คำเตือน: SPOILERS ขั้นร้ายแรงสำหรับคนยังไม่ได้ดูหนัง Death Note the Last Name อย่าลากลงไปอ่านเป็นอันขาดหากท่านยังไม่ได้ดูหนังและไม่ต้องการรู้เรื่องก่อนล่วงหน้า
สรุปเรื่อง Death Note the Last Name (Super Spoilers)
ฉากแรกเริ่มต้นที่เจลัสกำลังมองมิสะที่กำลังวิ่งหนีสโตล์กเกอร์โรคจิตที่กำลังตามฆ่ามิสะอยู่ เห็นดังนั้นแล้ว เจลัสก็กางเดธโน้ตของตัวเองออกแล้วเขียนชื่อสโตล์กเกอร์คนดังกล่าวลงไปเพื่อช่วยชีวิตมิสะ อาการหัวใจล้มเหลวพุ่งเข้ากระชากชีวิตของสโตล์เกอร์รายนั้นก่อนที่ชายหนุ่มจะล้มลงขาดใจตาย แล้วเดธโน้ตเล่มหนึ่งก็ตกลงมาจากเบื้องบน มิสะมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างหวาดๆ ก่อนจะมองขึ้นไปข้างบนแล้วหันเหสายตาลงมาที่เดธโน้ตที่ตกอยู่บนพื้น ค่อยๆคืบคลานเข้าไปคว้าเดธโน้ตที่ตกอยู่มาเปิดดู จึงได้เห็นว่ามีชื่อของสโตล์กเกอร์โรคจิตเขียนอยู่ในนั้น นัยน์ตาของมิสะเป็นประกายขึ้น แล้วจู่ๆเรมก็ปรากฏตัวขึ้น มิสะตกใจจนร้องกรี๊ดออกมา เรมแจ้งแถลงไขว่าอายุขัยของมิสะถูกยืดออกไปเรียบร้อยแล้ว คนที่ถูกเขียนชื่อลงไปในเดธโน้ตจะต้องตาย มิสะถามว่าเรมเป็นเทวดาเหรอ? เรมตอบว่าเปล่า เป็นยมทูตต่างหาก มิสะยิ้มออกมาได้พลางเปรยออกมาอย่างทึ่งๆว่าเจ๋งไปเลย
ชื่อเรื่อง Death Note the Last Name ขึ้นมาบนหน้าจอ จากนั้นก็มีเพลง Dani
ณ งานศพของ อากิโนะ ชิโอริ มีนักข่าวเข้ามาสอบถามซอกแซกเกี่ยวกับคดีนี้ซึ่งโยงใยไปถึงเรื่องที่ว่าไลท์เป็นคนรักของชิโอริด้วย แถมถามว่ามันเกิดจากรักสามเส้าระหว่างไลท์ นาโอมิ และชิโอริเหรอ? พวกตำรวจในกองสืบสวนคดีคิระจึงมากันนักข่าวออกไปพลางแสดงความสงสารไลท์และก่นบ่นว่านาโอมิเป็น FBI ที่มีความสามารถประสาอะไรถึงทำแบบนี้
ในเวลานั้นครอบครัวยางามิก็นั่งรถยนต์เข้ามาถึงบริเวณงาน ไลท์เดินหน้าเศร้าเข้ามาในบริเวณงาน มีแต่คนเห็นใจไลท์และบอกว่าคนที่น่าสงสารคือไลท์ต่างหาก รุคปรากฏกายขึ้นมาแซวว่าคนพากันเห็นใจไลท์กันหมดเลยนะ ไลท์ไม่สนใจ นำดอกไม้สีขาวไปวางเคารพศพชิโอริ จากนั้นก็มานั่งที่เก้าอี้พลางบอกพ่อว่าตนจะจับคิระเข้าหลักประหารให้จงได้ รุคมายืนกัดอยู่ข้างหลังว่าคิระคือไลท์นั่นแหละ ไลท์เลยแกล้งวาดมือไปข้างหลังจะเขกรุคแต่มือก็วาดผ่านร่างรุคไปโดยไลท์แสร้งทำเป็นเกาศีรษะ
ที่สถานีโทรทัศน์ซากุระทีวี ในรายการ Evening Spot ซาเอโกะกำลังรายงานข่าวเกี่ยวกับฆาตกรที่ถูกคิระพิพากษาและหัวใจวายถึงแก่ความตาย ซึ่งมีน้องชายของผู้เสียหายและประชาชนทั่วไปให้ความสนับสนุนคิระอย่างชัดแจ้งออกโทรทัศน์เต็มไปหมด รายงานข่าวให้ข้อมูลต่อไปว่าขณะนี้ด้วยความร่วมมือของ ICPO L นักสืบปริศนาได้ชี้ชัดว่าคิระอยู่ที่ภาคคันโตของญี่ปุ่น ทาคาดะได้แต่ยืนมองซาเอโกะอยู่ในห้องส่งด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
อีกด้านหนึ่ง วาตาริขับรถพาไลท์ไปที่กองสืบสวน ก่อนจะเข้าสู่อาคารมีระบบแสกนเรติน่าคนที่จะเข้าไปในกองสืบสวนได้เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัย วาตาริอธิบายว่านี่คือกองสืบสวนที่ L ตั้งขึ้นแม้ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากตำรวจญี่ปุ่นก่อนจะเข้าไปยืนให้เครื่องแสกนหน้าและเรติน่า แล้วประตูก็เปิดออก ชายชราบอกให้ไลท์วางโทรศัพท์มือถือไว้ในตู้นิรภัยริมกำแพง ก่อนจะนำทางไลท์เข้าไปในตัวอาคาร
ณ กองสืบสวน พวกโซอิจิโร่กำลังสืบคดีกันอยู่เต็มห้อง ที่เก้าอี้โซฟาด้านหนึ่ง L กำลังกินช็อคโกแลตไปพลางเล่นหมากรุกไปคนเดียวอยู่ วาตาริรายงานว่าไลท์มาถึงแล้ว ไลท์ประหลาดใจเมื่อได้ยินชื่อริวซากิแต่ก็ถึงบางอ้อว่าใช่ชื่อปลอมเพื่อเป็นมาตรการป้องกันคิระสินะ L ถามว่าทำไมถึงรู้ได้ล่ะ เป็นคิระเหรอครับ ไลท์บอกว่าอย่าล้อเล่นน่า L ตอบกลับว่าตนล้อเล่นไม่เก่งหรอก L เปรยขึ้นว่า ได้ยินมาว่าไลท์มีอัจฉริยภาพด้านการสันนิษฐาน ไลท์เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาฝั่งตรงข้ามกับ L L ถามขึ้นต่อว่า ไลท์ไม่ใช่คิระหรอกเหรอ แล้วก็พูดว่าถ้าตนตายขึ้นมา ไลท์ก็จะตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก ไลท์หัวเราะขบขันพลางทวนคำพูดว่าถ้า L ตายตนก็จะกลายเป็นคิระเหรอ L เล่าต่อว่าตนให้ FBI ไปสะกดรอยตามไลท์ ไลท์ตอกกลับว่าก็รู้อยู่หรอกว่มีคนสะกดรอยตามน่ะนะ L กล่าวต่อไปว่า ในบรรดาคนที่ FBI ตามรอย คนที่น่าสงสัยว่าเป็นคิระมากที่สุดก็คือไลท์ เลยติดกล้องวงจรปิดกับเครื่องดักฟังที่บ้านไลท์ไว้ ไลท์ถามว่าโซอิจิโร่เองก็เห็นชอบด้วยเหรอ? L แก้ตัวให้โซอิจิโร่ว่าเพราะเป็นเหตุฉุกเฉิน โซอิจิโร่จึงยอม
L กล่าวต่อไปว่าในเมื่อตอนนี้ไม่สามารถได้ข้อมูลจากมิโซระ นาโอมิได้แล้ว ก็จะเอาข้อมูลจากไลท์โดยตรง และตนเชื่อไลท์มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมดรวมทั้งการตายของชิโอริ มัตสึดะร้องโวยวายขึ้นว่ามันจะเกินไปแล้ว คนรักของไลท์เองก็ถูกฆ่านะ L ยกเหตุผลขึ้นอ้างว่าคิระสามารถบงการสภาพการตายได้ ไลท์ถามกลับว่าแล้วตนจะฆ่าชิโอริไปเพออะไร? L ตอบว่าเพื่อใช้เป็นเหตุผลในการเข้าร่วมกองสืบสวน เพื่อเข้าใกล้และฆ่าตน
มัตสึดะโวยวายให้ L หัดมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์มนาเสียบ้าง ไลท์พูดปลอบให้มัตสึดะใจเย็นลง พลางหันไปถาม L ว่างั้นทีผ่านมาตนฆ่าคนยังไง L ตอบว่ายังไม่รู้ถึงขนาดนั้น ไม่เช่นนั้นก็ไขคดีได้เรียบร้อยแล้ว ไลท์ถามต่อว่างั้นถ้าเกิดพิสูจน์ได้ว่าตนเป็นคิระล่ะ? นัยน์ตาของ L ลุกวาวในขณะที่เจ้าตัวบอกออกไปว่าก็ต้องรับโทษประหารสิครับ ในตอนนั้นเองที่ไลท์เปรยขึ้นมาว่า เช็คเมท นั่นคือจับตัวม้าเข้าไปปิดทางหนีของตัวคิงได้แล้วนั่นเอง L มองกระดานหมากรุกด้วยความทึ่งแล้วเอ่ยชมไลท์ออกมาว่ายอดเยี่ยมมาก ตำรวจคนอื่นๆบอกว่าพวกตนไม่สงสัยไลท์ แล้วแม้แต่ L เองก็ยังมีเปอร์เซ็นต์สงสัยต่ำ ไลท์บอกว่าไม่เป็นไร การถูกสงสัยเป็นสิ่งจำเป็นในการสืบสวน แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหยุดคิระให้ได้ รุคออกมายืนชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปทาง L พลางยั่วไลท์ต่อว่าถ้ามีนัยน์ตายมทูตก็จะเห็นชื่อเจ้าหมอนี่ได้ ไลท์ได้แต่ยิ้มอย่างขบขันออกมา
ผู้บัญชาการตำรวจญี่ปุ่นพยายามตะล่อมถามโซอิจิโร่ว่า L เป็นใคร เป็นคนอเมริการึเปล่า โซอิจิโร่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามพลางให้เหตุผลว่า L กำลังเสี่ยงชีวิตกับคดีนี้อยู่ ผู้บัญชาการตำรวจเลยโวยออกมาว่ายังไงขอให้จับคิระให้ได้ก็พอ
ระหว่างนั้นซายุกับเพื่อนกำลังเดินเที่ยวอยู่หน้างานเทศกาลของสถานีซากุระทีวี ในตัวสถานี ทาคาดะขอร้องเดเมงาวะให้ตนเป็นคนประกาศสาส์นจากคิระคนที่สองเพื่อเป็นการรักษาชีวิตของซาเอโกะด้วยเพราะหากพลาดพลั้งเพียงนิด ซาเอโกะจะเป็นอันตราย อีกทั้งตนเองก็เป็นคนที่เข้าใจคิระมากที่สุด แต่เดเมงาวะปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยพลางตอกกลับว่าทาคาดะเป็นแค่ดอกไม้ประดับรายการเท่านั้น
ซาเอโกะประกาศสาส์นจากคิระคนที่สองโดยการฉายวีดีโอที่คิระคนที่สองส่งมา โดยมีการพิสูจน์แล้วว่าคิระคนที่สองเป็นตัวจริงเพราะมีคนตายตามที่คิระบอกเอาไว้ เนื้อหาในวีดีโอกล่าวว่าคิระคนที่สองต้องการจะสร้างโลกในอุดมคติเช่นเดียวกับคิระและต้องการกำจัดคนที่ขัดขวางคิระให้พ้นทาง จากนั้นก็จัดการฆ่าคนที่วิจารณ์คิระออกรายการโทรทัศน์อีกช่องหนึ่งตายเพื่อพิสูจน์ ผู้บัญชาการตำรวจญี่ปุ่นโวยวายอยู่คนเดียวให้ใครไปหยุดมันให้ได้
ณ กองสืบสวน ตำรวจนายหนึ่งรายงานขึ้นว่าโทรติดต่อสถานีซากุระทีวีไม่ได้ L หันไปมองไลท์เพื่อสังเกตปฏิกิริยา ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่พากันเชียร์คิระกันเสียงเซ็งแซ่ มีเพียงซายุเท่านั้นที่รู้สึกหวาดหวั่นกับเหตุการณ์ตรงหน้า พยายามเรียกเพื่อนกลับแต่เพื่อนก็สารภาพว่าแท้จริงแล้วตัวเองก็อยู่ฝ่ายคิระเหมือนกัน ทำเอาซายุตกใจมาก
โมงิวิ่งเข้ามาที่บริเวณจัดงานแล้วคัดค้านเสียงแข็ง ถกเถียงตอบโต้กับเหล่าสาวกของคิระอย่างถึงพริกถึงขิงว่าคิระเป็นฆาตกร แต่แล้วก็ถูกคิระคนที่สองฆ่าตาย ณ ที่แห่งนั้นเอง สมาชิกกองสืบสวนที่ดูเหตุการณ์อยู่ทางโทรทัศน์พากันตกอกตกใจ ตำรวจสองนายที่อยู่บริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์จึงวิ่งเข้าไปควบคุมสถานการณ์ พลางบอกให้ซายุที่กรีดร้องและถลาเข้าไปเรียกชื่อโมงิอย่างใจเสียให้หนีไป แต่แล้วตำรวจสองนายนั้นก็ถูกฆ่าตายเสียเอง ไลท์ที่ดูโทรทัศน์อยู่เห็นซายุอยู่ในเหตุการณ์ก็ตกใจ เดเมงาวะรีบชี้ไปที่จอแล้วร้องอย่างลิงโลดว่าตายแล้วจริงๆ
ตำรวจญี่ปุ่นในกองสืบสวนทำท่าจะเร่งรี่เข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุแต่ L ห้ามไว้ บอกว่าไปตอนนี้ก็ถูกฆ่าเสียเปล่าๆ ได้ยินเช่นนั้นตำรวจนายหนึ่งก็รู้สึกฉุนกึ้กถามว่าจะให้อยู่เฉยเหรอ และจะถลาเข้าไปหา L แต่วาตาริก็รีบเข้ามาขวางเอาไว้ จวบจนตำรวจนายนั้นได้เห็นว่ามือของ L ที่เกาะพนักเก้าอี้อยู่สั่นกึกๆจึงใจเย็นลง แล้วบอกว่าแต่ถ้าไม่ไปช่วย ซายุจะแย่ L บอกว่าคิระคนที่สองจะฆ่าคนที่ขัดขวางคิระเท่านั้น พอคิระคนที่สองเสนอให้ตนและคิระแสดงตัวยมทูตของกันและกัน L ก็ตกใจมากจนตกจากเก้าอี้ แล้วครางออกมาว่าจะให้ยอมรับว่ามียมทูตจริงๆงั้นเหรอ วาตาริรีบวิ่งเข้าไปดู L ไลท์เสนอความเห็นออกมาว่าอาจจะหมายถึงความสามารถในการฆ่าก็ได้
ณ สถานที่เกิดเหตุ ซายุที่ขวัญเสียและโกรธเกรี้ยวกับเหตุการณ์ตรงหน้าตะโกนว่าคิระคนที่สองเป็นไอ้ฆาตกร ไลท์มีท่าทีเป็นห่วงซายุมาก คำกล่าวหานั้นก้องอยู่ในหัวของมิสะที่กำลังดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือตัวเองอยู่ทางโทรทัศน์และทำให้ย้อนนึกไปถึงตอนที่ครอบครัวของตัวเองถูกฆ่าตายด้วยฝีมือโจร
ระหว่างทีเกิดเหตุชุลมุนนั้นเอง มีรถตู้คันหนึ่งแล่นเข้ามาพุ่งชนโทรทัศน์บริเวณงานเทศกาลหน้าสถานีซากุระทีวี คนขับเดินลงจากรถโดยมีหมวกกันน็อคสวมศีรษะอยู่แล้วปราดเข้าไปทำลายกล้องและยิงสายไฟทั้งหลายทิ้งให้หมด ซาเอโกะเห็นสัญญาณภาพหายไปจึงรายงานให้ผู้ชมทราบว่ามีคนขับรถเข้าพุ่งชนในงานและจะรายงานหากมีความคืบหน้าต่อไป คนขับถอดหมวกกันน็อคออก เผยให้เห็นว่าเป็นโซอิจิโร่นั่นเอง โซอิจิโร่รีบเดินเข้าไปหาซายุแล้วถอดเสื้อสูทให้ซายุใช้คลุมหน้าแล้วเดินเข้าไปในอาคาร ซายุรีบทำตามที่บอก โซอิจิโร่เดินเข้าไปดูอาการโมงิที่ตายไปแล้ว จากนั้นก็เขวี้ยงหมวกกันน็อคลงกับพื้นด้วยสีหน้าโกรธจัดแล้วบุกเข้าไปในสถานี สุดท้ายก็ระงับการถ่ายทอดเอาไว้ได้ ทาคาดะมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าสะใจที่การรายงานข่าวถูกยับยั้งเอาไว้
ณ กองสืบสวน โซอิจิโร่โทรเข้ามารายงานว่าสามารถหยุดยั้งการถ่ายทอดและยึดเทปวีดีโอมาได้หมดแล้ว L กล่าวชื่นชมว่าเป็นวิธีการที่ผมทำไม่ได้ เมื่อยืนยันความปลอดภัยของทั้งสองคนได้แล้ว ไลท์ก็รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุโดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้บิดาของตนถูกฆ่า ระหว่างเดินออกมา ไลท์พูดกับรุคอย่างยินดีว่า คิระคนที่สองมีดวงตายมทูตแน่ๆ แม้จะไม่ใช่ทั้งศัตรูและมิตรของตน ยังไงก็ต้องถือว่า L เป็นศัตรูตัวฉกาจเหมือนกัน น่าจะให้หา L และฆ่าได้
ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์บริเวณสถานี ไลท์เข้าไปที่สถานีซากุระทีวี สมทบกับโซอิจิโร่และซายุ มิสะเดินลงบันไดมา รู้สึกผิดหวังที่คิระไม่ปรากฏตัว แต่ในขณะนั้นเอง มิสะก็เห็นไลท์ที่เดินตามหลังโซอิจิโร่กับซายุมา ด้วยความที่มองไม่เห็นอายุขัยของไลท์จึงรู้ได้ทันทีว่าไลท์คือคิระนั่นเอง มิสะมีท่าทียินดีอย่างเห็นได้ชัดพลางครางว่าคิระยอมมาจริงๆด้วย แต่อ่านชื่อไลท์เป็น ยางามิ ทสึกิ
ณ กองสืบสวน สืบข้อมูลกันได้ว่าเทปวีดีโอถูกส่งมาจากโอซาก้าและมีลายนิ้วมือของผู้หญิง ไลท์เสนอความเห็นว่าคิระคราวนนี้น่าจะฆ่าคนได้เพียงแค่เห็นหน้าและท่าทางสมองจะแย่ด้วย L บอกว่าถ้าตนเป็นคิระตนต้องโกรธแน่ คิระคนที่สองน่าจะอยู่ในสถานีเพราะฆ่าคนที่กล้องจากซากุระทีวีจับภาพไว้ ถ้าคิระคนที่หนึ่งและคนที่สองร่วมมือกันจะต้องแย่แน่ จากนั้นก็หันไปถามโซอิจิโร่ว่าใช้ประโยชน์อะไรจากวีดีโอไม่ได้หรือ?
ที่สถานีซากุระทีวี คนพากันแสดงความยินดีกับซาเอโกะที่รายการประสบความสำเร็จ เพื่อนรว่มงานรายหนึ่งของทาคาดะเปรยว่าคนที่สืบเรื่องราวของคิระคือทาคาดะแท้ๆ ทาคาดะเองก็มีท่าทีเซ็งๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน และแล้วเดเมงาวะก็ได้วีโอมาจากกองสืบสวน
หลังจากวีดีโอจากตำรวจถึงคิระคนที่สองเผยแพร่ออกไป ที่กองสืบสวนก็ได้ข้อมูลผูที่เกี่ยวข้องกับซากุระทีวีทั้งหมดห้าพันคน ซึ่งรวมมิสะอยู่ในนั้นด้วย
มิสะซึ่งได้ข้อมูลของไลท์มาจากอินเตอร์เน็ตแล้วก็ไปดักพบไลท์บริเวณหน้าบ้าน เมื่อได้เจอไลท์ ก็แนะนำตัว บอกว่าคิดว่าพอได้เห็นวีดีโอของตำรวจแล้วจะไม่สบายใจรึเปล่าเลยต้องมาให้ได้ จากนั้นก็ยื่นเดธโน้ตของตัวเองให้ไลท์จับ เมื่อไลท์จับแล้วก็สามารถมองเห็นเรมได้
ไลท์พามิสะเข้ามาในบ้านและขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง ซาจิโกะกับซายุพากันตื่นเต้นเมื่อจำได้ว่าหญิงสาวที่ไลท์พามาคือมิสะซึ่งเป็นดาราดังนั่นเอง เมื่อเข้าไปในห้องตัวเองแล้ว ไลท์ก็รีบซักทันทีว่าทำไมมิสะรู้ว่าตนคือคิระ มิสะร้องถามว่าไม่ได้แลกดวงตายมทูตจริงๆสินะ ดวงตายมทูตจะไม่สามารถมองเห็นอายุขัยของคนที่ครอบครองเดธโน้ตอีกคนได้ ไลท์หันไปมองรุคตาเขม็ง แต่รุครีบแก้ตัวว่าเรื่องที่ไม่ได้ถามก็ตอบไม่ได้จริงมั้ย? ไลท์ซักต่อว่าแล้วทำงานหรือทำงานพิเศษที่สถานีเหรอ?มิสะดึงซีดีออกมาให้ดูแล้วบอกว่าตนทำงานหลายๆอย่างทั้งด้านการแสดง รายการโทรทัศน์ และต่อไปอาจจะมีหนังด้วย ไลท์ซักต่อว่าแล้วทำไมรู้แค่ชื่อถึงรู้ที่อยู่ได้ มิสะตอบว่าไปหาจากข้อมูลนักศึกษาของมหาวิทยาลัยไลท์เอา ไลท์ดุว่าถ้าถูกจับขึ้นมา เรื่องได้แดงกันหมด มิสะรีบขอโทษและรีบเสริมขึ้นว่าถ้าเกิดทำตามไลท์บอกก็จะไม่ถูกจับ ตนจะดูชื่อ L ให้ เป็นตาให้ไลท์ เพราะงั้นขอให้ไลท์ช่วยรับตนเป็นแฟนที
ไลท์ปฏิเสธแล้วถามขัดว่าเรื่องลายนิ้วมือล่ะ ถ้าถูกตรวจสอบความก็ได้รู้ว่าเป็นคิระสองก็เท่านั้นเอง มิสะบอกว่าคนส่งวีดีโอคือเพื่อน ไลท์ถามว่างั้นแล้วเรื่องเพื่อนล่ะ? มิสะรีบบอกว่าถ้าไลท์บอกให้ฆ่า จะฆ่าก็ได้ ไลท์ยังคงมีท่าทีไม่เชื่อใจอยู่นั่นเอง มิสะเสนอว่าถ้าไม่ว่ายังไงก็ไม่เชื่อ เอาเดธโน้ตของตัวเองไปเก็บไว้ที่ไลท์ก็ได้ พลางถามย้ำกับเรมว่ายังไงก็ไม่ได้เสียตาหรือความทรงจำไปใช่มั้ยในกรณีนี้ ซึ่งเรมก็ตอบรับว่าใช่ มิสะชักจูงต่อว่าแบบนี้ตนก็ฆ่าไลท์ไม่ได้ หรือพอตนหมดประโยชน์ ไลท์จะฆ่าตนเสียก็ได้ แค่ถูกใช้ก็ยินดีแล้ว ไลท์รับเดธโน้ตของมิสะไปพลางซักว่าทำไมถึงยอมทำขนาดนี้ มิสะมีท่าทีสลดลง เรมช่วยตอบแทนให้ว่าเมื่อสามปีก่อนครอบครัวของมิสะถูกโจรฆ่าตาย ฆาตกรถูกจับได้ตามการเป็นพยานของมิสะผู้เห็นหน้าตาของคนร้ายแต่สุดท้ายก็หลุดรอดลอยนวลไปได้ อยู่มาวันหนึ่งมิสะที่กำลังสิ้นหวังกับเรื่องนั้นก็ได้เห็นข่าวโจรคนนั้นถูกคิระพิพากษาลงในหนังสือพิมพ์จึงเห็นคิระเป็นพระเจ้า
มิสะลงไปทรุดนั่งกับพื้น น้ำตาไหลริ้น อ้อนวอนให้ไลท์เชื่อว่าคิระเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของตน ไลท์ติงว่ายังไงการฆ่าคนก็ไม่ต่างอะไรกับฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวของมิสะ มิสะร้องว่าไม่อยากถูกไลท์ว่าแบบนั้น ไลท์เองก็ตัดสินใจว่าต้องมีคนเสียสละอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ว่ายังไงก็อยากพบไลท์ สุดท้ายไลท์ก็ยอมรับมิสะและบอกว่าคนที่ยอมสละอายุที่เหลือครึ่งหนึ่งเพื่อตนอย่างมิสะนั้นจะเป็นอาวุธให้ตนได้ และตอบตกลงยอมรับมิสะเป็นแฟนพลางเข้าไปสวมกอดมิสะ มิสะกอดตอบด้วยความยินดีเหลือจะเอ่ยพลางพึมพำว่าจะทำให้ไลท์ชอบตนจริงๆให้จงได้ ท่ามกลางสายตาของรุคและเรมที่ยังยืนอยู่ในห้อง
ไลท์ผละออกจากมิสะแล้วบอกว่าจะจัดการให้มิสะได้เจอกับ L แล้วมิสะก็จะได้รู้ชื่อ L มิสะตกลงอย่างกระตือรือร้น ไลท์ย้ำอีกด้วยว่าหากถูกตำรวจจับ ก็จะไม่พูดถึงเรื่องของกันและกันด้วย มิสะตอบตกลง จากนั้นก็ยื่นเสนอเงื่อนไขของตัวเองบ้างว่าจะมาหาบ่อยๆ ไลท์ปฏิเสธ อ้างเหตุผลว่าตอนนี้ L กำลังสงสัยตัวเองอยู่ มิสะได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นเพราะนึกว่า L ยังไม่รู้เรื่องอะไรเสียอีก นี่สืบมาถึงขั้นนี้แล้ว แล้วจึงขอยื่นเงื่อนไขว่าถ้างั้นขอเดอาทิตย์ละครั้ง ไลท์บอกว่างั้นต้องเดทกับผู้หญิงคนอื่นด้วยเพื่อเบี่ยงเบนความสงสัย มิสะไม่ยอมท่าเดียว เข้าไปกอดเข่าไลท์บอกว่า ไม่เอา ไม่งั้นได้ฆ่าผู้หญิงคนอื่นๆทิ้งแน่ ถ้าไม่เดทกับตนคนเดียวก็ไม่ยอม ไลท์ขู่ว่าถ้าไม่เชื่อฟังเดี๋ยวฆ่านะ แต่เรมรีบออกมาปกป้องมิสะเต็มที่ว่าตนรู้อายุขัยของมิสะอยู่แล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับมิสะ ตนจะฆ่าไลท์แน่
ในห้องเลคเชอร์ของมหาวิทยาลัย ไลท์ได้ยินเสียงเคี้ยวอะไรกรุบๆจึงหันไปมองด้านหลัง และได้เห็นว่า L มานั่งเคี้ยวช็อคโกแลตอยู่ในห้องนั่นเอง L บอกว่ามาดูว่าคิระคนที่หนึ่งกับคนที่สองจะติดต่ออันรึเปล่า ไลท์ถามว่าแล้วออกมาอย่างนี้ไม่เป็นไรเหรอ L ตอบกลับว่ามีไลท์คนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าตนเป็น L ส่วนคนอื่นๆนั้นตนจะใช้วิธีใส่หน้ากากออกไปเดินข้างนอก
ไลท์กับ L ซึ่งใส่หน้ากากหน้าตาตลก ตาโปนๆ ทำปากยื่นจู๋ สีชมพู พากันเดินกันไปตามทางเดินในมหาวิทยาลัย ระหว่างทางมิสะก็กระโดดออกมาจากหลังเสา พลางบอกว่ายังไงก็อยากเจอไลท์ให้ได้ ทีแรกไลท์ก็รู้สึกโกรธแต่ต่อมาก็ยินดีที่มิสะมาถูกจังหวะตอนอยู่กับ L พอดี มิสะถามว่า L เป็นเพื่อนของไลท์เหรอ ไลท์จึงรีบแนะนำ L ให้มิสะรู้จักในชื่อของริวซากิ มิสะขำหน้ากากของ L ไลท์เลยเสนอว่างั้นลองถอดดูมั้ย? มิสะกระโดดแล้วดึงหน้ากากของ L ออกไปด้านบน จึงได้เห็นชื่อจริงของ L ด้วยดวงตายมทูตที่เปล่งประกายสีทองออกมา มิสะทวนชื่อ L ที่ไลท์บอกอย่างงงๆ ไลท์กระหยิ่มยิ้มย่องว่ามิสะได้เห็นชื่อของ L แล้ว
มิสะแนะนำตัวว่าตนชื่อ อามาเนะ มิสะ L หยิบหน้ากากมาคาดไว้บนศีรษะแทนแล้วจู่ๆก็พุ่งเข้าไปจับมือของมิสะพลางบอกว่าเป็นแฟนมิสะอยู่ แล้วบอกว่าอิจฉาไลท์ ในขณะนั้นเอง พวกนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างก็พากันสังเกตเห็นมิสะเลยกรูกันเข้ามารุมล้อมมิสะเต็มไปหมดจน L ถูกผลักกระเด็นไปมาท่ามกลางฝูงชนนั้นแล้วเลยกระเด็นเข้าไปใกล้มิสะ มิสะร้องขึ้นว่าใครจับก้นตน L รีบโพล่งขึ้นว่าใช้ไม่ได้เลย นักสืบชื่อดังอย่างเขาจะจับตัวคนร้ายให้จงได้ พลางส่งอมยิ้มให้มิสะ มิสะรับอมยิ้มไปแล้วยิ้มแย้มว่าริวซากิตลกดี L ถามว่างั้นถ้าจับคนร้ายได้ มิสะจะคบกับตนมั้ย? มิสะรีบเข้าไปควงแขนไลท์พลางประกาศว่าชอบไลท์คนเดียวเท่านั้น ก่อนจะเอ่ยขอตัวแล้วเดินจากไปอย่างร่าเริง
เมื่อมิสะจากไปแล้วฝูงชนก็สลายตัวกันไปตามอัตโนมัติ ไลท์ยิ้มอย่างอารมณ์ดีพลางขอตัวไปเรียนก่อน L มองไลท์ด้วยหน้าตาเรียบเฉยพลางบอกว่าได้เจอมิสะมิสะแล้ว ตัวเองก็จะกลับกองสืบสวนล่ะ ไลท์อวยพรอย่างอารมณ์ดีว่ากลับดีๆล่ะ เมื่อทั้งคู่หันหลังให้กัน ไลท์ก็ยิ้มย่องพลางหยิบมือถือขึ้นมาโทรหามิสะ ปรากฎว่ามีเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น และด้านหลังไลท์นั้น L ก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทักว่า สวัสดีครับ ไลท์ได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้าอ่อนใจแล้วย้อนกลับไปว่า จะมาสวัสดีอะไรเล่า ทั้งคู่หันกลับมามองหน้ากัน โทรศัพท์มือถือที่ L ถืออยู่นั้นคือโทรศัพท์มือถือของมิสะนั่นเอง L อ้างบอกว่าใครทำมือถือตกเอาไว้ก็ไม่รู้ ไลท์ทำหน้าเซ็งๆพลางบอกว่านั่นของมิสะแล้วฉวยคว้ามือถือของมิสะจากมือ L อย่างรวดเร็ว L ทักว่ารีบโทรหาทันทีเลยนะ ถ้าไม่โทรหาจะมีอะไรแย่ๆเกิดขึ้นเหรอ คราวนี้เสียงโทรศัพท์มือถือของ L ดังขึ้นจริงๆ จึงหยิบมือถือของตัวเองออกมา สมาชิกในกองสืบสวนรายงานเข้ามาว่าคุมตัวเป้าหมายได้แล้ว L จึงบอกไลท์ว่าตนได้จับมิสะในฐานะคิระคนที่สองโดยได้หลักฐานอะไรต่างๆนานาจากของกลางและห้องของมิสะมากมาย ตนขอห้ามไม่ให้ไลท์ไปที่กองสืบสวนชั่วคราวและขอยึดโทรศัพท์มือถือของมิสะไปด้วย ไลท์ได้แต่หงุดหงิดที่แผนล่ม
ณ กองสืบสวน มิสะถูกมัดเอาไว้กับเครื่อง ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหนได้และมีกล้องวงจรปิดคอยตรวจจับทุกความเคลื่อนไหว L คอยสังเกตมิสะจากอีกฟากหนึ่งของกระจกลวง โซอิจิโร่ถามว่าไม่ทำถึงขนาดนี้ไม่ได้เหรอ? L ให้เหตุผลว่าที่ทำแบบนี้เพราะคิระคนที่สองแค่เห็นหน้าก็สามารถฆ่าคนได้ แล้วยังแจ้งให้โซอิจิโร่ทราบว่าไลท์มีสัมพันธ์พิเศษกับคนๆนี้ โซอิจิโร่ตกใจเมื่อได้ฟังเช่นนั้น
เมื่อการคุมขังผ่านไปได้สองวัน มิสะก็ครางออกมาว่าทนไม่ไหวแล้ว ให้ฆ่าตัวเองที ถ้าเป็นเธอ(เรม)ก็ฆ่าตัวเองได้แน่ๆ L เปิดไมโครโฟน ถามเข้าไปว่าแสดงว่ายอมรับแล้วว่าเป็นคิระคนที่สอง มิสะร้องว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องคิระคนที่สอง แต่ตนทนไม่ไหวแล้ว ตายเสียยังดีกว่า ตายทั้งที่ยังสาวยังสวยได้ก็ยินดี จากนั้นก็ร้องเรียกให้เรมฆ่าตัวเองไม่หยุดหย่อน
ไลท์คุยกับรุคว่าถ้าไม่ติดต่อเรม บอกให้มิสะอย่าพูดอะไรเกินความจำเป็นล่ะแย่แน่ รุคอธิบายว่ายมทูตต้องอยู่ติดกับเจ้าของเดธโน้ต นอกเสียจากว่าจะถอนสิทธิ์หรือเจ้าของเดธโน้ตจะตาย
ผ่านไปห้าวัน การพิพากษาของคิระยังดำเนินต่อไป แต่แล้วจู่ๆเรมก็ไปหาไลท์ที่ห้อง บอกให้ไลท์ได้รับรู้ว่ามิสะบอกให้เรมฆ่าตัวเองเสียเพราะว่ารักไลท์ ไม่อยากเผยความลับออกไป ไลท์ถามว่างั้นความทรงจำของมิสะก็หายไปแล้ว? เรมตอบรับว่าใช่ แล้วก็ไม่มีดวงตายมทูตอีกต่อไปแล้ว เหลือแค่ความรักที่มีต่อไลท์ พอบอกไปอย่างนั้น มิสะบอกว่าเท่านั้นตนก็พอใจแล้ว จากนั้นก็สั่งให้ไลท์ช่วยมิสะเสีย ไลท์บอกว่าได้ยมทูตทำให้ขนาดนั้น มิสะก็น่าจะยินดี เรทบอกเหตุผลว่าเพราะตนต้องการรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเจลัสผู้ทำในสิ่งที่ยมทูตห้ามทำเป็นอันขาด นั่นคือการฆ่าสโตล์กเกอร์รายนั้นเพื่อยืดชีวิตมิสะทั้งที่ยมทูตมีตัวตนอยู่เพื่อบั่นทอนอายุของมนุษย์ต่างหาก เจลัสมองมิสะมาตลอดจึงเกิดความรู้สึกเหมือนเป็นพ่อแม่ของมิสะ ไลท์เปรยว่าเป็นเรื่องน่าซาบซึ้งจริงที่ยมทูตรักมนุษย์จึงต้องตาย ถ้าไม่ช่วยมิสะ ตนจะฆ่าไลท์ซะ ไลท์ย้อนว่าไม่ต้องย้ำหลายครั้งน่ะ แม้แต่ยมทูตก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่าถ้าตนตายไป มิสะจะโศกเศร้าแค่ไหนกัน? เรมอึ้งไป ไลท์เสริมว่าแต่เรื่องช่วยมิสะน่ะรู้แล้ว ตนมีวิธี
ไลท์ รุค และเรมเดินทางกันไปยังกลางป่าแห่งหนึ่ง เรมรับเอาเดธโน้ตของมิสะไปแล้วถามย้ำกับไลท์ว่าจะทำได้แน่นะ? ไลท์ยืนยันหนักแน่น เรมจึงบินจากไปจากที่แห่งนั้น ไลท์เอาเดธโน้ตของตัวเองฝังลงในดินพลางบอกรุคไว้ว่าถ้าตนพูดว่า ทิ้ง เมื่อไหร่ นั่นหมายถึงการขอสละสิทธิ์ครอบครองเดธโน้ต
ในวันที่หกของการคุมขัง มิสะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน โวยวายหาว่าคนจับตนมาคือสโตล์กเกอร์และให้ปล่อยตนซะ ตำรวจนายหนึ่งทนไม่ไหว พูดเข้าไปผ่านไมโครโฟนว่านี่ไม่ใช่สโตล์กเกอร์ แต่เป็นตำรวจต่างหาก มิสะแย้งอย่างดื้อดึงว่าตำรวจไม่ทำงี้หรอก เรื่องพรรค์นั้นดารายอดนิยมก็ยังรู้น่า ตำรวจถามว่างั้นทำไมตอนแรกไม่เห็นว่าอะไรเลย? มิสะยืนยันท่าเดียวว่าไม่รู้ ตำรวจถามว่างั้นเรื่องคบกับไลท์ล่ะ? มิสะบอกว่าคบกันแน่อยู่แล้ว ตำรวจถามอีกว่าแล้วไปพบรักกันได้ยังไง? มิสะตอบว่าเจอไลท์ที่ซากุระทีวีแล้วปิ๊งแรกพบ เลยมาหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตแล้วไปหาที่บ้าน ผิดหรือไง? ตำรวจพากันงงว่าจู่ๆก็ยอมรับว่าคบกับไลท์อีกต่างหาก จากนั้น L ก็หยิบมือถือขึ้นมารับโทรศัพท์เรียกเข้า มัตสึดะโวยวายว่าที่พวกเราล่ะห้ามไม่ให้ใช้โทรศัพท์ L ฟังอีกปลายสายรายงานมาแล้วก็บอกไปว่าให้เข้ามาได้
L สั่งการให้ตำรวจนายหนึ่งปิดหน้าต่างกระจกกลที่กั้นห้องสืบสวนกับห้องมิสะเอาไว้ โซอิจิโร่ตกใจมากที่คนที่เดินเข้ามาในห้องคือไลท์ ไลท์บอกว่าตนอาจจะเป็นคิระก็ได้เพราะตนก็เคยคิดว่าอยากให้พวกอาชญากรที่ถูกคิระฆ่าตายไปเสียเหมือนกัน อาจจะฆ่าอาชญากรพวกนั้นระหว่างหลับอยู่ก็ได้ แล้วตนก็เพิ่งเริ่มคบกับมิสะ มิสะไม่รู้เรื่องอะไรด้วยหรอก โซอิจิโร่รีบเข้าไปบอกว่าใครๆก็คิดแบบนั้นกันทั้งนั้น แล้วไลท์ก็ถูกจับตามองอยู่ตลอดด้วย แต่ตำรวจนายหนึ่งก็แย้งขึ้นว่าไม่ได้จับตามองไลท์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง L มองไลท์ด้วยสายตาคมกริบ แล้วเสนอเงื่อนไขว่าไลท์ต้องถูกจับตามองตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไลท์ไม่รังเกียจแต่ถามขึ้นว่างั้นถ้าเกิดคดีระหว่างที่ตนถูกคุมขังอยู่ล่ะ? ตำรวจตอบขึ้นว่าพวกตนจะรับผิดชอบปล่อยไลท์ให้เป็นอิสระเอง ไลท์หยิบทรัพย์สินทุกอย่างออกมาพร้อมยืนยันกับโซอิจิโร่ว่าตนคิดดีแล้ว จากนั้นก็ถูกจับมัดมือมัดเท้าแล้วนำตัวไปคุมขังไว้ในห้องขังอีกห้องหนึ่ง
โซอิจิโร่กลับไปที่บ้าน ไม่ยอมบอกอะไรกับซาจิโกะและซายุที่ถามหาไลท์อย่างร้อนใจ เพียงแต่เดินเข้าไปค้นห้องไลท์ ได้เห็นหนังสือกฎหมายที่ตนให้ไลท์เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อไลท์อายุได้ 18 ปีแล้วนึกถึงคำพูดของไลท์ว่าอยากจะเรียนเพื่อรักษาความเที่ยงธรรมเหมือนกับตน โซอิจิโร่ได้แต่ทรุดนั่งลงบนเตียงของไลท์อย่างกลัดกลุ้ม
การกักขังมิสะและไลท์ผ่านไปได้แปดและสามวันตามลำดับ ไลท์ถามขึ้นว่าไม่เกิดคดีอะไรบ้างเหรอ L ตอบกลับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไลท์จึงเปรยว่าแบบนี้ก็ยิ่งน่าสงสัยว่าตนคือคิระเข้าไปทุกทีสินะ รุคบ่นพึมว่าน่าเบื่อ กินแอปเปิ้ลไม่ได้ คุยกับไลท์ก็ยังไม่ได้อีกต่างหาก แล้วรำพึงว่าเรมทำอะไรอยู่นะ?
ณ สถานีซากุระทีวี ทาคาดะเข้าห้องน้ำ เจอบัตรพนักงานของซาเอโกะจึงแอบเก็บไปโดยไม่คิดจะคืนให้ซาเอโกะที่กำลังร้อนใจควานหาบัตรของตนอยู่ ทาคาดะเอาบัตรนั้นไปเผาที่บ้านเพื่อระบายความแค้น แล้วจู่ๆเดธโน้ตก็ตกลงมาที่พื้นระเบียง ทาคาดะประหลาดใจมาก เหลียวซ้ายแลขวา สำรวจบนล่าง แล้วก็ไม่เห็นมีอะไร ได้แต่หยิบเดธโน้ตขึ้นมาเปิดดูอย่างประหลาดใจ แต่พอมองไปที่กระจกก็เห็นเงาของเรมอยู่ จึงตกใจมากจนจะกรีดร้องออกมาแต่เรมรีบปิดปากเอาไว้ทัน
การกักขังมิสะและไลท์ผ่านไปได้สิบสองวันและเจ็ดวันตามลำดับ มิสะครวญครางว่าอยากพบไลท์ L กินขนมไปพลางสังเกตการณ์ไปพลางแล้วถามไลท์ว่าเป็นอะไรรึเปล่าเพราะสภาพดูย่ำแย่มาก ไลท์ที่ทรุดตัวพิงผนังห้องอยู่เปรยขึ้นว่าฉันจะทิ้งศักดิ์ศรีบ้าๆนี่เสียที รุคจับสัญญาณคำว่า ทิ้ง ได้จึงบอกลาไลท์แล้วทะลุกำแพงออกจากที่แห่งนั้นไป
ร่างของไลท์ล้มลงกับพื้นก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมาบอกว่าตนรู้แล้วว่าทำแบบนี้ไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาและเสียเวลาเปล่า พลางเสนอว่าจะร่วมสืบสวนคิระด้วย แต่ L ยังคงไม่ยอม
ระหว่างนั้นเอง ทาคาดะก็เขียนชื่ออาชญากรที่ตรวจดูจากอินเตอร์เน็ตลงไปในเดธโน้ต
การกักขังมิสะและไลท์ผ่านไปได้สิบเก้าวันและสิบสี่วันตามลำดับ สภาพดูย่ำแย่ทั้งคู่ ไลท์ยังคงยืนยันว่าตนไม่ใช่คิระ แต่ L ย้อนว่าคนที่จะตัดสินใจเรื่องนั้นคือตน แล้วย้ำเตือนว่าคนที่เสนอว่าตนอาจจะฆ่าอาชญากรตอนหลับคือไลท์เองนะ
ตอนนั้นมีรายงานว่ามีคนตายเข้ามาแล้วแต่ L ยังคงยึดมั่นกับความคิดของตัวเอง โดยแกล้งบอกไลท์ไปว่าผ่านมาสองอาทิตย์แล้วแต่ยังไม่มีคนตายเลยนะ มัตสึดะร้องโวยวายเมื่อได้ยินเช่นนั้น ไลท์ร้องอย่างเหลืออดว่าเชื่อทีเถอะว่าตนไม่ใช่คิระ L ยกนิ้วขึ้นมากัดเล็บอย่างไม่เข้าใจ
ทาคาดะจัดการฆ่าอาชญากรไปพลางก็ถามเรมว่าทำไมคิระถึงเลือกตน เรมตอบว่าเพราะชื่อในตัวทาคาดะ พลางเล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ว่าทาคาดะคุยกับเพื่อนร่วมงานว่าคิระมีใจใฝ่ความยุติธรรมเหมือนตนและจะสร้างโลกในอุดมคติ ตนจะใช้สื่อมวลชนบอกกล่าวผู้คนเช่นนั้น เรมบอกทาคาดะว่าคิระเห็นทาคาดะเป็นคู่หู ทาคาดะมีสีหน้าเพ้อฝันเมื่อได้ยินเช่นนั้น
การกักขังมิสะและไลท์ผ่านไปได้ 23 วันและ 18 วันตามลำดับโซอิจิโร่ออกความเห็นว่าอาชญากรยังตายอยู่เรื่อยๆ แม้แต่เรื่องที่ไลท์กับมิสะไม่รู้ L ออกความเห็นว่างั้นถ้ามอบอำนาจให้กับคิระคนที่สามไปแล้วล่ะ? ตำรวจญี่ปุ่นตอบว่าถึงจะเป็นอย่างนั้นจริงก็ไม่มีหลักฐาน ไลท์ล้มกลิ้งลงมาจากเตียง โซอิจิโร่จึงขอ L ให้พาไลท์และมิสะไปห้องพยาบาล
ณ ห้องพยาบาล ไลท์กับมิสะนอนอยู่บนเตียง L ไสเก้าอี้เข้าไปกินขนมอยู่ข้างเตียงไลท์ด้วยท่าทีเซื่องๆเบื่อๆ พลางบอกว่าจนกว่าจะไขคดีได้ก็ยังปล่อยตัวไปไม่ได้ ไลท์ขอให้ L ยอมให้ตนร่วมสืบสวนด้วย L บอกว่าตั้งใจว่าอย่างนั้นอยู่แล้ว ยังไงไลท์ก็ต้องอยู่ด้วยกันก่อนโดยจะให้ร่วมสืบโดยอยู่ในสายตาตลอด 24 ชั่วโมง ไลท์เอ่ยขอบคุณและบอกว่าให้มาช่วยกันจับคิระเถอะ
ทาคาดะไปทำรายงานข่าวโดยไปสัมภาษณ์ผู้ต่อต้านคิระรายหนึ่งแต่ก็พบว่าหญิงคนดังกล่าวหัวใจวายตายเสียแล้ว ซาเอโกะออกรายการร่วมกับทาคาดะในฐานะนักข่าวที่ไปพบเห็นเหตุการณ์ แล้วทาคาดะก็แสดงความเห็นหักหน้าซาเอโกะกลางรายการ หลังจบรายการซาเอโกะเข้าไปแขวะทาคาดะว่าให้ทำตามหน้าที่อันสมควรของตัวเอง ไม่ได้ให้ออกความเห็น เดเมงาวะพาตัวซาเอโกะที่อารมณ์บูดสุดๆออกไปจากสถานีและขับรถพาไปส่งที่บ้าน บทสนทนาระหว่างทั้งสองทำให้รู้ได้ว่าซาเอโกะมีสัมพันธ์สวาทกับเดเมงาวะนั่นเอง ทั้งสองคนคุยๆกันแล้วซาเอโกะก็ฉุนขึ้นมา บอกให้เดเมงาวะจอดรถจากนั้นก็เดินหุนหันตุปัดตุป่องออกไป ในเวลานั้นเอง รถบรรทุกคันหนึ่งก็แล่นมาพอดีและซาเอโกะก็ถูกรถคันนั้นชนจนถึงแก่ความตาย
ทาคาดะได้ครองตำแหน่งผู้ประกาศข่าวของรายการ Evening Spot แทนซาเอโกะโดยแสร้งมีท่าทีเสียอกเสียใจว่าซาเอโกะเป็นรุ่นพี่ที่ตนนับถือ น่าเสียดายที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ หลังจากนั้นทาคาดะก็เฉิดฉายในฐานะผู้ประกาศข่าวของซากุระทีวีโดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับคิระที่ทาคาดะให้ความเห็นว่าเหมือนคิระกำลังบอกอะไรบางอย่างกับพวกเราและแสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้วตำรวจและ L นั้นมีความจำเป็นอยู่หรือไม่
ณ กองสืบสวน ไลท์ที่ดูรายการอยู่พูดขึ้นว่าพูดได้พูดดีเลยนะ L บอกว่าช่วยไม่ได้ เพราะเราสืบอะไรไม่ได้คืบหน้าเลย ไลท์ให้กำลังใจ L ว่ามั่นใจในตัวเองหน่อยสิ
ไลท์นั่งอ่านเอกสารอยู่โดยมีมิสะนั่งอยู่ข้างๆบนโซฟา มิสะพึมพำอย่างมีความสุขว่าเหมือนใช้ชีวิตคู่แต่งงานใหม่เลย ถ้าได้อยู่แบบนี้ตนจะอำลาวงการบันเทิงก็ยังได้ จากนั้นก็เอียงตัวจะไปซบไลท์ แต่ไลท์ลุกกะทันหันเลยล้มลงไปบนโซฟาแทน ไลท์วิ่งไปที่คอมพิวเตอร์และบอกให้มิสะที่ร้องออดอ้อนให้เงียบหน่อย มิสะเลยตามมานั่งบนพื้นมองดูไลท์ด้วยแววตารักใคร่อยู่เงียบๆตามที่บอก แต่เมื่อไลท์ได้ข้อมูลอะไรบางอย่าง ก็รีบลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป มิสะวิ่งตามไปแล้วขอให้ไลท์กลับมาเร็วๆเพราะตนเหงา
ไลท์เดินเข้ามาในห้องสืบสวน L นั่งไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรอยู่บนโซฟา มัตสึดะคุยกับเพื่อนร่วมทีมว่า L ดูซึมกะทือเชียว ไลท์ถาม L ว่าถามตรงๆว่าตอนนี้เห็นว่าความเป็นไปได้ที่ตนคือคิระมีกี่เปอร์เซ็นต์ L ตอบว่าใกล้เคียงศูนย์ ไลท์เอ่ยอย่างยินดีว่า ดีแล้ว ดีมาก ตำรวจคนอื่นๆแสดงความยินดีกับไลท์ L พูดออกมาด้วยท่าทีซึมๆว่าก็รู้สึกว่าดีแล้วที่ไลท์ไม่ใช่คิระ แต่พอรู้ว่าไม่ใช่ เลยหมดกะจิตกะใจจะสืบสวน ไลท์พูดขึ้นมาว่ามีวิธีสืบนะ L หันขวับมาถามว่าจริงเหรอ? ทั้งที่ขนมเต็มปาก ไลท์เทียบข้อมูลของคิระที่ L และตนสืบมาจนถึงตอนนี้ให้ดู พลางบอกว่าข้อมูลทั้งสองครั้งใกล้เคียงกันมาก แต่มีจุดที่แตกต่างกันออกไป L เริ่มกระตือรือร้นขึ้น ลุกขึ้นจากโซฟาออกความเห็นว่า ต่อให้เลียนแบบยังไง นิสัยที่แท้จริงก็ต้องออกมาอยู่ดี แสดงว่าคิระคนก่อนกับคิระตอนนี้เป็นคนละคนกัน ไลท์เอ่ยชมว่าสมแล้วที่เป็นริวซากิ พวกมัตสึดะดีใจที่ L มีกะจิตกะใจขึ้นมาแล้ว ไลท์เองก็ทักว่ามีใจจะทำงานขึ้นมาแล้วสินะ? L ตอบรับว่าใช่และต้องขอบคุณไลท์ที่ทำให้เป็นเช่นนี้
L ถามถึงปัจจัยต่างๆที่ไลท์พูดถึง ไลท์วิเคราะห์ว่าปัจจัยต่างๆที่ชี้ตัวคิระได้ก็คือ หนึ่ง Communication โดยท่าทางคิระจะอยู่ในแวดวงนี้ สองคือ Gender เพราะเทียบกับคิระคนก่อน คิระรายนี้ดูจะเข้ามาข้องเกี่ยวกับปัญหาสตรีมากกว่า ส่วนปัจจัยที่สามคือ Medium นั่นคือสื่อมวลชนที่ออกรายงานข่าวเกี่ยวกับการพิพากษาของคิระมากที่สุด นั่นก็คือซากุระทีวีนั่นเอง มัตสึดะรีบร้องขึ้นว่างั้นก็ผู้ประกาศข่าวคนใหม่น่ะสิ!!
ทาคาดะกลับไปที่บ้านโดยมีตำรวจสะกดรอยตามอยู่ ภาพบนจอมอนิเตอร์ที่กองสืบสวนเผยให้เห็นสภาพของห้องทาคาดะซึ่งฉายจากกล้องวงจรปิดที่แอบเอาเข้าไปติดไว้นั่นเอง ทาคาดะหยิบเดธโน้ตขึ้นมาเขียนพิพากษาอาชญากร ตำรวจนายหนึ่งเสนอความเห็นว่าเป็นบันทึกเหรอ แต่ไลท์ตั้งข้อสังเกตว่าไม่ใช่บันทึก แต่ทาคาดะกำลังเขียนอะไรจากคอมพิวเตอร์อยู่และขอให้ตำรวจหญิงซูมภาพเข้าไปใกล้ๆ เห็นเป็นชื่อคนเรียงรายมากมาย โดยหน้าซ้ายนั้นเป็นรายชื่ออาชญากรที่ถูกฆ่าตายไปแล้ว มัตสึดะออกความเห็นว่าอย่างนี้ก็ใช้เป็นหลักฐานได้สิ โซอิจิโร่แย้งว่าอาจจะเป็นบันทึกเฉยๆก็ได้ ตำรวจหญิงตั้งข้อสังเกตออกมาว่ารายชื่อที่เขียนไว้ในหน้าขวาคือชื่อคนที่ยังมีชีวิตอยู่ L เสนอว่างั้นถ้าคนที่มีชื่ออยู่ในหน้าขวาถูกฆ่าก็จะเป็นข้อพิสูจน์ได้ โซอิจิโร่รีบแย้งทันทีว่าจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ไลท์เสนอขึ้นมาว่าตนมีแผน
ต่อมามีการตรวจสอบแล้วว่าชื่อที่เขียนหน้าขวาตรงกับคนที่ตายในวันนี้จริง ไลท์สรุปข้อสันนิษฐานได้ว่าทาคาดะคือคิระจริงๆด้วย L จึงยกนิ้วโป้งให้ไลท์เป็นการชมเชย
ต่อมา มีคนโทรศัพท์เข้าไปหาทาคาดะ โดยข่มขู่เรียกเอาเงิน 500,000 เยนแลกกับเทปจากกล้องวีดีโอที่แอบติดไว้ในห้องทาคาดะซึ่งบันทึกไว้ตลอดว่าทาคาดะเขียนอะไรลงในสมุดโน้ตสีดำ ทาคาดะตื่นตระหนกและไปค้นห้องตัวเอง เจอกล้องวีดีโอติดเอาไว้มากมาย จึงจำต้องยอมไปเจอกับคนที่โทรมาตามสถานที่นัดพบ ซึ่งคนที่ว่าก็คือมัตสึดะนั่นเอง มัตสึดะยื่นนามบัตรให้ทาคาดะพร้อมกับกระดาษจดเลขที่บัญชีธนาคาร และรีบวิ่งตื๋อจากไป ทิ้งให้ทาคาดะมองตามอย่างเคร่งเครียดอยู่เบื้องหลัง
ต่อมาเดเมงาวะโทรไปหาทาคาดะที่บ้านบอกให้เปิดทีวีดู ซึ่งที่จริงแล้วเป็นการโทรศัพท์ตามคำสั่งของพวกโซอิจิโร่นั่นเอง เมื่อทาคาดะเปิดดูก็เห็นรายการเผยความลับเกี่ยวกับคิระ ซึ่งเห็นว่าเป็นคนที่แบล็คเมล์ตนนั่นเองไปให้ข้อมูลว่าคิระเป็นผู้หญิงพร้อมกับเผยว่ามีวีดีโอเทปหลักฐานด้วย ในรายการฉายว่าอีก 1 ชั่วโมง 25 นาทีจะมีการเผยความลับทั้งหมด ทาคาดะรีบเขียนชื่อของมัตสึดะตามนามบัตรที่ได้มา แต่เวลาผ่านไป 40 วินาทีก็แล้ว มัตสึดะก็ยังไม่ตาย ทาคาดะรู้ตัวว่านั่นคือชื่อปลอมนั่นเอง หันไปโวยเรมที่ไม่ยอมบอกทั้งที่เป็นยมทูต น่าจะรู้แท้ๆว่าเป็นชื่อปลอม จากนั้นก็ขอแลกดวงตายมทูตกับเรม ไลท์จึงสรุปข้อสันนิษฐานได้ว่าคิระคนที่สองก็พูดถึงดวงตายมทูต การฆ่าคนได้เพียงแค่เห็นหน้าเป็นความสามารถจากดวงตายมทูตนั่นเอง
ทาคาดะรีบออกจากบ้าน พร้อมกับมีรถของสมาชิกกองสืบสวนตามไปด้วย ระหว่างทางทาคาดะฆ่าตำรวจจราจรที่ตามมาจับเพราะทำผิดกฎจราจรไปรายหนึ่ง เมื่อถึงสถานีซากุระทีวี ทาคาดะก็เดินเข้าไปในอาคารโดยพยายามยกมือเสยผมบังหน้าตาตัวเองเต็มที่เวลาเดินผ่านผู้คน จนเข้าไปถึงห้องถ่ายทอดรายการเผยความลับคิระ ขาก้าวเดินเข้าไปอย่างระแวดระวังในขณะที่มือก็ถือเดธโน้ตเอาไว้ด้วย แต่เมื่อเดินไปจนถึงที่เก้าอี้ผู้ร่วมรายการก็พบว่าทั้งพิธีกรและผู้ร่วมรายการเป็นหุ่น
และแล้วแสงไฟก็เปิดจ้าสาดส่องร่างของทาคาดะ พร้อมๆกับที่ตำรวจญี่ปุ่นโดยการนำของโซอิจิโร่กรูกันเข้าไปจับกุมทาคาดะ ทุกคนใส่หมวกกันน็อคเพื่อปกปิดใบหน้าของตัวเองหมด ยกเว้นเพียง L ที่ใส่หน้ากากสีชมพูดอันเดียวกับที่ใส่ในมหาวิทยาลัยแทน L ก้มลงพูดกับทาคาดะที่ถูกใส่กุญแจมือและผูกผ้าคาดตาเอาไว้ว่ารู้หมดแล้วว่าทาคาดะคือคิระ ส่วนรายการที่ทาคาดะดูนั้นเป็นรายการปลอม โซอิจิโร่คาดคั้นถามทาคาดะว่าฆ่าคนได้ยังไง ทาคาดะร้องถามว่าตำรวจเหรอ? โซอิจิโร่ถามย้ำคำถามเดิม ทาคาดะจึงตอบออกไปว่าเขียนชื่อคนในสมุดโน้ตยังไงล่ะ โซอิจิโร่ถามว่าเขียนแล้วยังไง ทาคาดะยังคงยืนยันว่าเขียนเฉยๆ จะลองพิสูจน์ดูมั้ยล่ะ? จากนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
L พึมพำว่าเขียนชื่อลงไปในสมุดโน้ต ไลท์เสริมต่อว่าเขียนชื่อลงสมุดโน้ตแล้วคนก็จะตาย นี่เป็นสมุดโน้ตของยมทูต โซอิจิโร่เดินเข้าไปหยิบเดธโน้ตขึ้นมา ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงตัวตนของอะไรบางสิ่งบางอย่างด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมองโซอิจิโร่ก็ต้องตกใจจนผงะถอยหลังเมื่อเห็นเรมอยู่ตรงหน้าพร้อมกับปล่อยเดธโน้ตหลุดออกจากมือ มัตสึดะตามมาเก็บดูแล้วก็ต้องร้องขึ้นอย่างตกใจแล้วล้มลงกับพื้น ตะเกียกตะกายคลานถอยหลังออกจากจากเรมให้มากที่สุด L เปรยขึ้นมาว่าท่าทางจับสมุดโน้ตเล่มนี้แล้วจะมองเห็นยมทูตสินะ จากนั้นจึงหยิบเดธโน้ตขึ้นมาและได้เห็นยมทูต ไลท์รีบคว้าเดธโน้ตมาจากมือ L เพื่อที่จะได้เห็นยมทูตด้วย ทันใดที่มือสัมผัสกับเดธโน้ต ความทรงจำทั้งหมดก็กลับคืนมา ใบหน้าแปรเปลี่ยนไปแสดงความชั่วร้ายทันที L ถามไลท์ว่าเป็นอะไรรึเปล่า ไลท์คุง? พลางยกมือขึ้นเหมือนจะจับไหล่ไลท์ด้วยสีหน้าเป็นห่วงเมื่อเห็นไลท์มีท่าทีแปลกๆไป ไลท์ตอบว่าไม่เป็นไร จากนั้นก็กระหยิ่มยิ่มย่องพลางคิดในใจว่าชนะแล้ว เป็นไปตามแผนทุกอย่าง
ย้อนความไปถึงเหตุการณ์ในป่า เรมอธิบายให้ฟังตามที่ไลท์ถามว่าถ้าสัมผัสเดธโน้ต ความทรงจำก็จะกลับคืนมา พอได้ความทรงจำกลับมา จะฆ่าเจ้าของคนก่อนเสียก็ได้ ไลท์ให้เรมเอาเดธโน้ตไปให้ใครก็ได้ พอเรมถามว่าจะดีหรือ? ไลท์ก็พูดอย่างมั่นใจว่าถ้าเป็นตน ต้องหาคิระคนใหม่เจอได้แน่ ยิ่งมี L ด้วยแล้วเรื่องก็จะยิ่งเร็วเข้าไปใหญ่ จากนั้นก็ขอให้เรมเขียนกฎปลอมที่ตนคิดเอาไว้ลงไปในเดธโน้ตของมิสะด้วย
ตัดมายังเหตุการณ์ปัจจุบัน ตำรวจคนอื่นๆเข้ามาจับเดธโน้ตและจึงได้เห็นเรมกันถ้วนหน้า L สรุปข้อสันนิษฐานได้ว่าคนที่ถูกเขียนชื่อลงไปจะต้องตาย แล้วหันไปยืนยันกับทาคาดะ ทาคาดะยิ้มเหยียดเป็นคำตอบ แล้วพูดออกมาว่าตนแค่เขียนชื่อคนลงในสมุดโน้ตเฉยๆ ไม่ได้ฆ่าใคร L เดินเข้ามานั่งยองๆหน้าทาคาดะ ทำตาลุกวาวแล้วพูดว่าถ้าพิสูจน์ได้ว่าสมุดโน้ตเป็นของจริง ทาคาดะก็ไม่พ้นโทษประหารหรอก
จากนั้นเรมก็กระพือปีกบินขึ้นไปในอากาศแล้วประกาศว่าตนคือยมทูต สามารถมองเห็นอายุขัยของมนุษย์ทุกคน เพราะงั้นหากไม่อยากถูกฆ่าก็จงอย่าทำให้ตนโกรธ ถูกอย่างที่ทาคาดะพูด หากเขียนชื่อใครลงไปในสมุดโน้ต คนคนนั้นก็จะตาย ระหว่างที่เรมดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆอยู่นั้น ไลท์ก็หมุนกลไกของนาฬิกาข้อมือให้ถาดเด้งออกมา เผยให้เห็นว่ามีชิ้นส่วนของเดธโน้ตกับเข็มซ่อนเอาไว้ในถาดของนาฬิกา ไลท์ฉวยโอกาสนั้นเอาเข็มจิ้มนิ้วของตนแล้วเขียนชื่อทาคาดะลงไปในชิ้นส่วนเดธโน้ตด้วยเลือดของตัวเอง L ยังคงถามเรมต่อไปว่าใช้สมุดโน้ตแล้วสามารถบงการสภาพและเวลาการตายได้ใช่มั้ย? เรมท้าว่าพิสูจน์ดูด้วยการเขียนชื่อของทาคาดะลงไปมั้ยล่ะ? ทาคาดะโวยวายขึ้นเมื่อได้ยินเรมพูดเช่นนั้น หากก็ต้องลงไปดิ้นรนทุรนทุรายบนพื้นและขาดใจตายตรงนั้นเอง L ตกใจมาก รีบวิ่งไปคว้าเดธโน้ตมาจากมือไลท์และพยายามพลิกหาชื่อของทาคาดะแต่ก็หาไม่เจอ ไลท์มองเหตุการณ์อย่างใจเย็น
ทุกคนกลับกันมาที่กองสืบสวน โซอิจิโร่ตั้งคำถามขึ้นมาว่าตกลงแล้วการตายของทาคาดะเกิดจากการบังเอิญหัวใจวายตาย การฆ่าตัวตาย หรือว่าฝีมือของคิระอีกคน ไลท์ถามเรมว่าว่ายังไง? เรมตอบว่าไม่รู้ L หันไปถามความเห็นไลท์ ไลท์แสดงความเห็นว่าอาจจะมอบสิทธิ์ต่อให้คนอื่นแล้วก็ตายไปแล้ว L ถามเรม เรมตอบว่าไม่รู้ท่าเดียว ไลท์ถามว่าตอนนี้สิทธิ์ครอบครองอยู่ที่ใคร? เรมก็ยังตอบว่าไม่รู้อยู่นั่นเอง ไลท์แสดงความเห็นว่าถ้าตามกฎ 13 วันคือกฎที่ว่าหากเคยใช้เดธโน้ตและไม่ใช้อีกเลยภายใน 13 วัน คนคนนั้นก็จะต้องตาย ก็คิดว่าคิระคนที่หนึ่งกับสองตายไปแล้ว โซอิจิโร่แสดงความเห็นว่าไลท์กับมิสะไม่เป็นอะไรเลย น่าจะพ้นข้อสงสัยได้แล้ว L ถามเรมว่ากฎทั้งหมดที่เขียนอยู่ในเดธโน้ตเป็นเรื่องจริงทั้งหมดรึเปล่า เรมตอบว่าทั้งหมดเป็นกฎจริง L บอกว่าเข้าใจแล้ว ตนจะยกเลิกการคุมขังไลท์กับมิสะ ตำรวจกล่าวแสดงความยินดี ไลท์ขออยู่สืบคดีต่อและหันไปบอกว่า L ว่าตนจำเป็นแน่ L ตอบตกลงและขอความร่วมมือจากไลท์
มิสะได้รับการปล่อยตัวแต่ก็ยังโวยวายว่าทำไมไลท์ยังต้องอยู่ ไลท์หยอดคำหวานว่าถ้าอยากมาหาด้วยแรงรักก็มาได้ตลอด แค่ประตูทางเข้า L ให้เข้าอยู่แล้ว มิสะบอกว่างั้นจะมาทุกวันเลย จากนั้นทั้งสองก็สวมกอดและจูบกัน วาตาริกระแอมไอพลางเดินล่วงหน้าออกไปยังลานจอดรถก่อน ไลท์อาศัยจังหวะนั้นบอกว่ามีเรื่องจะไหว้วานมิสะ ซึ่งมิสะก็ตอบรับด้วยความยินดี
มิสะเดินเข้าไปขุดเดธโน้ตของไลท์ในป่าตามที่ไลท์ขอ เมื่อจับเดธโน้ตความทรงจำทั้งหมดก็กลับคืนมา มิสะรำพึงอย่างยินดีว่าไลท์คือคิระ พระเจ้าของตนจริงๆ ดีใจเหลือเกิน แล้วรุคก็ปรากฏตัวออกมา มิสะทักทายรุคแล้วโยนแอปเปิ้ลที่ไลท์ฝากมาให้ให้รุคไป รุครีบรับมากัดกร้วมอย่างยินดี จากนั้นมิสะก็หันไปอ่านจดหมายของไลท์ ซึ่งกล่าวไว้ว่าตนเคยแนะนำคนชื่อริวซากิที่มหาวิทยาลัยให้มิสะรู้จัก คนคนนั้นนั่นล่ะคือ L มิสะต้องได้เห็นชื่อของหมอนั่นแล้วแน่ๆ ให้มิสะเขียนชื่อ L ลงไปแล้วกลับไปที่กองสืบสวน
มิสะกลับไปที่ห้องของตัวเองแต่แล้วก็ต้องทุบมือลงกับโต๊ะด้วยความเจ็บใจที่ตนจำชื่อของ L ไม่ได้เพราะวันๆหนึ่งเห็นชื่อคนตั้งไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยคน พลางครางว่าแบบนี้ก็ไปพบไลท์ไม่ได้ จากนั้นก็ขอแลกดวงตายมทูตกับรุคอีกรอบ รุคถามว่าจะดีเหรอ อายุขัยทีเหลือจะยิ่งลดลงอีกครึ่งหนึ่งนะ มิสะบอกว่ารู้น่า แต่ยังไงก็ต้องทำตามที่ไลท์บอก
ณ กองสืบสวน มีข้อมูลออกมาว่าอาชญากรเริ่มตายด้วยอาการหัวใจล้มเหลวกันอีก L เปรยว่าพอมิสะได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระก็มีคนตายเลยนะ ไลท์ขัดขึ้นมาว่านี่ยังคิดอย่างนั้นอีกเหรอ? L เอ่ยเสนอกับโซอิจิโร่ขึ้นมาว่าจะขอความร่วมมือจาก FBI ให้นักโทษประหารที่อเมริกาลองเขียนชื่อกันเองลงในเดธโน้ตดูแล้วรอดูว่าถ้าไม่เขียนชื่อลงไปอีกภายใน 13 วันจะตายหรือไม่ โซอิจิโร่ถามว่าเอาชีวิตคนมาเป็นเครื่องทดลองได้ยังไง ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอ? ไลท์สังเกตการณ์อยู่เงียบๆ
มิสะนอนเขียนชื่ออาชญากรอยู่บนเตียงในห้องแล้วอาชญากรรายแล้วรายเล่าก็ล้มตายกันไป
ณ กองสืบสวน ไลท์เหลือบมองรายงานข้อมูลที่เข้ามา โซอิจิโร่เข้ามาบอกว่าจะยอมให้ความร่วมมือในการพิสูจน์เดธโน้ตด้วยการไปอเมริกาด้วยสีหน้าเหมือนไม่ค่อยสบายใจ L กล่าวขอบคุณที่โซอิจิโร่เข้าใจ ไลท์รีบขัดขึ้นว่าจะให้โซอิจิโร่ไปคนเดียวได้ยังไง พวกตนทั้งหมดจะขอไปด้วย โซอิจิโร่ปรามว่าไลท์อยู่ที่นี่กับ L นั่นล่ะ ตนจะพาพวกมัตสึดะไปด้วยทั้งหมด
โซอิจิโร่สวมกุญแจมือผูกติดกระเป่านิรภัยที่ใส่เดธโน้ตเอาไว้เข้ากับข้อมือของตัวเอง L อธิบายว่าให้พวกโซอิจิโร่นั่งรถไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ต่อ โดยวาตาริจะเป็นผู้นำทาง
ในกองสืบสวน L ทักขึ้นว่าเหลือแค่ตนกับไลท์สองคนเท่านั้นแล้วและเผยให้ไลท์รู้ว่าตอนนี้วาตาริกำลังนำตัวมิสะมาที่นี่ ไลท์ถามเหตุผล L บอกว่าตนสงสัยว่ามิสะคือคิระคนที่สองและมีเดธโน้ตอยู่กับตัวอีกเล่ม ไลท์พูดว่างั้นทำไมให้พาตัวมาในเมื่อคนแรกที่มิสะจะฆ่าก็คือ L L บอกว่ามิสะอาจจะลืมชื่อตนที่เห็นที่มหาวิทยาลัยแล้วก็ได้ ไลท์พูดยิ้มๆว่าผู้หญิงกับการขี้ลืมเป็นของคู่กันจริงๆ L ยิ้มกว้างให้ไลท์เมื่อได้ยินดังนั้น L เผยแผนการต่อไปว่าหากหัวใจตนหยุดเต้น เซนเซอร์ที่ติดไว้กับตัวอยู่จะแจ้งให้พวกโซอิจิโร่รู้ทันที จะให้เห็นว่ามิสะเขียนชื่อตนลงไปในเดธโน้ตเล่มที่สองโดยกล้องจะจับภาพทั้งหมดเอาไว้แล้ว ไลท์แย้งว่ามิสะอาจจะไม่เอาเดธโน้ตมาก็ได้ แต่ L ยังพูดอย่างมั่นใจว่ามิสะต้องเอามาแน่ เพื่อฆ่าตน ไลท์ถามว่านี่คือสาเหตุที่ให้พวกโซอิจิโร่ไปอเมริกาสินะ เพราะถ้ามิสะคือคิระจริง คราวนี้ได้ตายกันหมดแน่ L ตอบกลับว่าก็น่าสงสารอยู่แต่มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ขณะนั้นเอง เรมก็เดินเข้ามาในห้อง L หันไปถามเรมว่ามีอะไร?
วาตาริพามิสะมาถึงที่กองสืบสวน มิสะถามขึ้นว่าพาตนมานี่แสดงว่าริวซากิไม่สงสัยตนแล้วใช่มั้ย? วาตาริตอบเรียบๆว่าใช่
เรมเห็นมิสะทางกล้องมอนิเตอร์แล้วรำพึงออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาว่าอายุขัยของมิสะลดลงอีกแล้ว L ประหลาดใจหันไปถามเรมว่าอายุขัย? หมายความว่ายังไง? แต่ไลท์รีบพูดเบี่ยงเบนความสนใจเสียก่อนว่าถ้ามิสะเป็นคิระคนที่สองจริง ก็ให้จับกุมมิสะกันเสีย เรมได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าโกรธจัดแล้วเดินทะลุกำแพงเข้าไปยังห้องที่เคยใช้คุมขังมิสะเอาไว้ก่อนหน้านี้ L เหลือบมองเรมด้วยหางตา
เรมคิดในใจอย่างเจ็บแค้นว่าไลท์วางแผนมาตลอด กะไว้อยู่แล้วว่าจะให้ตนเห็นอายุขัยของมิสะแล้วก็จะยืดอายุของมิสะออกไปจนตวเองต้องตายเอง ไลท์ผู้ใช้ประโยชน์จากยมทูตนั่นแหละคือปีศาจที่แท้จริง มิสะรักคนแบบนั้น แต่ยังไงก็ตามเรมจะไม่ยอมมอบเดธโน้ตของตัวเองให้กับไลท์หรอก เมื่อเรมเขียนชื่อบางชื่อลงไป ร่างของเรมก็สลายไปพร้อมๆกับที่เดธโน้ตนั้นก็ไหม้เป็นจุณ
เมื่อลิฟท์ตัวที่วาตาริกับมิสะขึ้นมาด้วยกันเปิดออก วาตาริก็ล้มลงแน่นิ่งลงกับพื้นท่ามกลางความประหลาดใจของมิสะ L เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นวาตาริล้มลงกับพื้นทางกล้องมอนิเตอร์ ไลท์เอ่ยออกมาอย่างยินดีว่าเช็คเมท และทันใดนั้นเอง L ก็ล้มลงจากเก้าอี้ ไลท์เดินเหยียดมองร่างของ L ที่นอนอยู่บนพื้น L เอามือกุมอก สีหน้าบ่งบอกความทุกข์ทรมานที่กำลังได้รับ และเค้นเรี่ยวแรงออกมาพูดถามไลท์ว่านี่ไลท์ใช้ยมทูตงั้นเหรอ? ไลท์ตอบกลับว่าเพราะเรมเป็นยมทูตที่ใจดี L รวบรวมเรี่ยวแรงเอามือจับขาไลท์เอาไว้พลางรำพึงออกมาว่าตนคิดไม่ผิดจริงๆ ไลท์เหยียดยิ้มมองพลางพูดว่าฉันเคยอยากรู้ชื่อนายน่า เจ้าโง่ จากนั้นร่างของ L ก็แน่นิ่งไป ไลท์คิดในใจว่า นายสมกับเป็นคู่ปรับของคิระซึ่งเป็นพระเจ้าของโลกใหม่แล้ว ถ้าพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว คนที่ตายอาจจะเป็นตัวเองก็ได้ ลาก่อน L
ไลท์เดินเข้าไปดูซากของเรมแล้วหัวเราะขำที่เดธโน้ตของเรมใหม่เป็นเถ้าถ่าน จากนั้นก็เดินออกจากห้องไปพบกับมิสะเพื่อรับเอาเดธโน้ตเล่มเดิมของตนมา กล่าวทักทายรุคที่ทักมาว่าจัดการกับ L ได้แล้วเหรอ? ไลท์ตอบกลับว่าเรียบร้อยแล้ว แต่รีบขอตัวยังเหลืองานที่ต้องทำอยู่
ไลท์เดินเข้ามาในห้องและเขียนชื่อโซอิจิโร่ลงไปในเดธโน้ตโดยกำหนดสภาพการตายว่าให้เอาเดธโน้ตอีกเล่มมาคืนให้ตนก่อน มิสะเห็นดังนั้นก็ตกใจจนปากคอสั่น ขัดขึ้นว่านั่นชื่อพ่อของไลท์นะ ทำไมกัน!? ไลท์บอกให้มิสะเงียบเสียพลางบอกว่าถึงจะเป็นคนสำคัญก็ตาม แต่ก็ต้องเสียสละกันบ้าง
โซอิจิโร่ขับรถเข้ามาที่กองสืบสวนพร้อมกับกระเป๋านิรภัย ไลท์กับมิสะนั่งรออยู่ที่ห้องโถงของกองสืบสวน เมื่อไลท์เห็นโซอิจิโร่เดินเข้ามาก็มีสีหน้าสลดลงทันที พลางบอกให้โซอิจิโร่คืนเดธโน้ตให้ตน และพูดต่อว่าโซอิจิโร่เป็นความภาคภูมิใจของตน ตอนนี้ก็ยังเคารพโซอิจิโร่ผู้ต่อสู้เพื่อความเที่ยงธรรมมาตลอดแต่คิดว่าพ่อต้องเข้าใจตนแน่ จากนั้นก็กล่าวขอโทษและบอกว่าได้เวลาแล้ว โซอิจิโร่เปิดกระเป๋านิรภัยออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในกระเป๋ากลับไม่มีเดธโน้ตอยู่ตามที่ไลท์คาดการณ์เอาไว้ ไลท์ประหลาดใจเป็นอันมากพลางพึมพำถามว่าแล้วเดธโน้ตอยู่ไหน?
โซอิจิโร่บอกว่าได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ทั้งภาพและเสียงของไลท์ จากนั้นสมาชิกกองสืบสวนคนอื่นๆก็กรูกันเข้ามาที่ชั้นลอยของห้องโถงในขณะที่ตำรวจหญิงเข้าคุมตัวมิสะเอาไว้ โซอิจิโร่ประกาศว่าไลท์ถูกจับแล้ว ขณะที่ไลท์กำลังตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร่างที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้นที่ชั้นลอย นั่นก็คือ L ผู้ยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง L เอ่ยออกมาว่าน่าเสียดายที่ตนกับไลท์เป็นเพื่อนกันไม่ได้ ไลท์ตกตะลึงพรึงเพริด รำพึงออกมาว่าริวซากิ ทำไมนาย ?ก่อนจะหันไปมองที่เดธโน้ตแล้วคำรามว่าของปลอม!? มิสะทรยศงั้นรึ!? มิสะกรีดร้องออกมาว่าตนไม่มีทางทรยศไลท์ ต่อให้ไลท์เป็นคนยังไง ตนก็ยังรัก
L เดินลงบันไดมาที่ชั้นล่างพลางกล่าวว่ามิสะไม่ได้ทรยศไลท์หรอก จากนั้นก็หยิบเดธโน้ตของจริงขึ้นมาชูพลางบอกว่านี่คือเดธโน้ตของจริงที่ได้มาจากห้องของมิสะ แล้วเปิดเดธโน้ตให้ไลท์ดูว่ามีชื่อของตนที่ไลท์อยากรู้เขียนอยู่ (ชื่อของ L จะเห็นแค่ชื่อต้นว่า L และนามสกุลที่ขึ้นตนว่าตัวอักษร L เท่านั้น) การตายที่เขียนลงไปในสมุดโน้ตจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากการตายของตนถูกกำหนดไว้แล้วในอีก 23 วันให้หลังหลังจากเขียนชื่อลงเดธโน้ตไปเมื่อเรมเขียนชื่อตนอีกครั้ง ตนจึงไม่ตายในตอนนั้นตามที่เรมเขียนชื่อ หลังสับเปลี่ยนสมุดโน้ตเล่มปลอมกับเล่มจริงของมิสะ ก็ให้มีการปล่อยข่าวลวงออกไปว่าอาชญากรตายจริงตามที่มิสะเขียนซึ่งรู้ชื่ออาชญากรได้จากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ในห้องมิสะเพื่อเป็นการลวงว่าเดธโน้ตเป็นของจริง แต่ไลท์สมกับเป็นไลท์ ไม่ยอมโผล่หางอะไรออกมาเลย ตนจึงยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อให้ได้ความร่วมมือจากโซอิจิโร่
หนังย้อนความให้เห็นฉากที่ L ชูเดธโน้ตให้โซอิจิโร่ผู้มองสิ่งที่เขียนไว้ซึ่งก็คือชื่อของ L นั่นเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา L กล่าวต่อไปว่าเมื่อโซอิจิโร่ผู้เป็นคนจริงจังเห็นชื่อของตนอยู่ในนั้น จึงยอมให้ความร่วมมือด้วย แต่โซอิจิโร่ก็เชื่อมั่นว่าไลท์ไม่ใช่คิระจนถึงที่สุด ตอนนี้ทุกคนบนเฮลิคอปเตอร์ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว
ไลท์หันมองทุกคนที่อยู่ในที่นั้นอย่างตกตะลึง L กล่าวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่าเรื่องที่น่าเสียดายคือวาตาริ เพราะ L คาดไม่ถึงว่ายมทูตจะเขียนชื่อวาตาริลงไปด้วย นี่คือความผิดพลาดครั้งสุดท้ายของตน
โซอิจิโร่พูดออกมาว่าตนไม่สามารถเข้าใจไลท์ได้หรอก ไลท์พูดพร่ำออกมาว่าโลกที่ปราศจากอาชญากร โลกที่โซอิจิโร่อยากสร้างคือโลกแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? พลางแอบกดกลไกให้ถาดนาฬิกาเด้งออกมาด้วย มัตสึดะยิงนาฬิกาจนมันหลุดออกจาข้อมือไลท์ เมื่อไลท์วิ่งถลาถามนาฬิกา มัตสึดะก็ยิงขาไลท์จนไลท์ล้มฮวบลงกับพื้นท่ามกลางเสียงกรีดร้องของมิสะ นาฬิกาที่ตกลงกับพื้นแตก เผยให้เห็นชิ้นส่วนของเดธโน้ตในถาดนาฬิกา L เปรยออกมาว่าใช้ชิ้นส่วนของสมุดโน้ตฆ่าทาคาดะนั่นเอง ไขปริศนาทั้งหมดได้แล้ว
ไลท์ซึ่งล้มอยู่กับพื้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน สารภาพออกมาว่าถูกแล้ว ตนนี่ล่ะคิระผู้เป็นพระเจ้าของโลกใหม่ L แย้งว่าไม่ใช่ ไลท์เป็นแค่ฆาตรกรและเดธโน้ตก็คืออาวุธฆ่าคนที่เลวร้ายที่สุด ไลท์หันไปหา L แล้วโน้มน้าวว่า L ก็รู้ว่ากฎหมายมันแก้อะไรไม่ได้แล้ว ตนจะสร้างโลกที่กลับไปเป็นเหมือนเดิม โลกที่มีแต่ผู้คนที่ดีงาม โซอิจิโร่แย้งขึ้นว่ากฎหมายอาจจะมีข้อจำกัด แน่นอนว่ากฎหมายไม่สมบูรณ์อยู่แล้วเพราะคนสร้างคือมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์เช่นกัน แต่เรื่องที่ยอมรับไม่ได้คือจะให้มวลมนุษยชาติถูกตัดสินด้วยคนเพียงคนเดียว
ไลท์มีสีหน้าบึ้งตึงพลางพูดออกมาว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์ จากนั้นก็ร้องเรียกหารุค เมื่อรุคปรากฏกายออกมา L ก็เอานิ้วโป้งจิ้มริมฝีปากแล้วพึมพำออกมาว่ายมทูตอีกตน จากนั้นก็หันไปถามตำรวจทุกคนว่าทุกคนเห็นยมทูตตนนี้เพราะสัมผัสสมุดโน้ตแล้วใช่มั้ย? ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าตอบรับ
ไลท์ยิ้มร่าบอกรุคว่าจะให้ดูเรื่องสนุกๆอีกเพราะงั้นให้ฆ่าทุกคนซะ โซอิจิโร่ร้องชื่อบุตรชายออกมาอย่างผิดหวังและเสียใจ รุคบอกว่าเขียนก็ได้ ตำรวจทุกคนพากันยิงปืนใส่รุคแต่กระสุนทุกลูกก็แล่นผ่านร่างอของรุคไปทั้งหมด ไลท์หัวเราะด้วยความสะใจพลางกู่ร้องว่าไม่มีประโยชน์หรอก จากนั้นก็หันไปถามรุคว่าเขียนได้รึยัง? มิสะเองก็ยิ้มสะใจออกมาเช่นกัน รุคยิ้มตอบรับว่าเขียนแล้ว พลางชูเดธโน้ตให้ไลท์ดู
ทว่าชื่อที่เขียนอยู่ในเดธโน้ตไม่ใช่ชื่อของสมาชิกกองสืบสวน แต่กลับเป็นชื่อ ยางามิ ไลท์ นั่นเอง โซอิจิโร่และมิสะอึ้งงันไปเมื่อได้เห็นเช่นนั้น
ไลท์ร้องโวยวายว่ารุคทำอะไร รุคบอกว่าไลท์หมดท่าแล้วที่คิดจะหันมาพึ่งตน ไลท์บอกว่าพูดอะไรน่ะแล้วถลาเข้าไปหารุค แต่ก็ได้แต่พุ่งผ่านตัวรุคไปล้มคะมำลงพื้น ไลท์ร้องว่าจะให้ดูเรื่องสนุกยิ่งกว่านี้อีกไง มันจะเริ่มต่อจากนี้ไปต่างหาก รุคบอกว่าตนสนุกมาเกินพอแล้ว ไลท์เองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ จากนั้นก็เสริมว่าตนลืมบอกไปว่าคนที่เคยใช้เดธโน้ตจะไม่ได้ไปทั้งสวรรค์และนรก แต่หลังความตายจะมีเพียงความว่างเปล่า
ความตายแล่นเข้าสู่ร่างของไลท์ผู้ล้มลงไปดิ้นรนทุรนทุรายกับพื้น โซอิจิโร่รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างไลท์ ไลท์ดิ้นทุรนทุรายพลางคำรามออกมาว่าตนยังตายไม่ได้ ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีก ตนจะสร้างโลกในอุดมคติเหมือนอย่างที่โซอิจิโร่สอนตน มิสะน้ำตานองหน้า พยายามจะดิ้นรนจากการคุมตัวของตำรวจหญิงไปหาไลท์ ไลท์ยังรำพึงรำพันต่อไปว่าตนยังตายไม่ได้ ยังมีเรื่องต้องทำอีก คิระคือความชอบธรรม ขอให้โซอิจิโร่เข้าใจตนเถอะ ก่อนจะขาดใจตายไปสู่ความมืดมิดแสนว่างเปล่า โซอิจิโร่ที่ประคองร่างของบุตรชายอยู่ร่ำไห้ออกมาพลางพึมพำว่าไลท์ เจ้าลูกบ้า มิสะเองก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจเช่นกัน ตำรวจทุกคนเองก็มีท่าทางเศร้าโศกไม่ต่างกัน
L มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าสลด จากนั้นบอกว่าตนจะทำลายเดธโน้ตทุกเล่มทิ้งเสีย รุคบินโฉบเข้ามาถามย้ำว่า L จะไม่ใช้เดธโน้ตหรอกเหรอ น่าเบื่อจริง ก่อนจะบินจากไป
L นั่งเล่นหมากรุกอยู่คนเดียวในห้องพลางกินช็อคโกแลตไปด้วย โซอิจิโร่เดินเข้ามารายงานว่าประกาศข่าวเรื่องคิระออกไปแล้วแต่ไม่ได้บอกกระทั่งถึงเรื่องยมทูต L บอกว่าตนก็บอกทาง ICPO ไปแล้วเช่นกันแต่ ICPO ก็จะไม่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวออกไปสู่สาธารณชน โซอิจิโร่บอกว่าตนก็ไม่ได้บอกซาจิโกะกับซายุเรื่องไลท์ L ถามว่าเรื่องกลายเป็นว่าไลท์ถูกคิระฆ่าตายสินะ โซอิจิโร่กล่าวขอโทษ L แต่ L บอกว่าฝ่ายที่จะต้องขอโทษคือตนต่างหาก โซอิจิโร่เอ่ยต่อไปว่าการได้ต่อสู้ร่วมกับ L เป็นความภาคภูมิใจของตน L ตัดบทว่าใกล้ได้เวลาแล้ว ขอตนอยู่คนเดียวได้มั้ย? แล้วเอ่ยลาโซอิจิโร่ว่า ผมไม่รู้หรอกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่น่ะเป็นยังไง แต่ผมรู้สึกว่าโซอิจิโร่เป็นพ่อที่ยอดเยี่ยมมาก ด้วยรอยยิ้มกว้างที่ออกมาจากใจจริง โซอิจิโร่พึมพำชื่อของ L ออกมาว่า ริวซากิ L เอ่ยลาว่า ลาก่อน ยางามิซัง ขอบคุณมากครับ? โซอิจิโร่เดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะออกจากห้องไปนั้น เขาหันมาตะเบ๊ให้ L ที่นั่งหันหลังให้ตนอยู่จากใจจริงก่อนจะเดินจากไป L นั่งอยู่ตรงนั้นได้อีกเพียงครู่สั้นๆเท่านั้นก่อนที่มือที่ถือช็อคโกแลตอยู่นั้นจะตกลงไปบนโซฟาข้างรูปถ่ายวาตาริที่วางไว้ตรงนั้น คอตกพับลง นักสืบหนุ่มได้จากไปอย่างสงบ
1 ปีต่อมาฉากตัดไปที่บ้านของไลท์ บนโต๊ะในห้องไลท์มีแจกันดอกไม้วางอยู่ วันนั้นเป็นวันเกิดของไลท์ ซาจิโกะกับซายุพากันทำเค้กวันเกิดให้ไลท์กัน ภาพเผยให้เห็นรูปถ่ายของไลท์ที่ยังคงวางตั้งอยู่ที่บ้านหลังนี้ เมื่อเห็นว่าหิมะตก ซาจิโกะก็บอกให้ซายุเอาร่มออกไปรับโซอิจิโร่ เมื่อซายุออกไป ซาจิโกะก็มีสีหน้าสลดลง
ซายุไปรับโซอิจิโร่ที่สถานีก่อนจะเดินกลับบ้านด้วยร่มคันเดียวกัน ซายุเปรยว่าพอคิระไม่อยู่ อาชญากรก็เพิ่มขึ้นอีกนะ โซอิจิโร่ถามว่าจะบอกว่ามีคิระอยู่ก็ดีแล้วเหรอ? ซายุรีบแย้งว่าไม่ใช่นะ! แต่คิระฆ่าไลท์นี่ โซอิจิโร่โอบซายุที่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่แล้วปลอบว่าไลท์ได้สู้กับคิระจนถึงที่สุดแล้ว ซายุคร่ำครวญว่าตนรู้แล้ว แต่มันก็ยัง
อีกด้านหนึ่ง มิสะจุดเทียนอยู่รอบกรอบรูปไลท์ที่วางอยู่ข้างกรอปรูปครอบครัวของตนนั่นเองพลางกล่าวอวยพรวันเกิดให้ไลท์ มิสะรำพึงว่าตนรู้สึกว่าได้สูญเสียอะไรที่สำคัญมากๆบางอย่างไป แต่ทำยังไงก็นึกอะไรไม่ออก จากนั้นก็เดินไปล้มลงนอนบนเตียง มองเพดาน พลางพึมพำชื่อไลท์ออกมา
ภาพเผยให้เห็นรุคบินฉวัดเฉวียนอยู่รอบโตเกียวทาวเวอร์ยามค่ำคืน หัวเราะร่าชวนขนลุกอยู่เช่นนั้นเอง
จากนั้นหนังก็ตัดเข้าเพลง End Credits คือเพลง Snow, Hey Oh ของวง Red Hot Chili Peppers
จบบริบูรณ์
=+=+=
ความรู้สึกของเราต่อหนังเรื่อง Death Note the Last Name
เรื่องราวดำเนินไปอย่างสนุกสนานตื่นเต้นตลอดเวลาค่ะสำหรับ Death Note the Last Name ขณะที่ Death Note the Beginning จะมีบางจุดที่เอื่อยๆอยู่บ้าง แต่ Death Note the Last Name เป็นการรวมฉากเด็ดสารพัดฉากที่จะนำไปสู่การคลี่คลายปมของเรื่อง จึงดูได้อย่างสนุกสนาน ไม่เบื่อหน่ายหรือรู้สึกว่าเรื่องเนือยๆเลยค่ะ
เนื้อเรื่องของหนังดัดแปลงโดยรวมเอาหนังสือการ์ตูนภาคหนึ่งและภาคสองเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวมากค่ะ การรวบบทของฮิงุจิเข้ากับบทของทาคาดะก็ทำได้อย่างลงตัวดี เทคนิคการสลับสับเปลี่ยนเดธโน้ตเล่มจริงกับเล่มปลอมของเนียร์ในภาคหนังสือก็เปลี่ยนมาให้ L ใช้แทน เป็นการผสมผสานที่กระชับและลงตัวดีแท้
ชอบทุกฉากที่ L ปรากฎตัว (แหมลำเอียงจริงๆ XD) แต่ว่ามัตสึยามะ เคนอิจิ แสดงเป็น L ได้น่ารัก น่าขัน น่าฟัด น่ากอด มากเลยค่ะ ท่าทางพิลึกพิลั่นต่างๆของ L ไม่ว่าจะกัดเล็บ เหลือบมองรอบตัวด้วยหางตา ฉากกินสารพัดกิน แล้วเวลาอยู่ในกองสืบสวนนี่ L จะขึ้นไปนั่งยองๆอยู่บนเก้าอี้ตลอด เลื่อนเก้าอี้ไปมา สงสารจริง ต้องตกเก้าอี้ตั้งสองรอบแน่ะ เจ็บมั้ยนั่น มัตสึยามะซัง XD;;; แต่ก็แสดงออกมาได้ดีทุกฉากเลย แล้วยังฉากตาลุกวาวเวลาพูดถึงโทษประหารชีวิตอีกแน่ะ ฉากใส่หน้ากากนั่นมันช่างลงตัวจริงๆ ต้องชมว่าหน้ากากมันตลกอยู่แล้ว แต่ท่าทีของ L มันยิ่งทำให้มันตลกและน่ารักมากยิ่งขึ้นเข้าไปใหญ่ อย่างตอนถูกแฟนๆมิสะชนไปชนมาที่มหาวิทยาลัยก็น่ารักเหมือนลูกหมาน้อยไร้ทางสู้เลย (แอบเชียร์ให้ไลท์เข้าไปดึงหนู L ออกมาหน่อยเซ่! หุๆๆ) แบบว่า L เป็นไฮไลท์ของเรื่องสำหรับเราจริงๆให้ดิ้นตาย เลิฟๆๆๆ <3 <3
อีกคนที่ขอชมเชยต่อจาก L คือโทดะ เอริกะ แสดงเป็นมิสะเวอร์ชั่นคิระคนที่สองและมิสะเวอร์ชั่นสูญเสียความทรงจำได้แตกต่างกันเป็นคนละคนอย่างเห็นได้ชัด ตอนเป็นคิระคนที่สองนี่มืดมนได้ใจ ตอนสูญเสียความทรงจำก็หลุดติงต๊องได้เอาเรื่อง
ฟุจิวาระ ทัตซึยะก็แสดงเป็นไลท์ได้ดีนะ แสดงหน้าชั่วๆกับรอยยิ้มเลวๆออกมาได้ดี ตอนเป็นไลท์ใสกิ๊งก็ออกมาดูเป็นคนดี๊คนดีไม่มีพิษมีภัย (ซึ่งคงเป็นอิมเมจประจำตัวจริงๆอยู่แล้วมั้ง 555) ตอนทำหน้าเศร้าที่ต้องฆ่าพ่อตัวเองก็ดูน่าเห็นใจไม่น้อย เรียกว่าสามารถทำให้เราเชื่อว่านี่แหละไลท์ล่ะ ได้จริงๆ แถมตอนนี้เราสามารถพูดออกมาได้เต็มปากว่าเขาเท่แล้วนะนี่ เพราะฝีมือการแสดงของเขามันทำให้เขาเปล่งประกายออกมาจริงๆ ^o^
ต้องชมคุณคางะด้วย แสดงเป็นป๋าโซออกมาได้เท่ได้ใจชาวโอจิค่อนมาก ป๋าทั้งจริงใจและแสนเท่ โดยเฉพาะฉากสุดท้ายกับ L โอย...ช่างสะท้อนใจเหลือเกิน ชอบจริงๆความสัมพันธ์ที่ดูผูกพันระหว่าง L วาตาริ และป๋าโซอิจิโร่ (ไม่ได้หมายถึงแง่นั้นนะ! แต่จริงๆแอบจิ้นป๋าโซกับ L นิดหน่อยเหมือนกันแหละ แหะๆ ^^;;)
ประทับใจกับตอนจบของภาคหนังมากค่ะ ความตายของ L ดูเป็นความยิ่งใหญ่และความเสียสละมากเลย แล้วยังบทสนทนาซึ้งๆระหว่าง L กับโซอิจิโร่ในตอนจบ เป็นฉากเรียกน้ำตามากเลย ฉากการตายของ L ทำให้รู้สึกปวดแปลบอยู่ในอก และยังคงรู้สึกปวดใจไปตลอดจนจบเรื่องและจนกระทั่งเดินออกจากโรงมาแล้ว โดยเฉพาะตอนไปดูรอบที่สาม ไปดูคนเดียวเอารอบดึก ตอนเดินออกจากโรงนี่อากาศหนาวยะเยือก ยิ่งทับถมความเศร้าเหงาแท้ๆเลยเชียว เดินไปขึ้นรถไฟกลับบ้านก็คิดถึง L และปวดแปลบใจไปตลอดทางเลย มีอิทธิพลมากจริงๆฉากนั้น
นอกจากนี้ หนังยังแสดงให้เห็นอารมณ์แบบมนุษย์ปุถุชนของ L มากขึ้น โดยเฉพาะความผูกพันระหว่าง L กับวาตาริ ตอนที่ L พูดออกมาเศร้าๆว่าคาดไม่ถึงว่าเรมจะเขียนชื่อวาตาริลงไปด้วย รู้สึกอยากจะเข้าไปกอด L มากๆ น่าสงสารมากจริงๆ แล้วยังตอนที่ L บอกโซอิจิโร่ว่าไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นยังไงหรอกแต่คิดว่าโซอิจิโร่เป็นพ่อแม่ที่ยอดเยี่ยมมาก พร้อมกับยิ้มออกมาจากใจจริงแบบนั้น แล้วพอฉากตัดไปตอนที่มือของ L ตกลงบนโซฟาข้างๆรูปถ่ายของวาตาริ มันยิ่งย้ำว่าวาตาริก็เปรียบเสมือนพ่อของ L นั่นล่ะ พอเห็นความรู้สึกของ L ในตอนนี้แล้วย้อนนึกไปถึงตอนที่มัตสึดะว่า L ว่าให้มีอารมณ์เป็นมนุษย์มนากับเขาหน่อยแล้วก็ยิ่งเศร้าค่ะ ช่างไม่มีใครเข้าใจ L เอาเสียเลย เป็นคนที่โดดเดี่ยวและน่าสงสารจริงๆ เอาเถอะแต่อย่างน้อยป๋าโซก็เข้าใจ L และยินดีที่ได้พบล่ะนะ ดีใจกับบทสรุปตอนจบที่ดัดแปลงให้ต่างออกไปจากต้นฉบับแบบนี้มากเลยค่ะ รู้สึกว่าได้รับการเติมเต็มจริงๆ โดยเฉพาะในฐานแฟน L ด้วยแล้ว เราดีใจที่ไลท์ตายอนาถน้อยกว่าในหนังสือด้วยนะเนี่ย ได้ตายในอ้อมกอดของป๋าโซด้วย
อีกเรื่องคือรอยยิ้มของ L ถ้าใครๆจะพากันประทับใจกับรอยยิ้มของเรย์ในอีวานเกเลี่ยน ตอนนี้เราก็ประทับใจรอยยิ้มของ L ตอนจบของเรื่องในลักษณะเดียวกันนั่นล่ะ เป็นรอยยิ้มที่ประทับใจติดตราตรึงใจจริงๆ รอยยิ้มจากใจจริงที่ดูเหมือน L ยินดีที่ได้พบโซอิจิโร่จริงๆซึ่งแอบแย้งกับความเศร้าโศกของเรื่องราวในฉากนั้นอย่างลงตัวมันสะท้อนเข้าไปในอกจริงๆนะ ในภาคนี้เรียกได้ว่า L เอาชนะไลท์ได้ด้วยการสละชีวิตของตัวเองเข้าแลกสินะโอย จะบอกว่ายิ่งทำให้รัก L เข้าไปใหญ่ ทำไมช่างเป็นตัวละครที่ให้รักได้ขนาดนี้น้า?TT^TT
ชอบอีกอย่างที่หนังเน้นย้ำโศกนาฏกรรมของทุกๆชีวิตที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับ Death Note แล้วยิ่งแสดงให้เห็นว่ามีเพียงรุคเท่านั้นล่ะที่สนุกสนานกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น สรุปว่าผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงคือรุคผู้เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดสินะ จริงๆแล้วเรื่องนี้อาจได้รับการเล่าจากมุมมองของรุคก็เป็นได้นะนี่ คิดๆแล้วจากรุคที่ดูตลกน่ารักขบขันตอนแรก ตอนจบก็เป็นปีศาจร้ายดีๆนี่เอง ก็ยมทูตนี่นะ
การตายของไลท์ก็ทำออกมาให้รู้สึกว่าเห็นใจไลท์มากขึ้น การที่ไลท์รำพึงอุดมการณ์ของตัวเองออกมาพร้อมกับร้องขอให้พ่อเชื่อตัวเองว่าตัวเองต้องการสร้างโลกอย่างที่พ่อปรารถนา อย่างที่พ่อสอนไว้ และตายไปในอ้อมกอดของป๋าโซอิจิโร่ มันน่าเศร้าจริงๆนะ มันทำให้ได้เห็นว่าแม้ว่าไลท์จะฆ่าพ่อของตัวเอง แต่ก็ยังรักพ่อและหวาดกลัวว่าพ่อจะไม่ยอมรับตนเองอยู่ลึกๆด้วยซ้ำ แม้ว่าไลท์จะชั่วยังไง ก็มีจุดที่น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย
คำพูดคมๆมีอยู่หลายอย่างทีเดียว ชอบคำพูดของป๋าโซเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายเป็นพิเศษเลย
ฉากสวย การจัดแสงจัดสีสวย บรรยากาศเยี่ยม เพลงประกอบไพเราะ เนื้อเพลง Snow, Hey Oh นี่ก็เข้ากับเนื้อเรื่องยิ่งกว่าที่คิดเสียอีก มากกว่า Dani
รู้สึกดีใจจริงๆที่มี Death Note เวอร์ชั่นภาพยนตร์เพราะได้เห็น Death Note ในอีกแง่มุมที่แตกต่างไป ได้เห็นความเป็นไปได้หลายๆทางของ Death Note ขอบคุณทีมสร้าง ดารานักแสดง และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านจากใจจริงๆค่ะ ถ้ามีดีวีดีออกมาเมื่อไหร่ จะอุดหนุนอย่างแน่นอน!! TT^TT (แต่แอบเสียวราคาเหลือเกิน นี่เล่นกั๊กยังไม่ออก The Beginning แล้วรอออกพร้อม The Last Name แน่เลย)
เห็นอย่างนี้แล้ว อยากให้มี Death Note ออกมาในรูปแบบอื่นๆอีกจัง อยากให้สร้างความเป็นไปได้ของ Death Note ทุกทางที่เวิร์กๆเลยล่ะ ต่อไปก็รอดูว่าอนิเมจะมีออริจินัลเอนดิ้งกับเข้าด้วยรึเปล่า ถ้าดูตามตอนนี้ก็ยังคงรักษาต้นฉบับเอาไว้เหนียวแน่นล่ะน่ะ ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดีล่ะ
//เข้าโหมดวาย: ที่อยากกรี๊ดมากๆอีกเรื่องคือฉากที่แสนจะส่อวายระหว่างไลท์กับ L นี่ล่ะ โดยเฉพาะตอนที่ L พูดขึ้นว่าเหลือกันอยู่สองคนแล้วนะ (แทบจะกรี๊ดลั่นโรง) แล้วยังตอนที่ไลท์พูดว่าผู้หญิงนี่คู่กับการขี้ลืมจริงๆ แล้ว L หันมายิ้มกว้างให้ ความคิดในตอนนั้นคือ กรี๊ดดด พูดแบบนี้เท่ากับว่าทั้งสองคนอย่างอยู่ในโลกอันงดงามของผู้ชายยยยย สินะ >///< แล้วยังตอนที่ไลท์แตะเดธโน้ตแล้วได้ความทรงจำกลับคืนมา ตอน L จะยื่นไปจับไหล่ไลท์ด้วยท่าทีลังเลมันช่างดูเหมือนภรรยาเป็นห่วงฝาละมีจริงๆเลย สีหน้า L เป็นห่วงจริงๆเลยนะนั่น ตายๆๆ ยัย Kurai แทบจะลงไปนอนเลือดกำเดาไหลอยู่บนพื้นโรงหนัง
จริงๆป๋าโซกับ L ก็น่าจิ้นใช่ย่อย ก็ดูเขาออกจะยอมรับกันและกันขนาดนั้น แถมป๋ายังชอบดุ L ด้วยอ่า แต่ก็แสดงความอ่อนโยนกับ L หลายฉาก อย่างในภาค The Beginning ที่เอาผ้าห่มไปห่มให้ L ด้วย แต่ยังไงก็อยากคิดว่าป๋าเป็นห่วงลูกสะใภ้ของตัวเองมากกว่าจะจับคู่ป๋า L จริงๆล่ะนะ ยังไงก็เชียร์ไลท์xL มากสุดฮ่า~ แต่ก็อดกรี๊ดๆเลิฟๆป๋ากับ L ไม่ได้ XD
//จบโหมดวาย
=+=+=
จริงๆหนังจะเข้าไทยอยู่สิ้นเดือนนี้แล้ว (ได้ยินว่าฉายรอบสื่อมวลชนวันที่ 18 พฤศจิกายนซึ่งคือวันพรุ่งนี้แล้วด้วย) คงไม่ได้มีใครสนใจจะเข้ามาอ่านสปอยเลอร์เท่าไหร่ ใจจริงก็อยากให้ไปดูหนังกันเพียวๆโดยไม่รู้เนื้อเรื่องมาก่อนมากกว่ามาอ่านสปอยเลอร์ด้วยเหมือนกัน แต่คราวนี้จริงๆตั้งใจจะเขียนเก็บไว้เป็นข้อมูลให้กับตัวเองแต่งโน่นแต่งนี่หลั่นล้าต่อไปด้วยล่ะค่ะ ก็ดีวีดีไม่ออกเสียที ต้องใช้วิธีโลว์เทคแบบนี้เก็บข้อมูลให้ตัวเองไปก่อนล่ะนะ อิๆ XD
ทิ้งท้ายว่าเชียร์ให้แฟนๆ Death Note ทุกคนไปดูหนังภาคต่อนะคะ ลืมไปเถอะว่าฟุจิวาระอาจจะไม่หล่อเท่าไลท์ในภาคหนังสือ ลืมไปเถอะหากคุณรู้สึกว่านักแสดงคนไหนไม่เหมาะในสายตาคุณ ลืมไปเถอะหากคุณเห็นว่าหนังภาคแรกอืด (เพราะมันเป็นแค่การเกริ่นเข้าสู่จุดจบอันน่าทึ่งในภาคหลังเท่านั้น) หนังโดยรวมมันน่าทึ่งมากจนจะทำให้คุณลืมเรื่องทั้งหมดนั่นไปจริงๆนะ XD
ป.ล. หากเนื้อเรื่องที่นำมาลงไว้ส่วนไหนมีข้อผิดพลาดยังไง ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ m(_ _)m
โอยยาวจริงๆให้ดิ้นตาย เอนทรี่หน้าจะเป็นเอนทรี่รายงานบรรยากาศต่างๆเกี่ยวกับ Death Note และสินค้าช่วงนี้ค่ะ ^_^
edit @ 2006/11/27 21:41:36
Want so much~~~
อยากจะระบายเรื่องขำๆเกี่ยวกับคนคนหนึ่งที่ทำนิสัยไม่ดีอยู่เตรียมฯบางใหญ่อยู่ห้อง 4/3 ชื่อ กั๊ก ว่าเกิดมาเพื่ออะไรอยู่มาก็ทำความลำบากใจให้คนอื่นไอแอนไปหาคำเต