่านิตยสารอนิเมตั้งสามสี่ร้อยเยน จ่ายไปน้ำตานองเพื่อพินอัพกับบทสัมภาษณ์อีกสี่หน้า TvT
หมายเหตุ: คุณมิยาโนะ มาโมรุ พากย์เป็น ยางามิ ไลท์ และ มัตสึยามะ เคนอิจิคุง เป็นนักพากย์รับเชิญไปพากย์เจลัสที่มีบทเฉพาะแค่ในอนิเมตอนที่ 12 เท่านั้นค่ะ
Death Note Special Dialogue
บทสนทนาในฝันระหว่าง มัตสึยามะ เคนอิจิ ผู้แสดงเป็น L ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ และ มิยาโนะ มาโมรุ ผู้พากย์เป็นไลท์ในภาคอนิเมกลายเป็นความจริงแล้ว!
มัตสึยามะ เคนอิจิ ผู้แสดงเป็น L นักสืบปริศนาชื่อดังในภาพยนตร์ Death Note ด้วยมุมมองโลกอันเป็นเอกลักษณ์
มิยาโนะ มาโมรุ ผู้กำลังไปได้สวยกับการรับบทพากย์เ็ป็น ยางาิมิ ไลท์ นักศึกษามหาวิทยาลัยหัวกะทิในอนิเมชั่นทางโทรทัศน์เรื่อง Death Note อยู่ ณ ปัจจุบัน
บทสนทนาในฝันระหว่างทั้งสองคนซึ่งเราไม่เคยคาดฝันเลยว่าจะมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้กลายเป็นความจริงแล้ว! เรานำช่วงพิเศษของฉบับนี้มาให้คุณแล้ว
คำถาม: ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะได้อ่านผลงานต้นฉบับตั้งแต่สมัยตีพิมพ์ลงนิตยสาร โชเน็นจั๊มป์รายสัปดาห์ กรุณาบอกความรู้สึกตอนที่อ่านให้พวกเราทราบหน่อยสิคะ
มิยาโนะ: เนื่องจากเรื่องนี้เป็นผลงานที่มีแก่นเรื่องเกี่ยวกับความตาย เลยตกใจมากครับว่า จั๊มป์ เอาการ์ตูนแนวนี้มาลงด้วย!? แต่ว่าการปูพื้นเรื่องว่าถ้าเขียนชื่อลงไปในสมุดโน้ตแล้วต้องตายก็เป็นแฟนตาซีในตัวของมันเองใช่มั้ยล่ะครับ ในทางตรงกันข้าม ฉากการต่อสู้ระหว่าง L กับไลท์กลับสมจริงสมจังเอามากๆ ตรงนั้นล่ะที่สนุก ก็เลยติดเรื่องนี้มาเรื่อยๆเลยครับ
มัตสึยามะ: ผมเองก็เคยคิดเหมือนกันครับว่าทำไม จั๊มป์ ถึงเอาการ์ตูนแบบนี้มาลงเนี่ย!? แต่ว่าพออ่านไปเรื่อยๆ ผมก็เริ่มคิดครับว่าการ์ตูนเรื่องนี้เอาโลกในยุคปัจจุบันมาเขียนรึเปล่าน้า ถ้าเปรียบเดธโน้ตเป็นอาวุธนิวเคลียร์ ไลท์ก็อาจจะเป็นมนุษย์ที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในกำมือก็เป็นได้ เรื่องนี้มีองค์ประกอบที่คิดในลักษณะนั้นได้ใส่เอาไว้หลายจุด ก็เลยรู้สึกว่าสนุกครับ
คำถาม: คุณมิยาโนะได้รับชม Death Note เวอร์ชั่นภาพยนตร์แล้วหรือยังคะ?
มิยาโนะ: ตอนที่ได้รับการทาบทามให้มาพากย์บทไลท์ในภาคอนิเม ผมคิดว่าถ้าไปดูภาพยนตร์เข้า ยังไงก็มีสิทธิ์ถูกภาพยนตร์ดึงไปน่ะครับ เพราะงั้นผมเลยไม่ได้ไปดูภาพยนตร์เลยจนกว่าภาพพจน์ของไลท์ในแบบฉบับของตัวเองจะเป็นรูปเป็นร่าง หลังผ่านการอัดเสียงพากย์ไปได้จำนวนครั้งพอสมควรและภายในใจผมสามารถเข้าใจมนุษย์ที่ชื่อไลท์ได้แล้ว ผมถึงเพิ่งไปดูภาพยนตร์เป็นครั้งแรก สนุกมากเลยนะครับ! รู้สึกว่าตัวเองหลุดออกมาจากโลกของอนิเมเลย
มัตสึยามะ: ดีใจครับที่กรุณาพูดเช่นนั้น
มิยาโนะ: ผมคิดว่าค้นคว้ามาดีจังเลยนะ อย่างเ่ช่นเรื่องท่าทางของ L ออกจะเป็นจุดยิบย่อยแต่ตอนที่กระโจนขึ้นไปนั่งปุบนเก้าอี้เนี่ย รู้สึกเลยครับว่าสมกับเป็น L จังน้า (หัวเราะ) เพลินดีเชียวครับ
มัตสึยามะ: ขอบคุณครับ แต่ตอนได้รับทาบทามให้แสดงเป็น L บอกตามตรงว่าตกใจมากเลยครับ ก็ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและนิสัยไม่เหมือนกับตัวเองซักนิดเดียว เลยสงสัยว่า ทำไมถึงเลือกเราล่ะนี่ ในแง่หนึ่งก็คิดไปว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันรึเปล่านะด้วยครับ (ยิ้มขื่นๆ)
มิยาโนะ: ทั้งที่ได้รับบทเนี่ยนะ!?
มัตสึยามะ: ผมก็รู้สึกยินดีที่ได้รับงานหรอกครับ แต่ความรู้สึกหนักใจกับอุปสรรคมันมีสูงกว่าน่ะครับ
คำถาม: คุณมัตสึยามะได้รับชมภาคอนิเมหรือยังคะ?
มัตสึยามะ: ครับ การพากย์ของคุณมิยาโนะก็เป็นไลท์อีกแบบที่แตกต่างจากภาพยนตร์ล่ะนะครับ แต่ก็รู้สึกว่าพากย์ออกมาได้สมบูรณ์ดีมากเลย
มิยาโนะ: ผมสามารถมีอารมณ์ร่วมไปกับความคิดอยากสร้างโลกที่สงบสุข ปราศจากอาชญากรของไลท์ได้น่ะครับ เพราะงั้นผมเลยให้มนุษย์ที่ชื่อไลท์เข้ามาใกล้ตัวเองจากจุดนั้นเป็นลำดับแรก จากนั้นก็สร้างบทบาทการพากย์ขึ้นมาโดยการทำความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของไลท์ครับ
มัตสึยามะ: แล้วก็ช่วยไม่ได้ที่ผมจะต้องจับตามอง L ล่ะนะครับ สำหรับ L แล้ว ผมก็คิดง่ายๆครับว่า อ๊ะ มีวิธีแบบนี้ด้วยสินะ สนุกจริงๆครับ
มิยาโนะ: ขอบคุณครับ ยังไงล่ะเนี่ย กลายเป็นชมกันเองไปแล้วนะครับ (หัวเราะ) แต่จากวิธีการพูดของ L ฉบับคุณมัตสึยามะ ผมก็คิดไปว่า อย่างนี่เองสิน้า! ล่ะนะครับ เป็นจังหวะที่มีเอกลักษณ์เลยทีเดียว
มัตสึยามะ:ก็เขาไม่มีความคิดจะบอกความรู้สึกของตัวเองให้อีกฝ่ายรู้เลยนี่ครับ ทำนองว่าก็เดาจากคำพูดเอาเองสิ (หัวเราะ)
มิยาโนะ:แต่นั่นล่ะคือ L อย่างไ่ม่ต้องสงสัย

คำถาม:ในครั้งนี้คุณมัตสึยามะได้ท้าทายกับงานพากย์เป็นครั้งแรกในบทเจลัส พอลองพากย์แล้วเป็นยังไงบ้างคะ?
มัตสึยามะ:รู้สึกกดดันกว่าตอนแสดงอีกครับ (หัวเราะ) ในการแสดง แม้จะไม่ต้องพูด ก็สามารถแสดงออกทางร่างกายได้ใช่มั้ยล่ะครับ อย่างเช่นการแสดงสีหน้า แ่ต่นักพากย์จะใช้อะไรพวกนั้นช่วยไม่ได้เลย
มิยาโนะ:นั่นสินะครับ
มัตสึยามะ: เพราะอย่างนั้นก็เลยต้องให้ความสำคัญกับคำพูดจนน่ากลัวเลย มีจุดที่ดูเหมือนว่าจะต้องแสดงออกด้วยคำพูดน่ะครับ
มิยาโนะ: อืม ก็มีนะครับ
มัตสึยามะ:อย่างเวลาแสดง ก็จะมีเครื่องแต่งกายและเสื้อผ้าให้เข้ากับบท เพราะงั้นพอจู่ๆบอกให้ไปแสดงบทเจลัสในชุดของตัวเอง มันก็รู้สึกเขินๆสับสนน่ะครับ ตรงจุดนั้นล่ะที่รู้สึกมากที่สุดว่าการแสดงในอนิเมกับภาพยนตร์นั้นแตกต่างกัน
มิยาโนะ:ถ้าไม่สร้างตัวตนของตัวละครไว้ข้างในตัวเองอย่างละเอียด เวลาเปล่งเสียงพากย์ออกไป ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนแค่กำลังพูดอยู่เท่านั้นเองน่ะครับ เพราะงั้นหลังอัดเสียงเสร็จ ก็เลยเหนื่อยเอาเรื่องอยู่ครับ
มัตสึยามะ: เพราะอย่างนั้นผมถึงคิดจริงๆครับว่าคุณนากามุระ ชิโด ที่ได้รับหน้าที่ให้พากย์รุคทั้งในภาพยนตร์และอนิเมนี่เป็นคนยอดเยี่ยมจริงๆ
คำถาม:พอได้ลองแสดงเป็น ไลท์ และ L หลายๆอย่างดูแ้ล้ว สิ่งที่ได้รับคืออะไรคะ?
มัตสึยามะ: สำหรับผม แน่นอนว่าเป็นวิธีแสดงครับ ผมคิดมาจนถึงตอนนี้ว่าวิธีแสดงจะเป็นยังไงก็ช่าง หัวใจต่างหากที่สำคัญ แต่ว่าพอมาแสดงเป็น L วิธีแสดงแบบที่ว่ามันใช้ไม่ได้ครับ ในครั้งนี้ก็ได้เข้าใจว่าการแสดงออกด้วยท่าทางและรูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน แล้วก็ได้ค้นพบอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับความสนุกของวิธีแสดงที่ว่า ในฐานะนักแสดงแล้วได้เรียนรู้อะไรมากมายเลยครับ
มิยาโนะ:ส่วนผมยังอยู่ระหว่างท้าทายกับบทครับ ตอนนี้กำลังท้าชนกับบทของไลท์ซึ่งๆหน้า ตัวเองก็รอดูอยู่เหมือนกันว่าตัวเองจะรู้สึกยังไงตอนที่พากย์จบแล้วน่ะครับ Death Note เป็นผลงานที่มีชื่อเสียง ผมก็ไม่อยากทำลายภาพพจน์ของไลท์ีที่ทุกคนคาดหวังเอาไว้ แต่ก็มีความรู้สึกว่าอยากจะลองพากย์ในรูปแบบที่ผมเท่านั้นที่จะพากย์ออกไปได้ด้วยเช่นกัน ระหว่างที่กลุ้มใจกับเรื่ื่องนั้น ผมก็อยากแสวงหาไลท์ในแบบฉบับของตัวเองจนถึงที่สุดน่ะครับ
คำถาม:ด้วยความที่ภาพยนตร์ได้รับความนิยมล้นหลามและคุณมัตสึยามะก็ได้รับคำชมเชยในเรื่องการแสดง ก็เลยก้าวไปไกลขนาดว่ามีการกำหนดสร้างภาพยนตร์ภาคเสริมที่มี L เป็นตัวเอกแล้วสินะคะ
มัตสึยามะ: ผมคิดว่าคราวนี้ก็จะกลายเป็น L ที่แตกต่างจากที่ผ่านมาอีกนะครับ คิดว่ามีหน้าที่รับผิดชอบในฐานะตัวเอกอยู่หรอกแต่บอกตามตรงว่าผมอยากหนีครับ (หัวเราะ)
คำถาม: เป็นเพราะมีแรงกดดันสูงหรือคะ?
มัตสึยามะ: ผมคิดว่าตอนแสดงก็ไม่ได้นั่งครุ่นคิดอะไรเรื่องนี้หรอกครับ แต่เพราะผมรู้สึกว่าจะต้องมีเสียงวิจารณ์อะไรตามมาแน่ๆน่ะครับ (หัวเราะ) แต่ว่าถ้าผู้ชมจะกรุณาพูดถึงความรู้สึกหลายๆอย่างโดยไม่จำกัดแค่เพียงแสดงดีหรือแย่เหมือนอย่างทุกท่านที่อุตส่าห์ไปชมภาพยนตร์คราวนี้ ผมก็จะดีใจครับ
คำถาม:สุดท้ายนี้ ถ้าเกิดว่าเก็บ Death Note ได้ล่ะก็ จะทำยังไงคะ?
มิยาโนะ:ยังไงผมก็ใช้มันไม่ได้เด็ดขาดล่ะนะครับ คงตกใจอกสั่นขวัญแขวนไม่ก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ห้ามทำ แค่มีเจ้าสมุดโน้ตนี่อยู่จริง ผมก็กลัวแล้ว (หัวเราะ)
มัตสึยามะ: ผมไม่มีความกล้าที่จะเขียนชื่อใครลงไปเพื่อฆ่าคนนั้นหรอกนะครับ แต่ว่าอยากจะคุยกับยมทูตแล้วก็ลองถามอะไรหลายๆอย่างดู (หัวเราะ)
มิยาโนะ:อย่างเช่น?
มัตสึยามะ:อย่างเช่นชอบฟังเพลงแบบไหน
มิยาโนะ: เรื่องนั้นก็น่ารู้อยู่นะเนี่ย (หัวเราะ)!
จบ
ปิดท้ายด้วยพินอัพของหนุ่มเท่+น่ารักทั้งสองหน่อค่ะ >w<
เป็นการเอาไลท์ภาคอนิเมกับ L เวอร์ชั่นภาพยนตร์มาจับเข่าคุยกันจริงๆเลยนะเนี่ย ^^
ชอบคำตอบของมัตสึเคนจัง เป็นคนน่ารักแล้วก็ดูมีความคิดที่น่าสนใจอะไรหลายๆอย่างเลย มีความรู้สึกว่าจะมีนักแสดงซักกี่คนที่พูดออกมาตรงๆว่าไม่มั่นใจกับอยากหนีเนี่ย อ่านบทสัมภาษณ์กับฟังเวลาเขาไปสัมภาษณ์มัตสึเคนแล้วต้องมีอะไรน่ารักๆให้ขำทุกที ดูตอบแบบตรงๆซื่อๆดีแต่ยิ่งทำให้ขำและน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่ 555 แล้วสุดท้ายเขาก็พยายามกับมันถึงที่สุดอยู่ดี แถมพูดจาสุภ๊าพสุภาพ ^^ เข้ากับชุดขาวๆดำๆจริงๆให้ตาย XD;;
คุณมิยาโนะก็ตอบอะไรหลายๆอย่างได้น่าสนใจ ดูตั้งใจและพยายามกับบทของไลท์ดีมากเลยเอาใจช่วยค่ะ พยายามต่อไปนะคะ ^^
=+=+=
ขอแก้ข่าวนิดนึงด้วยค่ะ ที่เคยลงข่าวไว้ว่ามัตสึเคนได้รับรางวัล Nihon Academy Award ไปสองสาขาคือนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมกับดาราสมทบชายยอดเยี่ยม จริงๆแล้วคือยังอยู่ในขั้นได้รับการเสนอชื่อไปเฉยๆน่ะนะคะ เราเข้าใจผิดไปเองว่าได้รับรางวัลแล้ว แป่ววว ขออภัยด้วยค่ะ ><
แต่มีข่าวดีอีกอย่างว่ามัตสึเคนก็ได้รับเสนอชื่อในอีกรางวัลด้วยค่ะ คือรางวัล Blue Ribbon ครั้งที่ 49 ในสาขาดาราสมทบชายกับนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม เห็นเพื่อนบอกว่านักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อในสาขาเดียวกับมัตสึเคนเป็นนักแสดงใหญ่ เป็นคู่แข่งตัวฉกาจเลย โอกาสที่มัตสึเคนจะได้รางวัลเลยอาจจะลดน้อยลงก็ได้ โถๆ แต่ยังไงแค่ได้รับการเสนอชื่อก็เป็นเรื่องยอดเยี่ยมมากแล้วล่ะน้า จากนี้ไปยังไงก็คงได้เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆในฐานะนักแสดงสิน้า ปีนี้ก็ได้แสดงหนังใหญ่ตั้งหลายเรื่อง ถึงจะไม่ได้เป็นตัวเอกหมด แต่แต่ละบทก็เด่นไม่เบาน่าหงิง >w<
=+=+=
สำหรับเรื่อง ลิงค์ดาวน์โหลดเพลง คุณ Sirius อุตส่าห์ช่วยอัพโหลดให้ทีละเพลงสำหรับคนดาวน์โหลดซิปไฟล์ทั้งยวงไม่ได้ค่ะ แล้วยังบอกโฮสท์ดีๆไว้อัพเพลงให้ด้วย คิดว่าคราวหน้าเวลาจะอัพโหลดเพลงให้โหลดกันคงมีปัญหาน้อยลงแล้วค่ะ ท่านไหนต้องการดาวน์โหลดทีละเพลง ก็ไปที่เอนทรี่ดังกล่าวได้เลยนะคะ ขอบคุณคุณ Sirius มากๆอีกครั้งค่ะ >w< แล้วก็เรามีอัพโหลดซิปไฟล์ขึ้นอีกโฮสต์ที่ได้รับแนะนำมาแล้ว แต่ยังไม่ครบทุกไฟล์นะคะ ที่เหลือจะทยอยเอามาลงอีกทีค่ะ
ขอบคุณคุณ akira_ked สำหรับคอมเมนท์บทแปลนิยายด้วยค่ะ จะได้รู้ตัวและเอาไปเปรียบเทียบครั้งนี้กับครั้งก่อนเป็นการศึกษาไปในตัวและแก้ไขได้ต่อไปค่ะ ^^
=+=+=
ยังค่ะ บลอคนี้ยังไม่กลายเป็นบลอคดารา ฮะๆๆ คราวหน้าคาดว่าไม่อัพนิยายต่อ ก็คงเป็น How to Read หรือ How to Draw แล้วแต่ว่ามีไฟจะทำอันไหนสุดค่ะ แหะๆ ^^
edit @ 2007/01/15 00:27:33
เป็นคนที่ดูมีความตั้งใจสูงจริงๆ ดูมีหลักการ สมกับเป็นคนภาคไลท์จริงๆ
....โอ้ว มัสสึ เคน น่าร๊ากกกก..