2006/Sep/16


ข่าวที่ออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนทำให้คิดถึงอาจารย์โอบาตะจับจิต ก็เลยหยิบ Blanc et Noir มานั่งเปิดดูคลายคิดถึง แล้วก็ระลึกได้ว่าถึงเวลาปัดฝุ่นเจ้าโครงการแปล How to Draw แล้วสินะ


=+=+=


Blanc et Noir
ISBN: 4-08-782146-3
ราคา: 4,935 เยน (รวมภาษีในญี่ปุ่น)

รักษาอาจารย์โอบาตะ อุดหนุนผลงานอาจารย์โอบาตะด้วยนะค้า >w<


How to Draw

ขั้นที่ 1: ร่างภาพ
เวลาที่ใช้: 24 ชั่วโมง (รวมเวลาคิดไอเดีย)





เป็นขั้นตอนแรกในการสร้างผลงาน จุดเด่นของรูปแบบการทำงานโอบาตะก็คือ องค์ประกอบหลัก ๆ จะถูกกำหนดไว้ในหัวอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาที่ลงมือร่างภาพ จะมีการกำหนดเส้นเอาไว้เกือบสมบูรณ์แล้ว


จุดที่ต้องระวัง


การสมมติภาพที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

อันดับแรก ก่อนลงมือร่างภาพ ในหัวผมจะสร้างภาพเสร็จสมบูรณ์ที่ลงสีเรียบร้อยแล้วให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเสียก่อนครับ คิดไปถึงกระทั่งการแสดงอารมณ์ เสื้อผ้า และบรรยากาศฉากหลังของตัวละคร เวลาที่ร่างภาพ ก็จะมีความรู้สึกเหมือนลอกลายจากภาพเสร็จสมบูรณ์แล้วที่อยู่ในหัวทั้ง ๆ อย่างนั้นด้วยดินสอ เพราะอย่างนั้นในขั้นตอนร่างภาพก็เลยแทบไม่มีเรื่องให้กลุ้มเลยน่ะครับ

วิธีกำหนดเนื้อหาของภาพ

โดยหลักแล้ว ในการวาดหน้าเปิดหรือภาพโปสเตอร์ ผมจะคำนึงถึงเรื่องราวและเนื้อหาที่วางแผนเอาไว้แล้วในระดับหนึ่งครับ ซึ่งตัวละครและบรรยากาศที่จะปรากฏในภาพก็จะกำหนดในตอนนี้ล่ะนะครับ จากนั้นผมก็จะใช้ปัจจัยที่ว่าเป็นวัตถุดิบแล้วคิดว่าจะวาดภาพอะไรออกมาได้ ในทางกลับกัน ก็มีอยู่หลายครั้งเหมือนกันครับที่ผมใช้วิธีค้นหาวัตถุดิบจากคลังไอเดียในหัวที่คิดไว้ว่า อยากวาดภาพแบบนี้จัง แล้วเอามาดัดแปลงให้เข้ากับเนื้อหา




แน่นอนว่าองค์ประกอบของภาพย่อมถูกกำหนดด้วยการลองผิดลองถูก
ภาพร่างหยาบ ๆ ภาพนี้เป็นองค์ประกอบแบบหนึ่งที่ได้คิดออกมาเพื่อเป็นภาพร่างหน้าปกของสมุดภาพ

คลังไอเดีย

สำหรับตัวผมเองแล้ว ไอเดียก็คือมโนภาพว่า ภาพที่ให้ความรู้สึกประมาณนี้ ซึ่งได้มาจากความทรงจำหรือสิ่งเร้าที่ได้รับจากภาพ รูปถ่าย และสิ่งของที่ได้พบเห็นมาจนถึงปัจจุบันครับ พอเอาสิ่งเหล่านั้นมาดัดแปลงและประกอบเข้าด้วยกัน ผลงานชิ้นใหม่เอี่ยมก็จะถือกำเนิดขึ้นครับ ไอเดียที่เห็นเป็นภาพชัด ๆ อยู่ในใจก็มี แต่ในทางตรงกันข้ามก็มีกรณีที่วาดภาพซึ่งเห็นราง ๆ โดยอาศัยความรู้สึกอย่างเดียวเหมือนกันครับ ด้วยความที่กรณีส่วนใหญ่จะเป็นกรณีของการเห็นมโนภาพที่รางเลือน ก็เลยต้องใช้แรงจนทรมานแสนสาหัสเลยน่ะครับ (หัวเราะ)




ภาพ มิโซระ นาโอมิ ซึ่งเป็นหน้าเปิดเป็นมโนภาพที่ได้ดั่งใจ ตอนที่วางโครงภาพนี้ขึ้นมา ก็กำหนดองค์ประกอบของภาพ สี ไปจนถึงรายละเอียดปลีกย่อย จนได้ภาพเป็นรูปเป็นร่างแบบนี้ขึ้นมา

วิธีเก็บรักษาไอเดีย

เวลาที่นึกไอเดียออก ผมก็แค่ตั้งใจมั่นว่า คราวหน้าจะวาด เท่านั้นเองครับ แต่ยังไงก็ตาม ช่วงที่ผลงานได้รับการตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในนิตยสาร ก็มีแต่งานทุกวัน ไม่มีเวลาว่างดูหนังหรือเห็นการ์ตูนเรื่องอื่นเลยครับ นั่นก็หมายความว่าไม่มีอะไรเข้ามาเติมคลังไอเดียเลยเพราะสิ่งเร้าที่ได้รับจากภายนอกลดน้อยลงจนถึงขีดสุด ผมคิดว่าสิ่งที่ได้พบเห็นตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันนี่มันค่อย ๆ ลดลงไปทีละน้อย ยิ่งมีการตีพิมพ์ผลงานต่อเนื่องไปมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเริ่มรู้สึกถึงความทุกข์ทรมานในการเกิดมารุนแรงมากขึ้นเท่านั้นนะครับ (หัวเราะ)


เทคนิค

จุดที่ต้องระวังเวลาร่างภาพ

เรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษถ้าจะให้ว่ากันจริง ๆ ล่ะก็ ก็ต้องรักษาความสะอาดของโต๊ะและมีพื้นที่โล่งเอาไว้ล่ะนะครับ (หัวเราะ) พูดง่าย ๆ ก็คือ กระดาษวาดเขียนของญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่ ถ้าโต๊ะรก ก็จะเกะกะเวลาวาดภาพน่ะครับ

ความแตกต่างระหว่างขั้นตอนการวาดต้นฉบับสีกับการวาดต้นฉบับขาวดำธรรมดา

เทียบกับต้นฉบับขาวดำแล้ว เวลาวาดต้นฉบับสี ผมจะไม่ค่อยใช้เส้นร่างภาพเยอะแยะครับ ผมใช้สีเป็นตัวแสดงมิติของภาพ เพราะงั้นเส้นที่เกินจำเป็นกลับจะเกะกะเสียเปล่า ๆ ครับ




เส้นที่ถูกลากอย่างแม่นยำไปจนถึงกระทั่งรายละเอียดปลีกย่อย การลงแรงทำงานอย่างประณีตบรรจงจะช่วยย่นระยะเวลาที่ใช้ลงหมึก




กระดาษวาดเขียนในญี่ปุ่นที่ใช้วาดต้นฉบับจะมีขนาดตั้งแต่ B4-A3 ยกเว้นกระดาษบางส่วน


อุปกรณ์

ส่วนใหญ่ผมจะวาดต้นฉบับด้วยดินสอ (B) ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยบางจุดก็มีใช้ดินสอกดบ้างเหมือนกันครับ ตัวแกนนี่ผมจะลากเส้นหนาโดยไม่ออกแรงกดและวาดไป ๆ โดยไม่ให้เนื้อกระดาษเสียครับ แต่ว่าตรงจุดนั้นกระดาษจะสกปรกง่าย ตอนที่วาดภาพร่าง ผมจึงต้องกางกระดาษทิชชู่รองไว้ใต้มือขวาเสมอ




สำหรับการยึดติดสไตล์โอบาตะ คือ ดินสอเท่านั้นที่ ผมกำหนดว่าต้องเป็นดินสอมิตสุบิชิ ยูนิ เหตุผลคือเพราะชอบความเรียบง่าย?




แม้จะเป็นการร่างภาพ ก็วาดรายละเอียดอย่างประณีตบรรจงไปจนถึงจุดปลีกย่อยของฉากหลัง เอกลักษณ์ในผลงานของโอบาตะเห็นได้อย่างชัดแจ้งในขั้นตอนนี้


=+=+=


อีกเรื่องก็คือ ไปเจอคลิปข่าวโทรทัศน์เมื่อวันที่อาจารย์โอบาตะถูกตำรวจจับข้อหาพกอาวุธใน Youtube มาค่ะ เผื่อว่าใครจะสนใจอยากรับชมข่าวของจริง


*****คลิปนี้เป็นข่าวสั้นทันเหตุการณ์ เนื้อหาข่าวก็เหมือนๆกับที่เคยแปลไว้ในเอนทรี่ก่อนน่ะค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=p5TquNmoZuQ


*****ส่วนคลิปนี้เป็นการเจาะประเด็นข่าวนี้โดยเฉพาะ
http://www.youtube.com/watch?v=MD2qkl-YVxE

หัวข้อข่าวก็คือ นักเขียนการ์ตูน Death Note และ Hikaru no Go ผู้ดึงดูดใจผู้คนถูกจับ ช็อค! ในคลิปก็มีการเกริ่นนำก่อนว่า Death Note เป็นการ์ตูนยอดนิยมที่มียอดขาย 20 ล้านเล่มในญี่ปุ่น จากนั้นก็ไปสัมภาษณ์ความรู้สึกของบรรดาคอการ์ตูนทั้งหลาย คนหนึ่งที่ได้รับการสัมภาษณ์ก็จะมี Death Note ครบทุกเล่ม บอกว่าภาพสวยมาก อีกคนก็บอกว่าเป็นการ์ตูนที่สะท้อนยุคสมัย ชอบมากก็เลยอ่านจนจบ

Death Note เป็นที่นิยมมากจนมีการนำไปสร้างหนังและก็มีแผนการสร้างเป็นอนิเมอยู่ ส่วน Hikaru no Go ก็ช่วยปลุกกระแสการเล่นโกะให้เป็นที่นิยมในหมู่เด็กๆ จู่ๆคนเขียนก็มาถูกตำรวจจับด้วยข้อหาครอบครองอาวุธ พอไปบอกคนที่ให้สัมภาษณ์ ทุกคนก็พากันตกใจจนร้อง เอ๋~!

มีคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ได้โดนใจเรามาก บอกว่า นักเขียนการ์ตูนดีๆมาถูกจับด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้มันน่าเสียดายนะครับ (โอ้ววว จี๊ดใจมากค่ะ พ่อหนุ่ม ไอ้เรื่องจับก็ไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องที่สื่อเอาเรื่องนี้มาเล่นกันจังเนี่ยเด้ เคืองนะจะบอกให้ เป็นคนดังนี่มันลำบากจริงๆเลยนะคะ อาจารย์ขา TwT)

จากนั้นเขาก็พาไปดูสถานที่เกิดเหตุ แล้วก็บอกรายละเอียดด้วยว่า ไฟหน้าข้างซ้าย(เท่านั้น)ที่มันดับไป (ซึ่งดูแนวโน้มแล้วแสดงว่าไฟน่าจะเสียมากกว่าที่อาจารย์แกลืมหรือตั้งใจไม่เปิดนะ =w=;;) จากนั้นก็ตรวจพบว่ามีมีดพกทหารความยาว 8.6 เซนติเมตรในรถ (เจ้าเล่มแดงนี่ เมื่อก่อนที่บ้านเราก็เคยติดไว้ในรถนะ = =;;) แล้วก็มีอีกเล่มหนึ่งเป็นมีดใช้สอย ความยาว 7.4 เซนติเมตร ซึ่งเกินว่าที่กฎหมายกำหนดคือ 6 เซนติเมตร

นอกจากนี้ก็มีการไปสัมภาษณ์ตำรวจด้วยน่ะนะ ซึ่งทางตำรวจก็ชี้แจงว่า ถ้ามีเหตุผลอันสมควร เช่น เป็นพ่อครัว กำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปประกอบอาชีพ(ที่ต้องใช้มีด)ก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมคนที่ประกอบอาชีพธรรมดา ถึงได้มีมีดพกทหารอยู่ด้วย ซึ่งอาจารย์โอบาตะก็บอกเหตุผลว่า เป็นมีดที่เอาไว้ใช้ไปแคมป์ ซึ่งไม่ใช่เหตุผลที่ฟังขึ้น

จากนั้นก็สัมภาษณ์ความคิดเห็นของคนอื่นต่อคดีนี้อยู่ การพกมีดไว้เฉยๆก็เป็นเรื่องไม่ดีอยู่แล้ว ส่วนอีกคนก็ตอบว่า เรื่องการจับกุมก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้อยู่หรอกนะครับ แต่ผมก็นึกๆอยู่ว่าถ้าถูกจับด้วยเหตุแค่นั้นมันจะเป็นยังไงนะ

แล้วผู้ประกาศข่าวก็อธิบายค่ะว่า กฎหมายนี้ก็เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างเช่น จู่ๆก็มีคนเอามีดไปฆ่าเด็ก ทำนองนั้นค่ะ


*****ส่วนคลิปนี้เป็นคลิปล้อเลียนค่ะ โดยการเอาเทรลเลอร์ของหนัง DN ตอนหลังมาผสมกับข่าวอาจารย์โอบาตะถูกจับ

http://www.youtube.com/watch?v=epwJcgOR7k4

อยากโอดครวญว่า ทำไมทำกับอาจารย์แบบนี้~~~!? T_T ก็อยากอยู่ แต่อีกใจก็อดขำกับไอเดียบรรเจิดของเขาไม่ได้ คิดเสียว่าเขาทำไปเพราะรักอาจารย์อย่างที่น้องอาซานะบอกก็แล้วกัน ก็จริงของเขาล่ะค่ะ ตอนจบของหนังที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ นั่นก็คืออาจารย์โอบาตะถูกจับนั่นเอง เอวัง (ม่ายยย ของจริงห้ามจบแบบน้านนน!!! T^T)


***** จากข่าวด้านล่างนี้ ก็มีการยืนยันแล้วว่าจะยังคงมีการฉายอนิเมตามกำหนดการเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เรื่องอนิเมก็หายห่วงไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นห่วงอาจารย์โอบาตะต่ออยู่ดี จริงๆเป็นห่วงว่าอาจารย์โอบาตะจะรู้สึกยังไงมากกว่าเรื่องที่ว่าอนิเมจะได้ฉายหรือไม่ได้ฉายอีกนะนี่ หงิง~ หวังว่าอาจารย์โอบาตะจะมาร่วมงาน Jump Festa เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ว่าอาจารย์ไม่ได้เป็นอะไรหรือชูเอย์ฉะจะเก็บตัวอาจารย์ไว้หนอ Death Note ก็ไม่ได้ตีพิมพ์ในโชเน็นจั๊มป์แล้วด้วยตอนนี้ หงิง~TwT

http://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20060911-00000019-nks-ent


***** จากข่าวนี้ เหมือน Death Note แอบต้องสาปชอบกล เมื่อเดือนกรกฎาคม คุณนากามุระ ชิโด ก็ถูกจับข้อหาขับรถระหว่างมึนเมา อาจารย์โอบาตะมาถูกจับข้อหาพกอาวุธ แล้วอีก 7 วันให้หลัง คุณทากาเสะ ฮิโรชิ ผู้รับผิดชอบการถ่ายภาพยนตร์ ก็มาเสียชีวิตด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองตีบอีก (ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ T_T) ผู้เกี่ยวข้องกล่าวว่า ถ้าไม่มีเรื่องร้ายๆอะไรเกิดขึ้นมากไปกว่านี้อีกก็คงจะดี TwT

http://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20060911-00000022-spn-ent


*****ส่วนข่าวนี้เอามาปิดท้ายคลายเครียด เขาบอกว่าในช่วงระหว่างวันที่ 4-10 กันยายน 2006 Yahoo!
Japan ก็ได้ตรวจสอบคำที่มีคนใช้เป็นคำค้นหาชื่อบุคคลและเหตุการณ์มากที่สุดติดอันดับค่ะ ซึ่งอันดับหนึ่งของทั้งสองประเภทก็ได้แก่คำว่า โอบาตะ ทาเคชิ นั่นเอง หนูจะดีใจดีมั้ยคะที่อาจารย์เป็นที่สนอกสนใจมากขนาดนี้ ^^;;

http://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20060913-00000026-rbb-ent


=+=+=


ยิ่งได้อ่าน ยิ่งได้ยินยลมา ก็ยิ่งทนไม่ไหว ขอบ่นเรื่องเทรลเลอร์
DN Movie ที่เมืองไทยหน่อยเถอะ! >_<

ทำไม้ ทำไมถึงได้ทำกับ
DN Movie แบบนี้เนี่ยยย!! ไอ้เทรลเลอร์เหมือนหนังผีนั่นมันอาร้าย~!? ไอ้เทรลเลอร์ที่มีแต่ฉากที่ไม่มีในตัวหนังจริงๆมันอาร้าย~!? ผู้หญิงเลือดท่วมกับบ้านร้างนั่นมันเกี่ยวอะไรกับ Death Note ด้วยเหรอไม่ทราบ~!? ด้วยเหตุผลอันใดถึงต้องทำเทรลเลอร์ขึ้นมาเองแบบนั้นเหรอ!? จะว่าเป็นเหตุผลทางการตลาดมันก็ไม่เห็นเข้าเรื่องเลย รังแต่จะทำให้คนดูหนังที่ไม่อ่าน DN เข้าใจผิดไปเสียเปล่าๆ แถมบางคนที่เคยอ่านแล้วก็ยังคิดว่ามีฉากแบบนั้นในตัวหนังจริงๆด้วยซ้ำ (แน่ล่ะ ก็เขายังไม่เคยดูนี่ พอเห็นเทรลเลอร์แบบนี้ ก็ต้องมีเข้าใจว่าจริงกันมั่งอยู่แล้ว) จากหนังแนวเขย่าขวัญ สืบสวนสอบสวน มันจะได้กลายเป็นหนังสยองขวัญไปแล้วถ้าดูจากเทรลเลอร์เนี่ย คือถ้าเป็นเทรลเลอร์ที่ทำเอง เอาตัวหนังมาตัดต่อเอง จะไม่ว่าเลย (เอ่ออาจจะว่าแต่คงไม่ดุเดือดขนาดนี้) หรือจะเป็นเทรลเลอร์ที่เข้ากับแนวหนังจริงๆก็ยังดี เพราะอย่างน้อยมันก็ยัง เกี่ยวกับหนัง แต่เอาเทรลเลอร์อะไรก็ไม่รู้มาเนี่ย มันเข้าข่ายบิดเบือนและหลอกลวงผู้บริโภครึเปล่า? ถ้าคนเขามาดูเพราะอยากดูหนังผีล่ะ? ดูแล้วชอบก็คงดีไป แต่ถ้าดูแล้วไม่ชอบเขาคงงงนะว่าเขามาดูเรื่องเดียวกับที่ฉายในเทรลเลอร์รึเปล่า เห็นช่วงนี้มีแต่หนังผีเข้าฉายในโรง ก็เลยทำเทรลเลอร์ตัวเองให้กลมกลืนเหรอคะ? ทำไมไม่คิดว่าใช้เทรลเลอร์ของแท้แล้ว DN จะได้โดดเด่นไม่เหมือนหนังเรื่องอื่นๆที่ฉายช่วงนี้บ้างล่ะเอ้อ!!

แล้วถ้าเป็นเหตุผลทางการตลาดจริง ทำไมถึงคิดว่า เทรลเลอร์ที่ทำเองแบบนั้น จะสามารถดึงดูดคนมาดูได้มา เทรลเลอร์ของแท้ ได้ล่ะคะ? เทรลเลอร์ของแท้ไม่ดีตรงไหนเหรอ? ถ้าเกิดจะบอกว่าเอา เทรลเลอร์ทำเอง มาใช้เพราะอยากให้ตื่นเต้นเวลาได้ไปดูหนังจริง? เจ้าโปสเตอร์หนังทั้งหลาย รายละเอียดหนังทั้งหลายที่ออกมายังบอกไม่พออีกฤา? บอกมากไปจนเรางงด้วยซ้ำว่าเนื้อหาบางส่วนมันยังไม่ปรากฏในหนังตอนแรกเลยนะ ที่ญี่ปุ่นนี่ตอนเขาออก Official Movie Guidebook ของหนังตอนแรกมา ยังไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากมายขนาดนี้เลย เขาก็เอาเฉพาะที่เกี่ยวกับหนังตอนแรกอ่ะ แต่เรื่องนั้นก็อีกประเด็น=_=;;

ยังไม่ได้เห็นเองหรอกค่ะแต่ได้อ่านจากบลอคชาวบ้านกับได้ยินมาจากเอส ใครทราบเวบที่ดูเทรลเลอร์ DN Movie ที่ฉายในเมืองไทย รบกวนอนุเคราะห์บอกซักนิดนะคะ อยากเห็นให้เต็มลูกกะตา ~>_<~ ส่วนเทรลเลอร์เหตุผลทางการตลาดนั่นเราก็เดาเอาเองแหละค่ะเพราะไม่สามารถนึกถึงอะไรอื่นได้นอกจากเหตุผลทางการตลาด

จริงๆไม่ได้อยากบ่นอะไรมากมายนะคะ เพราะรู้สึกขอบคุณบริษัท M Picture ที่อุตส่าห์เอา Death Note Movie เข้าไปฉาย แถมยังฉายโรงทั่วไปด้วย เป็นการขยายฐานคนดูได้ดีเลยทีเดียว แต่มาเจอเรื่องเทรลเลอร์แล้วอดรนทนไม่ได้ ต้องระบายจริงๆค่ะ เพราะมันไม่ make sense จริงๆในสายตาของเรา T^T

แง่งๆๆ เศร้าอยากกัดคน!! >_<


=+=+=


ตอบคอมเมนท์

กำหนดตัวนักพากย์อนิเม DN + ของแถมจาก Jump Revolution ที่แฟนๆไม่ควรพลาด

คุณ SRP: พอดีว่าเราเป็นพวกใช้ของแถมที่เป็นโปสเตอร์ไม่คุ้ม (คือไม่กล้าเอาไปแปะนั่นเอง ^^;;) ก็เลยไม่มีปัญหาค่ะ แหะๆ

ตอนเห็นชื่อกุ๊กนี่ เรากับรูมเมทก็หันไปมองหน้ากันเหมือนกันค่ะ กุ๊กเนี่ยนะ เหอๆๆ

คุณฟินท์จ้า: อยากฟังเสียงคุณมิยาโนะพากย์ไลท์เร็วๆเหมือนกันค่ะ ตอนนี้นั่งดูโอรังแล้วนึกภาพคุณมิยาโนะพากย์เป็นไลท์ไม่ออกเลยจริงๆ ก็เจ้าทามากิติงต๊องซะขนาดน้าน~ XD;;;

คุณ momoko: ฮ่าๆๆ ไม่ได้เก็บเก่งอะไรหรอกค่ะ อย่างประวัตินักพากย์นี่ ดูเวบนี้เวบเดียวก็ครบถ้วนกระบวนความแล้วค่ะ XP;;
http://www.animenewsnetwork.com

อุ๊ ถ้านิยายเล่มหน้ารุคเป็นคนเล่าก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะ เจ้ารุคยิ่งมีอารมณ์ขันประหลาดๆไม่เหมือนชาวบ้านอยู่ด้วย หุๆ แต่เป็นเรื่องของ L นี่น้า รุคคงไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ ^^

ของที่ส่งไปให้ทางเมล์ ถ้าชอบก็ดีใจค่า ^_^

คุณ Felasia: ไม่ได้มีเฉพาะ Death Note ค่ะ จะมีการ์ตูนเรื่องอื่นๆที่ลงในจั๊มป์ตอนนี้ด้วย คิดว่าไม่มีโอกาสทำเป็นภาษาไทยค่ะเพราะเป็นฉบับพิเศษซึ่งปกติสำนักพิมพ์ในไทยไม่เอาไปแปลอยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่ง หนังสือเล่มเล็กที่แถมกับวิธีทำ CG ก็เป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ

น้องอาซานะ: 555 เก็บตา บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ไปฝันซะแล้ว แหมอยากจะจิ้นว่าหล่อเหมือนกันนะเนี่ย ^_~

คุณ mariPee: ข้อมูลเพียบเลยนะคะ หุๆ เรื่อง Akachan to Boku เห็นแกพากย์เป็นทาคุยะค่ะ (พอดีชอบเรื่องนี้ หุๆ) แต่คิดว่าไม่มีใครรู้จักเลยไม่ได้ยกตัวอย่างเรื่องนั้นขึ้นมาด้วย อ๊ะ แต่แกพากย์พวกวายๆเยอะเหรอคะเนี่ย เพิ่งรู้ หุๆๆ เยี่ยมมากเค่อะ คุณยามางุจิ

อ๊ะ เรื่อง AF3 นี่ก็เห็นที่พันทิพย์เนี่ยล่ะค่ะ มิได้มีคอนเน็กชั่นในไทยเหนียวแน่นแต่ประการใด ข่าวทั่วไปยังแอบตกข่าว AF ไม่ต้องพูดถึง 555 จริงๆหลังจากปีแรกก็ไม่ได้ดูแล้วล่ะค่ะ ^^;;

ขอบคุณสำหรับคำชมเรื่องฟิค เอ้ย ความฝันค่ะ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันประหลาดๆอยู่อยู่ดีล่ะนะ ^^;;

คุณ Miyabimiru: แอ๊ดได้ตามสบายค่ะ ^^

คุณ Pride: โอ้ว~ ได้ยินว่า DN Movie เป็นที่สนใจในเมืองไทยแล้วดีใจจังค่ะ ได้ยินมาจากเอสเหมือนกันว่าโฆษณากระหน่ำมาก เฮ้อ~ ถ้าไม่ติดเรื่องเทรลเลอร์ คงจะยิ่งดีใจกว่านี้ >_<

นั่นสิน้า~ เมลโลเอ๋ย ไปเขียนบันทึกเล่มนี้ตอนไหนน้า อ่านๆดูแล้ว โดยส่วนตัวเราคิดว่าน่าจะเขียนช่วงที่ตัดสินใจจะไปเดิมพันชีวิตกับคิระนะคะ เพราะน่าจะเป็นตอนที่คิดว่าจะทิ้งชีวิตตัวเองแล้วแน่ๆ ถึงได้เขียนด้วยว่า เคยใช้ชื่อว่า เมลโล เพราะกะว่าจะไปตายแน่ๆก็เลยพูดถึงตัวเองในรูปอดีตแบบนั้น พอได้มาอ่านบันทึกของเมลโลแบบนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนเมลโลยังอยู่เลยนะคะT_T

อิๆ เวลาเจอกัน เจ้าเด็กสองคนคงสร้างความวุ่นวายให้ L น่าดู แต่ก็น่าจะเป็นความอลเวงที่สนุกสนานและอบอุ่นล่ะน้า~ >w<


[ข่าวด่วน] อาจารย์โอบาตะถูกจับข้อหาพกอาวุธ

เอส: กรีดดด ไม่นะ อาจารย์ออกจะเป็นตัวปั๊มตังค์ให้ชูเอย์ฉะขนาดนั้น ชูเอย์ฉะคงไม่ทุบหม้อข้าวตัวเองหรอกน่า~ >[]<;;

คุณ Pride: โอ้ว~ นั่นสินะคะ ถึงจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หัตถ์เทวะอย่างอาจารย์ต้องมีทางไปอยู่แล้ว วิ้ว~ ขอตามติดไปเป็นเจเนอรัลเบ๊ด้วยโค้น~ >w<

คุณ momoko: ขอบคุณค่ะ เพื่อนแอบแซวว่าเราทำตัวเหมือนญาติผู้ใหญ่ของตัวเองถูกตำรวจจับมากเลย แต่คิดไปคิดมาก็เป็นอย่างนั้นจริงๆนะคะ รู้สึก(ทึกทักเอาเอง)ว่าอาจารย์เหมือนญาติผู้ใหญ่จริงๆไปแล้ว ถึงจะไม่ได้โดนโทษอะไรมากมาย แต่แค่คิดว่าอาจารย์ต้องมาเสียประวัติเพราะเรื่องนี้ก็รู้สึกไม่ดีแล้วน่ะค่ะ ไม่อยากให้แกมีประวัติ T^T


=+=+=


คราวหน้าคาดว่าจะได้เอารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอนิเมมาลงค่ะ เริ่มถูกข้อมูลทับถมอีกรอบแล้ว ทั้งอนิเม ทั้งหนัง ส่วนนิยาย Another Note ก็ยังแปลต่ออยู่เรื่อยๆค่ะ



Edit: ลืมบอกไปว่ายังเอา How to Draw มาลงไม่ครบนะคะ ทั้งหมดมีสี่ขั้นน่ะค่ะ เดี๋ยวจะมีพวกตัดเส้น ลงสี ต่ออีก ^_^


edit @ 2006/09/16 13:12:27
edit @ 2006/09/16 21:38:09
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โอ๊ะๆ เป็นครั้งแรกหรือเปล่าน้า สำหรับคอมเมนต์แรกแบบนี้

ขอบคุณมากๆสำหรับการแปล How to Draw ของอาจารย์โอบาตะนะคร่า~ อาจารย์จะเก่งไปไหนล่ะนั่น จินตนาการภาพในหัวให้เสร็จแล้วก็ร่างภาพในหัวออกมา โอ้ O.o หยั่งกับทำกันได้ง่ายๆ แต่น่าสงสารอาจารย์ที่แอบบ่นๆว่าทำงานจนไม่มีเวลาออกไปข้างนอก จนจินตนาการถูกจำกัดลงทุกที แต่ยังงั้ย ยังไงก็ยังคงทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ...ร้าก รัก อาจารย์โอบาตะจริงๆเลย

เราเองก็ชอบวาดภาพไลท์ แอล เนียร์ แล้วก็เมลโลอยู่บ่อยๆ ตอนที่มีเวลาว่าง (เช่นตอนนั่งเรียนเบื่อๆ) ภาพที่วาดยากที่สุดน่าจะเป็นไลท์แท้ๆ แต่เรากลับรู้สึกว่าไลท์วาดค่อนข้างง่ายกว่าตัวละครอื่นๆ หรือจะเป็นเพราะแค่วาดตาคมๆนั่นออกมาก็แสดงความเป็นไลท์ได้แล้วกันแน่น้อ

เรื่องเทลเลอร์ที่เริ่มจะออกมาปรากฏให้เห็นกันบ้างแล้วนั้น ได้ข่าวมาเหมือนกันคะว่าเหมือนหนังผีเสียยิ่งกว่าอะไร ไอเราก็อยากเห็นจริงๆ แต่ยังไม่มีโอกาสได้เห็นจริงๆเลยสักครั้ง T_T รู้สึกเซ็งงิ้ดทุกครั้งที่เห็นคนเม้นกันกระจุยตามบอรฺดต่างๆ จนไม่อยากนึกสภาพคนที่เข้าไปดูเดธโดยที่คิดว่าเป็นหนังผีแล้วออกมาทำหน้างงเลยให้ตายสิ อยากให้เดธประสบความสำเร็จในไทยเหมือนที่ญี่ปุ่นจริงๆ อยากให้คนอื่นๆได้รับรู้ความสนุกของเดธเหมือนๆกันกับเราแท้ แต่ทำไมพี่ไทยถึงทำแบบนี้ล่ะเนี่ย เฮ้อ...กลุ้มแท้น้อ ยังไงคงได้แต่ทำใจ

คำเดียวที่พูดได้ตอนนี้ คือ "ทำไปได้!!?"

ปล. เมื่อวานนี้น้องไปดูหนังมาเอาที่ขั้นหนังสือเดธฯมาให้ด้วย โอ้ย...>w< แทบจะกระโดดกอดคอ ยังไงก็ยังคงรักทุกอย่างที่เป็นเดธคะ และยืนยันว่าจะไปดูภาค Sound Track อย่างเดียวเท่านั้น อั้งๆ อากได้ยินเสียงมัตสึจังแบบเต็มๆ
#1  by  momoko (58.9.59.91) At 2006-09-16 12:05, 
ลืมๆ...

ขอแสดงความเสียใจกับคุณทากาเสะ ฮิโรชิ ผู้รับผิดชอบการถ่ายภาพยนตร์ ด้วยคะ

และ แอบดีใจที่คำว่า "โอบาตะ ทาเคชิ" ติดอันดับ1 Yahoo Japan ด้วยนะคะ ^_^
#2  by  momoko (58.9.59.91) At 2006-09-16 12:21, 
อ่านแล้วยิ่งรู้สึกว่าอาจารย์เก่งจริงๆ คงมีแต่อาจารย์เท่านั้นแหละค่ะที่จะวาดได้ขนาดนี้ แอบอึ้งตรงที่บอกว่าคิดทุกอย่างไว้ในหัวเรียบร้อยรวมทั้งรายละเอียดยิบย่อยไว้แล้วค่อยลงมือวาด โอ้ว สุดยอดเลยค่ะอาจารย์ขา
สงสัยว่าดินสอยี่ห้อนี้จะขายดีขึ้นอีกหลายเท่าหรือเปล่านะ

อืม เทรลเลอร์อันนั้นวันก่อนเรานั่งกินก๋วยเตี๋ยวแล้วบังเอิญเห็นที่ศูนย์อาหารมาบุญครอง แว่บแรกนึกว่าเป็นหนังผีไทยที่ทำเลียนแบบเดธซะอีก พอด่าในใจไปสักพัก ...อ่าว นี่มันเทรลเลอร์เดธจริงๆ นี่หว่า อึ้งไปว่ามันมีอีผีสาวเลือดโชกได้ยังไง คือเราเข้าใจผิดเฟลไปเลยว่าเดธมันทำออกมาในรูปหนังผีตลาดๆ หรือเนี่ย ถ้าไม่ใช่เดธนี่ตรูคงไม่ไปเสียเงินดูหรอกนะ จนมาเจอเอสเล่าให้ฟังถึงรู้ว่ามันไม่ใช่ฉากในหนัง
เทรลเลอร์มันแย่มากๆ เลยค่ะ ทำไมต้องมีสาวชุดนักเรียน ผมปกๆ มีเลือด มีผีดาดฟ้ามืดๆ ดูแล้วคิดได้อย่างเดียวว่าไลท์มันเป็นฆาตกรโรคจิตใช้โน้ตผี บรรยากาศหนังไทยสุดๆ และก็เชื่อว่าต้องมีคนอีกแยะที่ดูแล้วเข้าใจผิดไปเลยแบบเรา มันแย่จริงๆ ค่ะ
#3  by  แอน At 2006-09-16 12:37, 
โห... ถึงขั้นทำข่าวเจาะเหตุการณ์อ.โอบาตะโดนจับเลยเหรอ ? ไม่รู้จะดีใจหรือน่าโมโหดี ?! ดีใจว่าอาจารย์ดังมาก เป็นที่สนใจของคนญี่ปุ่น หรือโมโหเพราะเรื่องเล็กๆ แต่ทำเหมือนอ.ไปฆ่าคนตายมา ทำ feel ของสกู๊ปได้เหมือนรายการหลุมดำเมืองไทยม๊ากค่ะ

กลับมาเรื่อง How to ของอ.โอบาตะ กรี๊ดดดดดดดด..... ขอบคุณมากๆ ค่ะที่แปลมาให้อ่าน อ่านแล้วเดี๋ยวต้องไปซื้อดินสอมิตซูบิชิและยาลบโมโนมาใช้บ้างแล้ว เผื่อจะวาดรูปได้ดีขึ้นเหมือนอ. เอ... อ.โอบาตะไม่ตัดเส้นด้วยหมึกเหรอคะ ? เห็นขั้นตอนการทำงานแบบมืออาชีพของอ.แล้ว เราคิดว่า เรายังอ่อนมาก แค่มือสมัครเล่นยังบ่นโน่นบ่นนี่อยู่เลย

ส่วนเรื่อง Trailer ของไทยก็ยังไม่ได้ดูค่ะ เพราะไม่ค่อยได้เข้าโรงหนังเลยหมู่นี้ เห็นคนอื่นเขาคุยๆ กันว่า อย่างกับ The Ring มีผู้หญิงมาคลานกระดืบๆ ด้วย เฮ้อ... เอาเข้าไป ไม่เข้าใจความคิดพวกเสี่ยๆ ที่ซื้อหนังมาฉายพวกนี้เลย แต่ข้อดีคือ ประชาสัมพันธ์ตู้มมากค่ะ ป้ายคัดเอ้าท์ใหญ่ๆ เต็มเมืองไปหมด มองไปทางไหนก็เห็นแต่ไลท์กับ L
#4  by  Pride (61.19.52.38) At 2006-09-16 13:05, 
โห..คิดภาพไว้ในหัวรวมทั้งรายละเอียดยิบย่อยนั่นก่อนจะวาดทั้งหมด อาจารย์เก่งมากๆเลย >w<
เจาะข่าวจนรู้สึกเหมือนอาจารย์ไปทำคดีอุกฉกรรณ์ยังไงยังงั้นเลยแฮะ ขนาดขึ้นอันดับหนึ่งคำค้นหานี่..ช่างเป็นที่สนใจของประชาชนจริงๆน่อ
แต่คลิปล้อเลียนนั่น..แอบขำเล็กๆ นี่เองคำตอบของตอนจบที่แท้จริง ^^' (เป็นจริงคงขำทั้งน้ำตา 55+)
ส่วนทริลเลอร์ของไทย สงสัยด้วยความอาถรรพ์เราเลยยังไม่เคยเห็นซะที - -" ได้แต่ฟังที่เมทเล่าว่า"มันเหมือนหนังผีเลยอ๊ะ" แย่จัง..ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าหนังผีที่เข้าโรงนี่มันรายได้ดีขนาดนั้นเลยเหรอ ? ถึงต้องมาดัดแปลงทริลเลอร์ให้ DN ดูเป็นอย่างนั้นเพื่อจะได้เรียกลูกค้าอีกกลุ่มเข้ามาน่ะ (จริงๆแค่คำโปรยโปสเตอร์แต่ละอันมันก็ดูจะทำให้คิดอย่างนั้นอยู่แล้วด้วย ..ทำไมทำแบบนี้เนี่ย )
#5  by  hiyoNo At 2006-09-16 13:35, 
อยากดูเทลเลอร์จังแฮะ

M Picture ก็ซื้อ DN The Lastname แล้วนะครับ ฉายในไทยวันที่ 21 เดือนธันวาคม
#6  by  [Kaichu]Senki! At 2006-09-16 13:48, 
555 ขำน้องกุ๊ก ชื่อน่ารักมากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นยมทูตเลยค่ะ นี่ก็ยังแอบคิดอยู่นะ ว่าเวลาตั้งชื่อภาษาอังกฤษเนี่ย ใช้วิธีเปิดเจอหน้าไหนเอาหน้านั้นมาใช้หรือเปล่า (ในเรื่องยังไม่เท่าไหร่ ในAnother Note นี่...อ.คะ...แถวบ้านอ.มีคนชื่อแบบนี้จริงๆเรอะ???)
เห็นด้วยว่าสื่อเล่นข่าวนี้เว่อร์ไปค่ะ กับอีแค่มีดสวิสเนี่ยนะ บ้านหนูพกไว้เปิดฝาจีบ พี่จะจับหนูข้อหาพกที่เปิดฝาจีบนี่ก็ไม่รู้แล้วล่ะ =w=;;
#7  by  Asana Fay At 2006-09-16 17:42, 
ขอบคุณสำหรับคำแปลนะคะ อ.โอบาตะใช้ยางลบโมโนด้วย เหอ เหอ อ.เก่งมากมาย ละเอียดมากๆค่ะ
เรื่องข่าวของ อ. เราก็เพิ่งรู้อ่ะค่ะ ว่าที่ญี่ปุ่นห้ามพกปืนยาวขนาดเกิน 6 ซม. -*- แต่ไม่มีกระทบเรื่องงานโดยตรงก็โชคดีอ่ะค่ะ เราว่าไม่น่ามีผลต่องานที่อ.จะไปออกนะคะ ส่วนเทรล์เลอร์ในเมืองไทย ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ เชยมากมาย เหอ เหอ เดี๋ยวต้องไปหาดูซะแล้วสิ!!
#8  by  Chima (58.9.137.78) At 2006-09-16 19:08, 
ขอบคุณสำหรับการแปล How to Draw ครับ อ.โอบาตะสถดยอดจริงๆ นึกภาพในหัวแล้ววาดเหมือนลอกออกมา
ตอนต้นๆ ที่แปลมีแปลกๆ นิดนึงอ่ะครับ ตรงที่เขียนว่า
"ในหัวผมจะสร้างภาพเสร็จสมบูรณ์ที่ลงเรียบร้อยสีแล้ว"
น่าจะเป็น "ลงสีเรียบร้อยแ้ล้ว" มากกว่านะครับ ผมคิดว่าคงพิมพ์ผิดแหละครับ ผมเองก็เป็นบ่อยๆ เหมือนกัน

ส่วนตัวอย่างหนังในไทยยังไม่ได้ดูเลย ช่วงนี้เก็บตังค์รอดูเดธโน้ต แล้วก็ How to Read 13 อยู่ ส่วน Jump Revolution นี่ยังลังเลอยู่ ต้องไปสั่งร้านไว้ล่วงหน้ารึเปล่าอ่ะครับ หรือรอออกมาก่อนค่อยสั่งได้
#9  by  ::Naoki-kun:: At 2006-09-16 21:18, 
เนื้อหาดีมากครับ
ควรเน้นหัวข้อให้ชัดเจนอีกก็ดีครับ
#10  by  edumedia_master (202.44.14.194 /10.16.15.77) At 2006-11-08 12:46, 
#11  by   (125.26.122.211) At 2007-09-18 12:38, 

<< Home