ข่าวที่ออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนทำให้คิดถึงอาจารย์โอบาตะจับจิต ก็เลยหยิบ Blanc et Noir มานั่งเปิดดูคลายคิดถึง แล้วก็ระลึกได้ว่าถึงเวลาปัดฝุ่นเจ้าโครงการแปล How to Draw แล้วสินะ
=+=+=
Blanc et Noir
ISBN: 4-08-782146-3
ราคา: 4,935 เยน (รวมภาษีในญี่ปุ่น)
รักษาอาจารย์โอบาตะ อุดหนุนผลงานอาจารย์โอบาตะด้วยนะค้า >w<
How to Draw
ขั้นที่ 1: ร่างภาพ
เวลาที่ใช้: 24 ชั่วโมง (รวมเวลาคิดไอเดีย)
เป็นขั้นตอนแรกในการสร้างผลงาน จุดเด่นของรูปแบบการทำงานโอบาตะก็คือ องค์ประกอบหลัก ๆ จะถูกกำหนดไว้ในหัวอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาที่ลงมือร่างภาพ จะมีการกำหนดเส้นเอาไว้เกือบสมบูรณ์แล้ว
จุดที่ต้องระวัง
การสมมติภาพที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
อันดับแรก ก่อนลงมือร่างภาพ ในหัวผมจะสร้างภาพเสร็จสมบูรณ์ที่ลงสีเรียบร้อยแล้วให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเสียก่อนครับ คิดไปถึงกระทั่งการแสดงอารมณ์ เสื้อผ้า และบรรยากาศฉากหลังของตัวละคร เวลาที่ร่างภาพ ก็จะมีความรู้สึกเหมือนลอกลายจากภาพเสร็จสมบูรณ์แล้วที่อยู่ในหัวทั้ง ๆ อย่างนั้นด้วยดินสอ เพราะอย่างนั้นในขั้นตอนร่างภาพก็เลยแทบไม่มีเรื่องให้กลุ้มเลยน่ะครับ
วิธีกำหนดเนื้อหาของภาพ
โดยหลักแล้ว ในการวาดหน้าเปิดหรือภาพโปสเตอร์ ผมจะคำนึงถึงเรื่องราวและเนื้อหาที่วางแผนเอาไว้แล้วในระดับหนึ่งครับ ซึ่งตัวละครและบรรยากาศที่จะปรากฏในภาพก็จะกำหนดในตอนนี้ล่ะนะครับ จากนั้นผมก็จะใช้ปัจจัยที่ว่าเป็นวัตถุดิบแล้วคิดว่าจะวาดภาพอะไรออกมาได้ ในทางกลับกัน ก็มีอยู่หลายครั้งเหมือนกันครับที่ผมใช้วิธีค้นหาวัตถุดิบจากคลังไอเดียในหัวที่คิดไว้ว่า อยากวาดภาพแบบนี้จัง แล้วเอามาดัดแปลงให้เข้ากับเนื้อหา
แน่นอนว่าองค์ประกอบของภาพย่อมถูกกำหนดด้วยการลองผิดลองถูก
ภาพร่างหยาบ ๆ ภาพนี้เป็นองค์ประกอบแบบหนึ่งที่ได้คิดออกมาเพื่อเป็นภาพร่างหน้าปกของสมุดภาพ
คลังไอเดีย
สำหรับตัวผมเองแล้ว ไอเดียก็คือมโนภาพว่า ภาพที่ให้ความรู้สึกประมาณนี้ ซึ่งได้มาจากความทรงจำหรือสิ่งเร้าที่ได้รับจากภาพ รูปถ่าย และสิ่งของที่ได้พบเห็นมาจนถึงปัจจุบันครับ พอเอาสิ่งเหล่านั้นมาดัดแปลงและประกอบเข้าด้วยกัน ผลงานชิ้นใหม่เอี่ยมก็จะถือกำเนิดขึ้นครับ ไอเดียที่เห็นเป็นภาพชัด ๆ อยู่ในใจก็มี แต่ในทางตรงกันข้ามก็มีกรณีที่วาดภาพซึ่งเห็นราง ๆ โดยอาศัยความรู้สึกอย่างเดียวเหมือนกันครับ ด้วยความที่กรณีส่วนใหญ่จะเป็นกรณีของการเห็นมโนภาพที่รางเลือน ก็เลยต้องใช้แรงจนทรมานแสนสาหัสเลยน่ะครับ (หัวเราะ) 
ภาพ มิโซระ นาโอมิ ซึ่งเป็นหน้าเปิดเป็นมโนภาพที่ได้ดั่งใจ ตอนที่วางโครงภาพนี้ขึ้นมา ก็กำหนดองค์ประกอบของภาพ สี ไปจนถึงรายละเอียดปลีกย่อย จนได้ภาพเป็นรูปเป็นร่างแบบนี้ขึ้นมา
วิธีเก็บรักษาไอเดีย
เวลาที่นึกไอเดียออก ผมก็แค่ตั้งใจมั่นว่า คราวหน้าจะวาด เท่านั้นเองครับ แต่ยังไงก็ตาม ช่วงที่ผลงานได้รับการตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในนิตยสาร ก็มีแต่งานทุกวัน ไม่มีเวลาว่างดูหนังหรือเห็นการ์ตูนเรื่องอื่นเลยครับ นั่นก็หมายความว่าไม่มีอะไรเข้ามาเติมคลังไอเดียเลยเพราะสิ่งเร้าที่ได้รับจากภายนอกลดน้อยลงจนถึงขีดสุด ผมคิดว่าสิ่งที่ได้พบเห็นตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันนี่มันค่อย ๆ ลดลงไปทีละน้อย ยิ่งมีการตีพิมพ์ผลงานต่อเนื่องไปมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเริ่มรู้สึกถึงความทุกข์ทรมานในการเกิดมารุนแรงมากขึ้นเท่านั้นนะครับ (หัวเราะ)
เทคนิค
จุดที่ต้องระวังเวลาร่างภาพ
เรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษถ้าจะให้ว่ากันจริง ๆ ล่ะก็ ก็ต้องรักษาความสะอาดของโต๊ะและมีพื้นที่โล่งเอาไว้ล่ะนะครับ (หัวเราะ) พูดง่าย ๆ ก็คือ กระดาษวาดเขียนของญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่ ถ้าโต๊ะรก ก็จะเกะกะเวลาวาดภาพน่ะครับ
ความแตกต่างระหว่างขั้นตอนการวาดต้นฉบับสีกับการวาดต้นฉบับขาวดำธรรมดา
เทียบกับต้นฉบับขาวดำแล้ว เวลาวาดต้นฉบับสี ผมจะไม่ค่อยใช้เส้นร่างภาพเยอะแยะครับ ผมใช้สีเป็นตัวแสดงมิติของภาพ เพราะงั้นเส้นที่เกินจำเป็นกลับจะเกะกะเสียเปล่า ๆ ครับ
เส้นที่ถูกลากอย่างแม่นยำไปจนถึงกระทั่งรายละเอียดปลีกย่อย การลงแรงทำงานอย่างประณีตบรรจงจะช่วยย่นระยะเวลาที่ใช้ลงหมึก
กระดาษวาดเขียนในญี่ปุ่นที่ใช้วาดต้นฉบับจะมีขนาดตั้งแต่ B4-A3 ยกเว้นกระดาษบางส่วน
อุปกรณ์
ส่วนใหญ่ผมจะวาดต้นฉบับด้วยดินสอ (B) ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยบางจุดก็มีใช้ดินสอกดบ้างเหมือนกันครับ ตัวแกนนี่ผมจะลากเส้นหนาโดยไม่ออกแรงกดและวาดไป ๆ โดยไม่ให้เนื้อกระดาษเสียครับ แต่ว่าตรงจุดนั้นกระดาษจะสกปรกง่าย ตอนที่วาดภาพร่าง ผมจึงต้องกางกระดาษทิชชู่รองไว้ใต้มือขวาเสมอ
สำหรับการยึดติดสไตล์โอบาตะ คือ ดินสอเท่านั้นที่ ผมกำหนดว่าต้องเป็นดินสอมิตสุบิชิ ยูนิ เหตุผลคือเพราะชอบความเรียบง่าย?
แม้จะเป็นการร่างภาพ ก็วาดรายละเอียดอย่างประณีตบรรจงไปจนถึงจุดปลีกย่อยของฉากหลัง เอกลักษณ์ในผลงานของโอบาตะเห็นได้อย่างชัดแจ้งในขั้นตอนนี้
=+=+=
อีกเรื่องก็คือ ไปเจอคลิปข่าวโทรทัศน์เมื่อวันที่อาจารย์โอบาตะถูกตำรวจจับข้อหาพกอาวุธใน Youtube มาค่ะ เผื่อว่าใครจะสนใจอยากรับชมข่าวของจริง
*****คลิปนี้เป็นข่าวสั้นทันเหตุการณ์ เนื้อหาข่าวก็เหมือนๆกับที่เคยแปลไว้ในเอนทรี่ก่อนน่ะค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=p5TquNmoZuQ
*****ส่วนคลิปนี้เป็นการเจาะประเด็นข่าวนี้โดยเฉพาะ
http://www.youtube.com/watch?v=MD2qkl-YVxE
หัวข้อข่าวก็คือ นักเขียนการ์ตูน Death Note และ Hikaru no Go ผู้ดึงดูดใจผู้คนถูกจับ ช็อค! ในคลิปก็มีการเกริ่นนำก่อนว่า Death Note เป็นการ์ตูนยอดนิยมที่มียอดขาย 20 ล้านเล่มในญี่ปุ่น จากนั้นก็ไปสัมภาษณ์ความรู้สึกของบรรดาคอการ์ตูนทั้งหลาย คนหนึ่งที่ได้รับการสัมภาษณ์ก็จะมี Death Note ครบทุกเล่ม บอกว่าภาพสวยมาก อีกคนก็บอกว่าเป็นการ์ตูนที่สะท้อนยุคสมัย ชอบมากก็เลยอ่านจนจบ
Death Note เป็นที่นิยมมากจนมีการนำไปสร้างหนังและก็มีแผนการสร้างเป็นอนิเมอยู่ ส่วน Hikaru no Go ก็ช่วยปลุกกระแสการเล่นโกะให้เป็นที่นิยมในหมู่เด็กๆ จู่ๆคนเขียนก็มาถูกตำรวจจับด้วยข้อหาครอบครองอาวุธ พอไปบอกคนที่ให้สัมภาษณ์ ทุกคนก็พากันตกใจจนร้อง เอ๋~!
มีคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ได้โดนใจเรามาก บอกว่า นักเขียนการ์ตูนดีๆมาถูกจับด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้มันน่าเสียดายนะครับ (โอ้ววว จี๊ดใจมากค่ะ พ่อหนุ่ม ไอ้เรื่องจับก็ไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องที่สื่อเอาเรื่องนี้มาเล่นกันจังเนี่ยเด้ เคืองนะจะบอกให้ เป็นคนดังนี่มันลำบากจริงๆเลยนะคะ อาจารย์ขา TwT)
จากนั้นเขาก็พาไปดูสถานที่เกิดเหตุ แล้วก็บอกรายละเอียดด้วยว่า ไฟหน้าข้างซ้าย(เท่านั้น)ที่มันดับไป (ซึ่งดูแนวโน้มแล้วแสดงว่าไฟน่าจะเสียมากกว่าที่อาจารย์แกลืมหรือตั้งใจไม่เปิดนะ =w=;;) จากนั้นก็ตรวจพบว่ามีมีดพกทหารความยาว 8.6 เซนติเมตรในรถ (เจ้าเล่มแดงนี่ เมื่อก่อนที่บ้านเราก็เคยติดไว้ในรถนะ = =;;) แล้วก็มีอีกเล่มหนึ่งเป็นมีดใช้สอย ความยาว 7.4 เซนติเมตร ซึ่งเกินว่าที่กฎหมายกำหนดคือ 6 เซนติเมตร
นอกจากนี้ก็มีการไปสัมภาษณ์ตำรวจด้วยน่ะนะ ซึ่งทางตำรวจก็ชี้แจงว่า ถ้ามีเหตุผลอันสมควร เช่น เป็นพ่อครัว กำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปประกอบอาชีพ(ที่ต้องใช้มีด)ก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมคนที่ประกอบอาชีพธรรมดา ถึงได้มีมีดพกทหารอยู่ด้วย ซึ่งอาจารย์โอบาตะก็บอกเหตุผลว่า เป็นมีดที่เอาไว้ใช้ไปแคมป์ ซึ่งไม่ใช่เหตุผลที่ฟังขึ้น
จากนั้นก็สัมภาษณ์ความคิดเห็นของคนอื่นต่อคดีนี้อยู่ การพกมีดไว้เฉยๆก็เป็นเรื่องไม่ดีอยู่แล้ว ส่วนอีกคนก็ตอบว่า เรื่องการจับกุมก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้อยู่หรอกนะครับ แต่ผมก็นึกๆอยู่ว่าถ้าถูกจับด้วยเหตุแค่นั้นมันจะเป็นยังไงนะ
แล้วผู้ประกาศข่าวก็อธิบายค่ะว่า กฎหมายนี้ก็เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างเช่น จู่ๆก็มีคนเอามีดไปฆ่าเด็ก ทำนองนั้นค่ะ
*****ส่วนคลิปนี้เป็นคลิปล้อเลียนค่ะ โดยการเอาเทรลเลอร์ของหนัง DN ตอนหลังมาผสมกับข่าวอาจารย์โอบาตะถูกจับ
http://www.youtube.com/watch?v=epwJcgOR7k4
อยากโอดครวญว่า ทำไมทำกับอาจารย์แบบนี้~~~!? T_T ก็อยากอยู่ แต่อีกใจก็อดขำกับไอเดียบรรเจิดของเขาไม่ได้ คิดเสียว่าเขาทำไปเพราะรักอาจารย์อย่างที่น้องอาซานะบอกก็แล้วกัน ก็จริงของเขาล่ะค่ะ ตอนจบของหนังที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ นั่นก็คืออาจารย์โอบาตะถูกจับนั่นเอง เอวัง (ม่ายยย ของจริงห้ามจบแบบน้านนน!!! T^T)
***** จากข่าวด้านล่างนี้ ก็มีการยืนยันแล้วว่าจะยังคงมีการฉายอนิเมตามกำหนดการเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เรื่องอนิเมก็หายห่วงไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นห่วงอาจารย์โอบาตะต่ออยู่ดี จริงๆเป็นห่วงว่าอาจารย์โอบาตะจะรู้สึกยังไงมากกว่าเรื่องที่ว่าอนิเมจะได้ฉายหรือไม่ได้ฉายอีกนะนี่ หงิง~ หวังว่าอาจารย์โอบาตะจะมาร่วมงาน Jump Festa เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ว่าอาจารย์ไม่ได้เป็นอะไรหรือชูเอย์ฉะจะเก็บตัวอาจารย์ไว้หนอ Death Note ก็ไม่ได้ตีพิมพ์ในโชเน็นจั๊มป์แล้วด้วยตอนนี้ หงิง~TwT
http://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20060911-00000019-nks-ent
***** จากข่าวนี้ เหมือน Death Note แอบต้องสาปชอบกล เมื่อเดือนกรกฎาคม คุณนากามุระ ชิโด ก็ถูกจับข้อหาขับรถระหว่างมึนเมา อาจารย์โอบาตะมาถูกจับข้อหาพกอาวุธ แล้วอีก 7 วันให้หลัง คุณทากาเสะ ฮิโรชิ ผู้รับผิดชอบการถ่ายภาพยนตร์ ก็มาเสียชีวิตด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองตีบอีก (ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ T_T) ผู้เกี่ยวข้องกล่าวว่า ถ้าไม่มีเรื่องร้ายๆอะไรเกิดขึ้นมากไปกว่านี้อีกก็คงจะดี TwT
http://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20060911-00000022-spn-ent
*****ส่วนข่าวนี้เอามาปิดท้ายคลายเครียด เขาบอกว่าในช่วงระหว่างวันที่ 4-10 กันยายน 2006 Yahoo!
http://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20060913-00000026-rbb-ent
=+=+=
ยิ่งได้อ่าน ยิ่งได้ยินยลมา ก็ยิ่งทนไม่ไหว ขอบ่นเรื่องเทรลเลอร์ DN Movie ที่เมืองไทยหน่อยเถอะ! >_<
ทำไม้ ทำไมถึงได้ทำกับ DN Movie แบบนี้เนี่ยยย!! ไอ้เทรลเลอร์เหมือนหนังผีนั่นมันอาร้าย~!? ไอ้เทรลเลอร์ที่มีแต่ฉากที่ไม่มีในตัวหนังจริงๆมันอาร้าย~!? ผู้หญิงเลือดท่วมกับบ้านร้างนั่นมันเกี่ยวอะไรกับ Death Note ด้วยเหรอไม่ทราบ~!? ด้วยเหตุผลอันใดถึงต้องทำเทรลเลอร์ขึ้นมาเองแบบนั้นเหรอ!? จะว่าเป็นเหตุผลทางการตลาดมันก็ไม่เห็นเข้าเรื่องเลย รังแต่จะทำให้คนดูหนังที่ไม่อ่าน DN เข้าใจผิดไปเสียเปล่าๆ แถมบางคนที่เคยอ่านแล้วก็ยังคิดว่ามีฉากแบบนั้นในตัวหนังจริงๆด้วยซ้ำ (แน่ล่ะ ก็เขายังไม่เคยดูนี่ พอเห็นเทรลเลอร์แบบนี้ ก็ต้องมีเข้าใจว่าจริงกันมั่งอยู่แล้ว) จากหนังแนวเขย่าขวัญ สืบสวนสอบสวน มันจะได้กลายเป็นหนังสยองขวัญไปแล้วถ้าดูจากเทรลเลอร์เนี่ย คือถ้าเป็นเทรลเลอร์ที่ทำเอง เอาตัวหนังมาตัดต่อเอง จะไม่ว่าเลย (เอ่ออาจจะว่าแต่คงไม่ดุเดือดขนาดนี้) หรือจะเป็นเทรลเลอร์ที่เข้ากับแนวหนังจริงๆก็ยังดี เพราะอย่างน้อยมันก็ยัง เกี่ยวกับหนัง แต่เอาเทรลเลอร์อะไรก็ไม่รู้มาเนี่ย มันเข้าข่ายบิดเบือนและหลอกลวงผู้บริโภครึเปล่า? ถ้าคนเขามาดูเพราะอยากดูหนังผีล่ะ? ดูแล้วชอบก็คงดีไป แต่ถ้าดูแล้วไม่ชอบเขาคงงงนะว่าเขามาดูเรื่องเดียวกับที่ฉายในเทรลเลอร์รึเปล่า เห็นช่วงนี้มีแต่หนังผีเข้าฉายในโรง ก็เลยทำเทรลเลอร์ตัวเองให้กลมกลืนเหรอคะ? ทำไมไม่คิดว่าใช้เทรลเลอร์ของแท้แล้ว DN จะได้โดดเด่นไม่เหมือนหนังเรื่องอื่นๆที่ฉายช่วงนี้บ้างล่ะเอ้อ!!
แล้วถ้าเป็นเหตุผลทางการตลาดจริง ทำไมถึงคิดว่า เทรลเลอร์ที่ทำเองแบบนั้น จะสามารถดึงดูดคนมาดูได้มา เทรลเลอร์ของแท้ ได้ล่ะคะ? เทรลเลอร์ของแท้ไม่ดีตรงไหนเหรอ? ถ้าเกิดจะบอกว่าเอา เทรลเลอร์ทำเอง มาใช้เพราะอยากให้ตื่นเต้นเวลาได้ไปดูหนังจริง? เจ้าโปสเตอร์หนังทั้งหลาย รายละเอียดหนังทั้งหลายที่ออกมายังบอกไม่พออีกฤา? บอกมากไปจนเรางงด้วยซ้ำว่าเนื้อหาบางส่วนมันยังไม่ปรากฏในหนังตอนแรกเลยนะ ที่ญี่ปุ่นนี่ตอนเขาออก Official Movie Guidebook ของหนังตอนแรกมา ยังไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากมายขนาดนี้เลย เขาก็เอาเฉพาะที่เกี่ยวกับหนังตอนแรกอ่ะ แต่เรื่องนั้นก็อีกประเด็น=_=;;
ยังไม่ได้เห็นเองหรอกค่ะแต่ได้อ่านจากบลอคชาวบ้านกับได้ยินมาจากเอส ใครทราบเวบที่ดูเทรลเลอร์ DN Movie ที่ฉายในเมืองไทย รบกวนอนุเคราะห์บอกซักนิดนะคะ อยากเห็นให้เต็มลูกกะตา ~>_<~ ส่วนเทรลเลอร์เหตุผลทางการตลาดนั่นเราก็เดาเอาเองแหละค่ะเพราะไม่สามารถนึกถึงอะไรอื่นได้นอกจากเหตุผลทางการตลาด
จริงๆไม่ได้อยากบ่นอะไรมากมายนะคะ เพราะรู้สึกขอบคุณบริษัท M Picture ที่อุตส่าห์เอา Death Note Movie เข้าไปฉาย แถมยังฉายโรงทั่วไปด้วย เป็นการขยายฐานคนดูได้ดีเลยทีเดียว แต่มาเจอเรื่องเทรลเลอร์แล้วอดรนทนไม่ได้ ต้องระบายจริงๆค่ะ เพราะมันไม่ make sense จริงๆในสายตาของเรา T^T
แง่งๆๆ เศร้าอยากกัดคน!! >_<
=+=+=
ตอบคอมเมนท์
กำหนดตัวนักพากย์อนิเม DN + ของแถมจาก Jump Revolution ที่แฟนๆไม่ควรพลาด
คุณ SRP: พอดีว่าเราเป็นพวกใช้ของแถมที่เป็นโปสเตอร์ไม่คุ้ม (คือไม่กล้าเอาไปแปะนั่นเอง ^^;;) ก็เลยไม่มีปัญหาค่ะ แหะๆ
ตอนเห็นชื่อกุ๊กนี่ เรากับรูมเมทก็หันไปมองหน้ากันเหมือนกันค่ะ กุ๊กเนี่ยนะ เหอๆๆ
คุณฟินท์จ้า: อยากฟังเสียงคุณมิยาโนะพากย์ไลท์เร็วๆเหมือนกันค่ะ ตอนนี้นั่งดูโอรังแล้วนึกภาพคุณมิยาโนะพากย์เป็นไลท์ไม่ออกเลยจริงๆ ก็เจ้าทามากิติงต๊องซะขนาดน้าน~ XD;;;
คุณ momoko: ฮ่าๆๆ ไม่ได้เก็บเก่งอะไรหรอกค่ะ อย่างประวัตินักพากย์นี่ ดูเวบนี้เวบเดียวก็ครบถ้วนกระบวนความแล้วค่ะ XP;;
http://www.animenewsnetwork.com
อุ๊ ถ้านิยายเล่มหน้ารุคเป็นคนเล่าก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะ เจ้ารุคยิ่งมีอารมณ์ขันประหลาดๆไม่เหมือนชาวบ้านอยู่ด้วย หุๆ แต่เป็นเรื่องของ L นี่น้า รุคคงไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ ^^
ของที่ส่งไปให้ทางเมล์ ถ้าชอบก็ดีใจค่า ^_^
คุณ Felasia: ไม่ได้มีเฉพาะ Death Note ค่ะ จะมีการ์ตูนเรื่องอื่นๆที่ลงในจั๊มป์ตอนนี้ด้วย คิดว่าไม่มีโอกาสทำเป็นภาษาไทยค่ะเพราะเป็นฉบับพิเศษซึ่งปกติสำนักพิมพ์ในไทยไม่เอาไปแปลอยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่ง หนังสือเล่มเล็กที่แถมกับวิธีทำ CG ก็เป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ
น้องอาซานะ: 555 เก็บตา บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ไปฝันซะแล้ว แหมอยากจะจิ้นว่าหล่อเหมือนกันนะเนี่ย ^_~
คุณ mariPee: ข้อมูลเพียบเลยนะคะ หุๆ เรื่อง Akachan to Boku เห็นแกพากย์เป็นทาคุยะค่ะ (พอดีชอบเรื่องนี้ หุๆ) แต่คิดว่าไม่มีใครรู้จักเลยไม่ได้ยกตัวอย่างเรื่องนั้นขึ้นมาด้วย อ๊ะ แต่แกพากย์พวกวายๆเยอะเหรอคะเนี่ย เพิ่งรู้ หุๆๆ เยี่ยมมากเค่อะ คุณยามางุจิ
อ๊ะ เรื่อง AF3 นี่ก็เห็นที่พันทิพย์เนี่ยล่ะค่ะ มิได้มีคอนเน็กชั่นในไทยเหนียวแน่นแต่ประการใด ข่าวทั่วไปยังแอบตกข่าว AF ไม่ต้องพูดถึง 555 จริงๆหลังจากปีแรกก็ไม่ได้ดูแล้วล่ะค่ะ ^^;;
ขอบคุณสำหรับคำชมเรื่องฟิค เอ้ย ความฝันค่ะ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันประหลาดๆอยู่อยู่ดีล่ะนะ ^^;;
คุณ Miyabimiru: แอ๊ดได้ตามสบายค่ะ ^^
คุณ Pride: โอ้ว~ ได้ยินว่า DN Movie เป็นที่สนใจในเมืองไทยแล้วดีใจจังค่ะ ได้ยินมาจากเอสเหมือนกันว่าโฆษณากระหน่ำมาก เฮ้อ~ ถ้าไม่ติดเรื่องเทรลเลอร์ คงจะยิ่งดีใจกว่านี้ >_<
นั่นสิน้า~ เมลโลเอ๋ย ไปเขียนบันทึกเล่มนี้ตอนไหนน้า อ่านๆดูแล้ว โดยส่วนตัวเราคิดว่าน่าจะเขียนช่วงที่ตัดสินใจจะไปเดิมพันชีวิตกับคิระนะคะ เพราะน่าจะเป็นตอนที่คิดว่าจะทิ้งชีวิตตัวเองแล้วแน่ๆ ถึงได้เขียนด้วยว่า เคยใช้ชื่อว่า เมลโล เพราะกะว่าจะไปตายแน่ๆก็เลยพูดถึงตัวเองในรูปอดีตแบบนั้น พอได้มาอ่านบันทึกของเมลโลแบบนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนเมลโลยังอยู่เลยนะคะT_T
อิๆ เวลาเจอกัน เจ้าเด็กสองคนคงสร้างความวุ่นวายให้ L น่าดู แต่ก็น่าจะเป็นความอลเวงที่สนุกสนานและอบอุ่นล่ะน้า~ >w<
[ข่าวด่วน] อาจารย์โอบาตะถูกจับข้อหาพกอาวุธ
เอส: กรีดดด ไม่นะ อาจารย์ออกจะเป็นตัวปั๊มตังค์ให้ชูเอย์ฉะขนาดนั้น ชูเอย์ฉะคงไม่ทุบหม้อข้าวตัวเองหรอกน่า~ >[]<;;
คุณ Pride: โอ้ว~ นั่นสินะคะ ถึงจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หัตถ์เทวะอย่างอาจารย์ต้องมีทางไปอยู่แล้ว วิ้ว~ ขอตามติดไปเป็นเจเนอรัลเบ๊ด้วยโค้น~ >w<
คุณ momoko: ขอบคุณค่ะ เพื่อนแอบแซวว่าเราทำตัวเหมือนญาติผู้ใหญ่ของตัวเองถูกตำรวจจับมากเลย แต่คิดไปคิดมาก็เป็นอย่างนั้นจริงๆนะคะ รู้สึก(ทึกทักเอาเอง)ว่าอาจารย์เหมือนญาติผู้ใหญ่จริงๆไปแล้ว ถึงจะไม่ได้โดนโทษอะไรมากมาย แต่แค่คิดว่าอาจารย์ต้องมาเสียประวัติเพราะเรื่องนี้ก็รู้สึกไม่ดีแล้วน่ะค่ะ ไม่อยากให้แกมีประวัติ T^T
=+=+=
คราวหน้าคาดว่าจะได้เอารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอนิเมมาลงค่ะ เริ่มถูกข้อมูลทับถมอีกรอบแล้ว ทั้งอนิเม ทั้งหนัง ส่วนนิยาย Another Note ก็ยังแปลต่ออยู่เรื่อยๆค่ะ
Edit: ลืมบอกไปว่ายังเอา How to Draw มาลงไม่ครบนะคะ ทั้งหมดมีสี่ขั้นน่ะค่ะ เดี๋ยวจะมีพวกตัดเส้น ลงสี ต่ออีก ^_^
edit @ 2006/09/16 13:12:27
edit @ 2006/09/16 21:38:09
ทำ feel ของสกู๊ปได้เหมือนรายการหลุมดำเมืองไทยม๊ากค่ะ
ขนาดขึ้นอันดับหนึ่งคำค้นหานี่..ช่างเป็นที่สนใจของประชาชนจริงๆน่อ