ก่อนอื่น วันนี้เป็นวันเกิดของ น้องอาซานะ จึงถือโอกาสนี้อวยพรให้น้องอาซานะมีความสุขมากๆ คิดสิ่งใดก็ขอให้สมความปรารถนาทุกประการ และมีแต่เรื่องดีๆที่ทำให้สบายใจผ่านเข้ามาในชีวิตนะคะ ต้องขอบคุณน้องอาซานะมากๆ ดีใจที่ได้พบกันที่นี่ เพราะถ้าไม่มีน้องอาซานะ พี่ก็คงหงอยเหงาน่าดู ตอนมาถึงใหม่ๆ ยัย Kurai ที่สื่อสารกับเจ้าถิ่นไม่รู้เรื่อง ฟังเขาแล้วมึนดึ๊บ จะพูดทีก็ติดอ่าง ก็ได้รับความช่วยเหลือต่างๆนานามากมาย และจนถึงตอนนี้ก็ยังได้รับความช่วยเหลืออะไรหลายๆอย่างอยู่เรื่อย ที่แน่ๆ เคยคุยกับเพื่อนว่าถ้ารูมเมทเป็นคอการ์ตูนก็ดีสิ ไม่ถึงกับต้องเป็นสาววายก็ได้ แต่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาเจอคอการ์ตูนที่เป็นสาววายจริงๆ แถมเป็นคนไทยอีกต่างหากเอ้า ทำให้ได้ดี๊ด๊าอะไรกันหนุกหนานหลายเรื่องเลยเชียว
สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณมากๆอีกครั้งนะคะ สุขสันต์วันเกิดนะคะ คุณน้องสาวผู้น่ารัก ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยต่อไปนะคะ ^_^
=+=+=
ต่อไปจะเข้าตัวเนื้อหารีพอร์ท Comiket 70 ล่ะนะคะ
คำเตือน 1: ไม่เหมาะกับผู้มีภูมิต้านทาน Y (Yaoi) กับโหมดแม่ยกกรี๊ดกร๊าดต่ำค่ะ ถ้าไม่รู้ว่า Y (Yaoi) คืออะไร ทางที่ดี อย่าอ่านเอนทรี่นี้เลยจะดีกว่านะคะ ^^;;
คำเตือน 2: เอนทรี่นี้โหลดนรกใช้ได้เลยค่ะ
คำเตือน 3: สปอยล์ตอนจบของ Death Note ภาคหนังสือการ์ตูนนะคะ
เอนทรี่พิมพ์ๆเอาไว้หลังไปงานไม่นาน แต่เพิ่งได้เอามาลงนี่ล่ะค่ะ ^^;;
วันที่ 12 สิงหาคม ปี 2006 ที่ผ่านมาเป็นวันงาน Comiket ครั้งที่ 70 วันที่ 2 ในญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งครั้งนี้ก็ทำให้เราได้มีโอกาสไปสัมผัสงานการ์ตูนนอกเหนือจาก Only Event เป็นครั้งแรก
Comiket เป็นงานการ์ตูนขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ในแต่ละปีจะมีการจัดงาน Comiket ทั้งหมด 2 ครั้งคือ เดือนสิงหาคม (Natsu/Summer Comiket) และเดือนธันวาคม (Fuyu/Winter Comiket) ในแต่ละครั้งจะมีบุคคลทั่วไปและเซอร์เคิลเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากมายมหาศาล (ในคราวนี้มีเซอร์เคิลเข้าร่วมประมาณ 35,000 เซอร์เคิล) อีกทั้งยังเป็นงานการ์ตูนในญี่ปุ่นที่คนต่างชาตินิยมไปกันมากที่สุดด้วย ความยิ่งใหญ่อลังการก็ดูได้ง่ายๆจากการที่ในแต่ละวันนั้น Comiket เล่นยึดพื้นที่ทั้งอาคารฝั่งตะวันออก (ห้อง 1-6) และฝั่งตะวันตก (ห้อง 1-2) ของ Tokyo Big Site ไปใช้จัดงานนั่นเอง ขอโทษทีเถิด เดินแค่ห้องเดียวก็จะเป็นลมเอาได้ง่ายๆแล้ว
ปกติแล้วงาน Comiket จะจัดทั้งหมด 3 วัน โดยเท่าที่เรารู้คร่าวๆ วันที่ 1 จะเป็นวันของอนิเม วันที่ 2 จะเป็นวันของพวกหนังสือการ์ตูน (การ์ตูนของโชเน็นจั๊มป์ก็อยู่วันนี้ เราเลยไปร่วมงานวันนี้ไงล่ะ ^^) และวันที่ 3 จะเป็นวันของเกม จริงๆมีแบ่งประเภทอย่างอื่นอีกด้วย แต่จำรายละเอียดไม่ได้แล้ว ไม่มีแพมเฟล็ตเสียด้วย ^^;;
งาน Comiket นี่จะต่างจากงาน
วันนี้งานเริ่มตอน 10 โมง ตอนแรกกะจะออกจากบ้านตั้งแต่เช้าและไปถึงหน้างานซัก 8 โมงครึ่งเพื่อเข้าแถวต่อคิวก่อน จะได้เข้างานเร็วหน่อย แต่ด้วยความที่เมื่อคืนนั่งแช็ตกับเพื่อนจนดึกดื่นและนั่งอ่านนิยาย Death Note ต่อจนถึงเช้ามืด ก็เลยแข็งใจลุกจากเตียงไม่ได้ตามกำหนดเวลาจนได้ กว่าจะได้ออกจากบ้านก็ 8 โมงนิดๆแล้ว ^^;;
วิธีไป
ไปถึง
เดินๆไป แล้วก็เดินๆไป แล้วก็เริ่มรู้สึกตัวว่า นี่เรากำลังเดินอ้อมโลกอยู่ชัดๆ =[]=;; คือเราและคนอื่นๆกำลังเดินอ้อมไปไกลโขเพื่อวนกลับไปที่ตัวอาคารตอนที่ลงจากรถครั้งแรกเพราะต้องไปต่อคิวตรงลานกว้าง(โคตร)เพื่อรอเข้างานกันตามลำดับ กว่าจะเดินขึ้นๆลงๆบันไดด้วยนี่ก็เล่นเอาหอบแฮ่ก เดินไปเรื่อยๆก็จะเริ่มมีเส้นทางแยก คือใครจะไปอาคารตะวันออกก็ไปทางหนึ่ง ใครจะไปอาคารตะวันตกก็ไปอีกทางหนึ่ง เข้าแถวแยกจากกันเป็นกิจลักษณะ ส่วนเรากว่าจะไปถึงลานกว้างสำหรับอาคารตะวันออกนี่ ขนาดเดินแบบสปีดฝีเท้าแล้วก็ยังใช้เวลา 15-20 นาทีแน่ะ ยังไม่ทันได้เข้างานก็ปวดน่องแล้วนะเนี่ย =[]=;;
เดินๆไป เดินๆไป ในที่สุดก็ถึงเสียที เดินเข้าประตูที่เปิดสู่ลานกว้าง แค่เห็นฝูงคนจากไกลๆที่ต่อคิวกันอยู่ก็หนาวแล้ว อ้ะ เอาภาพให้ดู

เดินเข้าไปเป็นหนึ่งในแถวยาวเหยียด มองไปทางไหนก็มีแต่คน คน แล้วก็คน
แถวแนวขวางที่เห็นอยู่ข้างหน้านั่นเป็นแถวที่จะได้เข้างานก่อน และตามด้วยแถวแนวตั้งอย่างเราๆที่ก็จัดลำดับแถวด้วยการคั่นกรวยยางแบ่งแถวเอาไว้เป็นจุดๆ ขณะนี้เวลา 9 โมง 15 นาที โอ๊ยโหยว จะได้เข้างานกี่โมงเนี่ย =[]=;;
นั่งกับพื้นคอนกรีตอ่านนิยาย DN รอไปพลางๆ พอใกล้ 10 โมง สตาฟฟ์ก็ขอความร่วมมือให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนยืนขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมเดินเข้างาน แล้วก็กำชับให้พวกเราเดินเข้าไปชิดๆกับคนข้างหน้าเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อจะได้เข้างานกันได้เร็วๆ ตะโกนร้องบอกเหมือนปลุกใจกันเลยล่ะ 555
10 โมงปุ๊บ ประตูก็เปิดให้เข้า คนที่ต่อแถวกันอยู่ก็ทยอยๆกันเดินเข้าไป กว่าจะถึงอาคารตะวันออกนี่ก็เดินอีกราว 5-10 นาทีได้ การปล่อยให้คนเข้างานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว รวดเร็วทันใจกว่าที่เราคาดเยอะเลย ต้องชื่นชมผู้จัดงานและสตาฟฟ์ที่จัดระเบียบคิวไว้ดีตั้งแต่ต้นแล้ว อะไรๆจึงทำได้รวดเร็วไปหมด ^_^
พอเดินเข้าไปถึงตัวอาคาร(ซะที) ก็เริ่มใจเต้นตึกตัก แอบละห้อยนิดๆที่ต้องเดินเดิ๊นเดินอีกแล้ว เพราะแต่ละห้องจัดงานนี่ก็กว้างใช่ย่อย กว่าจะเดินไปถึงห้องหมายเลข 2 ก็ไกลใช้ได้ แต่ใจมันเต้นระรัวไปซะแล้ว ก็เลยเดินดุ่มๆเข้าไปให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด แล้วก็ โอ๊ว~ ถึงแล้ว ถึงซะที หยัตต๊า~~~!! XD XD XD
คนเยอะแต่ก็ไม่แออัดยัดเยียดจนเกินไปนะ การต่อคิวซื้อโดจินของแต่ละบูธเป็นไปด้วยความมีระเบียบเรียบร้อย หากเซอร์เคิลไหนได้รับความนิยม คนเข้าคิวซื้อโดจินกันเยอะ สตาฟฟ์ก็จะมาช่วยจัดการดูแลให้ โดยจะตัดคิวออกเป็นส่วนๆ ไม่ให้เรียงต่อกันยาวเป็นพรืดเพื่อไม่ให้ไปกั้นช่องทางเดินของคนมาร่วมงาน ส่วนเซอร์เคิลที่ทางผู้จัดงานเห็นอยู่แล้วว่าเป็นเซอร์เคิลยอดฮิต ก็จะได้รับการจัดให้ไปตั้งบูธอยู่ริมกำแพง หรือที่เรียกกันว่า บูธริมกำแพง นั่นล่ะ เพราะถ้าเกิดคิวยาวจนล้น ก็จะสามารถจัดให้ต่อแถวออกมาข้างนอกได้ คนต่อคิวที่อยู่หลังสุดของแต่ละคิวจะถูกขอความร่วมมือให้ถือป้ายบอกเลขที่บูธของเซอร์เคิลและข้อความว่ากำลังต่อคิวอยู่เอาไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่านี่คือหางแถวนะ คนที่เพิ่งมาจะได้ไปต่อคิวถูก แต่เห็นคนถือป้ายอยู่ไม่ได้หมายความว่านั่นเป็นหางแถวสุดท้ายจริงๆเสมอไปนะ เพราะบางทีเขาตัดคิวออกเป็นส่วนๆไม่ให้เกกะทางเดิน จึงอาจจะทำให้มีคิว 2-3 คิวได้ ต้องมองดีๆ แต่ถ้าเราต่อผิด สตาฟฟ์หรือคนที่อยู่คิวนั้นเป็นคนสุดท้ายก็จะบอกเราเองแหละ (โดนมารอบนึง แหะๆ เค้าไม่รู้หนิตัว~ คนญี่ปุ่นเองก็มีเข้าคิวผิดกันเหมือนกันแหละ มันดูลำบากนี่น้า)
อย่างในภาพด้านล่างนี่ถ่ายตอนออกมาจากงานแล้ว (เพราะสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกคือการกวาดโดจิน รูปเริปเลยไม่ค่อยได้ถ่ายเท่าไหร่ แหะๆ ^^;;) คนเข้าคิวยาวออกมาจนถึงด้านนอก เสียดายในรูปรถบัสบังอยู่ ไอ้เราก็เขิน ไม่อยากไปถ่ายแถวเขาใกล้ๆเสียด้วย
ส่วน
ด้านล่างนี้คือคนที่ต่อแถวรอซื้อโดจินจากเซอร์เคิลเดียวกับรูปบนนั่นแหละ แต่ถูกตัดแยกออกมาอีกแถวเพื่อไม่ให้ขวางทางสัญจรของคนอื่นๆ สรุปว่าเป็นเซอร์เคิลนี้ที่คิวยาวมากกกเซอร์เคิลหนึ่ง
=+=+=
ว่าแล้วก็เอาสมบัติที่เอาหยาดเหงื่อและน้ำตาไปแลกมา (น้ำตานี่ก็เว่อร์ไป แต่หยาดเหงื่อนี่จริงๆนะ มุทำงานพิเศษก็เพื่อเรื่องนี้เป็นวัตถุประสงค์หลักอย่างหนึ่งเลยแหละ =_=;;) มารีวิวเล่นๆเช่นเคยค่ะ ^_^
เริ่มจากบธริมกำแพงก่อนละกัน บังเอิญว่าเราต้องไปซื้อโดจินจากเซอร์เคิลที่ตั้งบูธติดกำแพงอยู่ 2 เซอร์เคิล เพิ่งรู้เหมือนกันว่าแถว A นี่คือบูธติดกำแพง คนต่อคิวกันยาวเชียว เอาล่ะสิ จะไหวมั้ยนะเรา? O_o;;
โชคดีว่าบูธของเซอร์เคิลTsuimitsutou (เดิมชื่อ Green Peace)ไม่ยักกะมีคนเข้าคิว มีคนเข้าไปซื้อบ้างแต่ซื้อเสร็จก็เดินออกมาอย่างรวดเร็ว ดีจังแฮะ แต่จริงๆตอนแรกเราหลงไปต่อคิวของบูธเซอร์เคิล Balgus Rec เพราะโต๊ะเขาติดกันเลยเข้าใจว่าต้องต่อคิวเดียวกัน ตอนหลังเห็นคนเดินเข้าไปซื้อของ Tsuimitsutou โดยไม่ต้องต่อคิว เลยถึงบางอ้อว่าคนละคิวกันเด้อ เพิ่งเคยไปครั้งแรกก็ป้ำๆเป๋อๆแบบนี้ล่ะเรา ^^;; ว่าแล้วก็เร่งรี่เข้าไปซื้อสมุดรวมภาพ CG จากโนเวลเกม ไลท์ x L ที่เขากำลังพิจารณาว่าจะทำกันอยู่ เห็นบอกว่าจะรอดูผลตอบรับจากหนังสือเล่มนี้ก่อน วี้ด~ นี่ถ้ามีเกม ไลท์ x L ฝีมือเซอร์เคิลนี้ออกมาจริงๆจะกรี๊ดมาก เพราะเส้นเขาสวยจริงๆ รอร้อรอวันที่เกมจะออก รอมานานแล้วให้มีโดจินเกมคู่ ไลท์ x L>w< จริงๆเขาเคยออกเกมเดธมาครั้งหนึ่งแล้วล่ะ แต่เป็นคู่ L x ไลท์ เลยไม่ได้ซื้อ
สมุดรวมภาพงามมาก เอาปกมาให้ดู
Hakudaku Tenshi (by Tsuimitsutou)
สนนราคา 500 เยน

ภาพด้านในเรทกระจาย ให้ลิงค์ไปดูตัวอย่างภาพที่เวบเขาโดยตรงเลยก็แล้วกัน เอามาลงจะๆตรงนี้แล้วหวาดเสียว~ ^^;;
http://park12.wakwak.com/~seeta009/white_angel/index.html
สาววายไปตอบแบบสอบถาม+เสนอไอเดียเกี่ยวกับเกมกันเพียบเลย แหม เห็นแต่ละซีนที่เสนอกันแล้วแอบเขิน ไว้รวบรวมคำพูดก่อนจะไปตอบมั่ง หุๆๆ ใครรู้ภาษาญี่ปุ่นแล้วอยากเล่นเกม ไปช่วยๆกันตอบก็ดีนะคะ เผื่อเขาจะได้ตัดสินใจทำเกมออกมาจริงๆ XD
http://park12.wakwak.com/~seeta009/cgi-bin/vote/tackyvote.cgi?votechoice=0
=+=+=
เซอร์เคิลต่อไปที่แวะไปเยี่ยมก็เป็นบูธริมกำแพงที่อยู่ในละแวกเดียวกันนั่นเอง สำหรับเซอร์เคิลนี้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอยู่ติดกำแพง เพราะเป็นเซอร์เคิลชื่อ Love หรือก็คืออาจารย์ฮิเดกิ คาวาอิ ผู้เป็นนักเขียนการ์ตูนวายมืออาชีพอยู่แล้วนั่นเอง (แต่รู้สึกเหมือนอาจารย์แกจะเปลี่ยนนามปากกาไปเรื่อยๆนะ ไม่แน่ใจเหมือนกันตอนเขียนการ์ตูนวายนี่แกใช้ชื่ออะไรมั่ง @_@) ชอบผลงานโดจิน DN ของอาจารย์มาตั้งแต่เล่มก่อนแล้ว ชอบอุเคะตัวสั่นดุ๊กๆของอาจารย์จริงๆ คราวนี้อาจารย์ออกโดจิน ไลท์ x L เล่มใหม่เลยพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เรื่องราวเกี่ยวกับความรักที่ไม่อาจตั้งอยู่บนความจริงใจจากใจที่แท้จริงได้ของไลท์และ L ที่ชวนให้สะท้อนใจ แต่ แต่ก็ถูกโทนดราม่าปกคลุมไว้ตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะตอนจบ โอ๊ย~ ความสัมพันธ์ของไลท์กับ L มันจบลงด้วยความเศร้าสะท้อนใจทุกทีเลยสิน่ะ แต่ก็เพราะเป็นคู่นี้ล่ะนะ ไม่มีทาง Happy Ending ได้อย่างราบรื่นหรอก
Into the Woods (by Love)
สนนราคา 800 เยน มาอย่างหนา 60 หน้าเศษๆ อ่านกันสะใจ


ประโยคเด็ดในเรื่อง
ระหว่างเดทกันอยู่
ไลท์+L: ระหว่างทางเราไม่ได้พูดอะไรกันเลย เพราะถ้าพูดกันก็จะมีแต่เรื่องโกหกหลอกลวงผุดขึ้นมาทั้งนั้น
จากนั้นสายฝนก็เทลงมา วาตาริขับรถลีมูซีนมารับ L ไลท์ที่ยืนถือร่มอยู่ถาม L ว่า ฉันอยากจะไปซื้อของต่อ แต่ริวซากิจะกลับแล้วสินะ
L: ครับ ผมจะกลับแล้ว
ไลท์: ไม่ไปด้วยกันกับฉันสินะ
L: ครับไม่ไป ถึงผมจะรักคุณ แต่ผมก็ไม่ไปกับคุณครับ
อ๊า สัญลักษณ์~ โอยสะท้อนใจกับเส้นทางของทั้งคู่ที่ไม่มีวันบรรจบกันลงได้ อาจารย์ใช้คำพูด+ดำเนินเรื่องได้ชวนตึกตักและปวดใจมากเลย TwT
มีแถมการ์ดโฆษณางาน Good Comic City XIII ที่จะจัดขึ้นวันที่ 27 สิงหาคม 2006 ด้วยค่ะ โอ๊ย~ ชอบโดจินไลท์ x L ของอาจารย์ แต่ก็อยากเห็นโดจิน เมลโล x เนียร์ ของอาจารย์เหมือนกันนะเนี่ย แค่เห็นการ์ดก็กรี๊ดแล้ว >w<
เป็นหนึ่งในโดจินที่อยากทำดิจิแคเมชั่น แต่โปรเจ็กต์ที่กองสุมตอนนี้ทำให้ต้องดองโปรเจ็กต์ดิจิแคเมชั่นโดจินต่อไป ซิก
=+=+=
เล่มต่อไปเป็นแอนโธโลจี้สำหรับแมตต์โดยเฉพาะ
Intro Mania
สนนราคา 700 เยน 
ว่าแต่ทำไมเราถึงซื้อมาน่ะฤา? เพราะโดจินของท่านอั้ยตอนหนึ่งมีฉากน้องเนียร์ออกมาโชว์ความน่ารักกิ๊บกิ้วอึมน่ะสิ ว่าแล้วก็ถ่ายแต่หน้าที่น้องเนียร์เยอะมาด้วยความลำเอียงส่วนบุคคล น้องเนียร์อย่างรั่วแต่ยังพกพาความน่ารักมาเต็มกระเป๋าเหมือนเคย XD

=+=+=
ไปตามจกโดจินของเซอร์เคิล Erare อีกเช่นเคย งานนี้ออกโดจินสองเล่มแน่ะ ใช้อิมเมจสีดำและสีขาวคู่กั๊นคู่กัน ชื่อ Nero กับ Bianco สนนราคาเล่มละ 500 เยน
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังตอนจบ Death Note พอไปอยู่อีกภพ L ก็เปลี่ยนอาชีพจากนักสืบไปเป็นคนตัดขนแกะซะแล้ว หุๆ น่าร้าก แล้วไลท์ก็ได้ตามมาช่วยตัดขนแกะอีกคน อาถ้าเขาสองคนได้เจอกันแบบนี้จริงๆก็ดีสิ >w<
=+=+=
เซอร์เคิลนี้ก็เขียนเนื้อเรื่องช่วงหลังตอนจบของ Death Note อีกเช่นกัน ไลท์กับ L ได้ไปเจอกันในอีกภพหนึ่งแล้วไลท์ก็เหมือนได้รับการปลดปล่อยเมื่อ L ไม่ได้ถือโทษแต่กลับเป็นฝ่ายขอโทษไลท์ซะเองที่รักษาสัญญาว่าจะจับไลท์ได้ไม่สำเร็จ T_T
After the End โดย Pepperoni Quatro
สนนราคา 400 เยน

=+=+=
อีกเล่มก็เกี่ยวกับตอนจบของ Death Note อีกแล้ว เราแพ้ทางโดจินที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับตอนจบ Death Note จริงๆนั่นแหละ ก็มันอยากอ่านเนื้อเรื่องหลังตอนจบที่แต่ละเซอร์เคิลสร้างสรรค์ขึ้นนี่นา ยิ่งไลท์กับ L ได้ไปเจอกันแล้วด้วยก็ยิ่งฮะเมี้ยว~ แล้วแต่ละเซอร์เคิลก็เขียนออกมาได้ซึ้งดีเชียว TwT เล่มนี้ก็ออกแนวเศร้าๆ เส้นสวยดีด้วย
Kurayami no Naka โดย Yosuga สนนราคา 300 เยน

=+=+=
เปลี่ยนจากอะไรเศร้าๆมาดูอะไรฮาๆบ้าง เซอร์เคิล Marukichi ยังคงความบ้าได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย คราวนี้มากับโดจินเล่มใหม่ชื่อ Necromantik บ้าอย่างไรนั้น ดูจากตัวอย่างภาพคงพอจะคาดเดาได้ XD;;;
Necromantik โดย Marukichi สนนราคา 500 เยน

=+=+=
เล่มนี้มากับแก๊กฮาๆแบบน่ารัก ให้หัวเราะคิกคักไปตามเรื่อง ลายเส้นไม่โดดเด่นแต่น่ารักสะอาดตา แล้วก็เขียนออกมาได้อารมณ์เนื้อหาที่ต้องการจะสื่อทีเดียวล่ะ ^^
No Plan โดย Mite Yori

เนียร์เล่นติ๊ต่างให้สมาชิก SPK เป็นครอบครัวของตัวเอง เรสเตอร์เป็นท่านพ่อ ฮาลเป็นท่านพี่ ส่วนเจอวานนีถูกเรียกชื่อเฉยๆแล้วเนียร์ก็แบมือเหมือนจะขออะไรบางอย่างจากเจอวานนี เจอวานนีผู้น่าสงสารได้แต่ช็อคเมื่อเริ่มจะเก็ตว่าตัวเองอยู่ในสถานะอะไร โธ่เจ๋อจ๋า มีวาสนาเป็นได้เพียงเท่านั้นเองหรือนี่?XD;;;
เมื่อความรักของเมลโลและเนียร์ถูกว่าที่พ่อตากับพี่สะใภ้กีดกัน ส่วนเจ้าสัตว์เลี้ยงประจำบ้านเจอวานนีก็ได้แต่มองด้วยความละเหี่ยใจ (ฮา)
=+=+=
Riset.IC ยังคงพกพาความบ้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ก็ถูกใจยิ่งนักเพราะเขาเขียน เมลโลxเนียร์ ได้น่ารักฮาดิ้นยิ่ง ไปคราวนี้ไปเหมามาเกือบหมดบูธเพราะเขาออกผลงานมาเยอะจริงๆ เราเลยยังไม่มีเป็นส่วนใหญ่
เอาตัวอย่างมาให้ดูบางเล่ม
Death Note King 2 กับ Go Just Party
สนนราคา 500 เยนและ 700 เยนตามลำดับ
Miman Seikatsu 1 และ 2
สนนราคาเล่มละ 600 เยน
ตัวอย่างด้านในนี่จำไม่ได้แฮะว่ามาจากเล่มไหนบ้าง เอามาให้ชมความบ้าของเซอร์เคิลนี้แต่ก็น่ารักน่าชังไม่หยอก XD

เราซื้อโดจินเขามาหลายเล่มก็จริงอยู่ แต่เขาก็เล่นแถมโดจินเล่มหนาเตอะที่เอาไว้แถมโดยเฉพาะมาให้เราเลย ทุ่มทุนสร้างมาก XD;;;
=+=+=
ระหว่างที่รอ Green Peace ออกเกม Shiro Tenshi เราก็ถือโอกาสซื้อเกมโดจิน ไลท์xL ของเซอร์เคิล Classic มาเล่นให้หายอยากก่อน
London Noir by Classic สนนราคา 1,000 เยน

เมื่อไลท์กับ L ต้องร่วมมือกันตามสืบหาตัวฆาตกรที่มีวิธีสังหารเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายด้วยการทำให้หัวใจวายเช่นเดียวกับคิระถึงประเทศอังกฤษ มีเมลโลกับน้องเนียร์ปรากฏตัวออกมาประปรายด้วย เนื้อเรื่องสนุกตื่นเต้นดีทีเดียวล่ะ แถมมีฉากอ๊างๆมาสนองจิ้นของแฟนๆ ไลท์xL ด้วย ชอบจริงๆตอนที่ L ตกอยู่ในอันตรายแล้วไลท์คิดในใจว่า ไม่ได้นะ คนที่จะฆ่านายคือฉันต่างหาก แหมๆ ห่วงเขาก็พูดไปตรงๆเซ่~ >w< แต่ก็ชอบความสัมพันธ์แบบจะฆ่ากันตายของคู่นี้นะ เอ๊ะ ยังไง? ไม่รู้สิ มันเศร้าๆแต่ก็ได้อารมณ์ (ฤาเราจะเป็นมาโซ? =[]=;;)
นอกจากเกมแล้วก็ตบโดจินของเซอร์เคิลนี้มาด้วย เซอร์เคิลนี้ได้ใจตรงที่เขียนโดไลท์xL กี่เล่มๆก็เรทหมดทุกเล่มเลย ฮี่ๆๆ XD;;;
=+=+=
เซอร์เคิลที่ไม่มีวันลืมได้ลงแม้ว่าเขาจะหันหลังให้ Death Note ไปเขียนโดจิน Bleach ซะแล้ว ยังไงลายเส้นอาร์ตๆสวยๆและเนื้อเรื่องตราตรึงใจของเซอร์เคิลนี้ก็จะอยู่ในความทรงจำของเราเสมอ TwT
Pink โดย D:Brand
สนนราคา 400 เยน

=+=+=
ไม่ว่าจะเขียนโดจิน LMN หรือ ไลท์+L เซอร์เคิลนี้ก็ยังคงมาพร้อมกับลายเส้นสะอาดใสแต่เนื้อเรื่องนั้นแฝงความนัยลึกซึ้งเอาไว้ เล่มนี้จะเป็นตอนไลท์กับ L ไปเที่ยวงานเทศกาลช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่นค่ะ ^^
Ison โดย Jibun Box
สนนราคา 600 เยน

=+=+=
โดจิน MN/NM เล่มนี้น่ารักม้ากกกก ตั้งแต่ลายเส้นยันเนื้อเรื่อง XD
Rock n Roll Rendezuous โดย Hattori
สนนราคา 500 เยน
เมื่อเมลโลบอกน้องเนียร์ว่าฐานทัพลับแห่งนี้เป็นความลับของเราสองคน ทำเอาน้องเนียร์หัวใจพองโต
แต่ต่อมาเมลโลดันทะลึ่งเผลอไปบอกเด็กคนอื่นเสียนี่ พอน้องเนียร์เห็นเมลโลพากิ๊กไปเหยียบบ้านแสนสุขหมิ่นเกียรติภรรยาหลวงถึงที่(เฮ่ๆ!)เลยน้อยอกน้อยใจ L ถามไถ่เข้าหน่อยเลยบ่อน้ำตาแตกแถมยังบอกเปล่าร้องไห้อีก (โถๆ น้องเนียร์จ๋า~ *เขกหัวเจ้าหนูเมลโลหนึ่งทีโทษฐานแกล้งน้องเนียร์*) L ปลอบเนียร์ว่าความลับของคนสองคนน่ะ จะสร้างอีกเมื่อไหร่ก็ได้
ตอนจบเมลโลโผล่หน้ามาขอโทษ น้องเนียร์เลยแก้แค้นด้วยการจุ๊บเมลโลไปหนึ่งทีพลางสำทับว่า แบบนี้คงเอาไปบอกใครไม่ได้แล้วสินะ ก๊ากกก แต่ว่ากรี๊ดดด น้องเนียร์ก็แอบเป็นฝ่ายรุกสิเนี่ย~! แหม แต่เนื้อเรื่องน่ารักแบบนี้ ให้อภัยได้ฮ่า~ XD
=+=+=
เซอร์เคิลนี้มาพร้อมกับโดจินแก๊กน่ารักๆอีกเช่นเคย ติดใจ L ที่เขาวาดจริงๆ
Platinum โดย Ma.Yones สนนราคา 300 เยน


=+=+=
โดจินที่ปิ๊งตั้งแต่เห็นแค่หน้าปก แถมไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเป็นโดจินของ MTP ที่แอบชื่นชอบผลงานเขามานานแล้วนั่นเอง ปกติเขาจะวาดโดจิน NM/MN กับ GN โดเล่มนี้ความดราม่าปรากฏให้เห็นตั้งแต่บนปก เส้นข้างในก็สวยงามดีเชียว เป็นโดจินที่คุ้มค่าอีกเล่ม >w<
Super Rush โดย MTP สนนราคา 500 เยน

=+=+=
Renai Sousaka โดย Moon Stone
สนนราคา 400 เยน 
เนื้อเรื่องก็เกี่ยวกับความรักแหววไหวแต่ไม่หวานเลี่ยนแอบเรทของไลท์กับ L นั่นแล แนวนี้อ่านกี่ทีๆก็ไม่เบื่อนะเนี่ย มันน่ารักจุ๊กกะดิ๊กดี XD
=+=+=
ปิดท้ายด้วยโดจินรักแหววไหวแอบเรทของไลท์กับ L อีกเล่ม เรื่องนี้ก็ชวนจุ๊กกะดิ๊ก หัวใจเต้นจังหวะกำลังน่ารักเริงร่าทีเดียว
Pink Note โดย Peach World สนนราคา 500 เยน


=+=+=
สิ่งที่เสียดายที่สุดในงานนี้คือไปซื้อโดจินเรื่อง Reversible ของเซอร์เคิล D:BRAND ไม่ทัน รู้งี้รีบๆสั่งจากเวบเขาเลยเสียก็ดี T_T อยากได้โดจินเล่มนี้มานานแล้ว เนื้อเรื่องประมาณว่า อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไลท์เข้ามาอยู่ในฐานะของวาตาริ แถมดูจากตัวอย่างภาพก็ดูซึ้งๆปนเหงาๆเศร้าๆตามสไตล์ของ D:BRAND ดีด้วย ยิ่งเมื่อได้รู้ว่าเขาไปร่วมงาน Comiket 70 ในโซนของ Death Note เป็นครั้งสุดท้าย (หมายความว่าจะเลิกเขียนโดจิน Death Note แล้วนั่นล่ะ) เรายิ่งใจหายเข้าไปใหญ่ ถึงจะเห็นเขาหันไปเขียนโดจิน Bleach ได้ซักพักหนึ่งแล้วก็เถอะ แต่มันก็ยังรู้สึกโหวงๆในใจอยู่ดี
ได้แต่หวังว่าพออนิเม Death Note ฉายแล้ว เซอร์เคิลที่เราชอบผู้ห่างหายไปจาก DN จะหวนคืนมาสร้างผลงานเกี่ยวกับ DN อีกซักเล็กน้อยก็ยังดี หวังว่าจะมีเซอร์เคิลเก่งๆเข้ามาสู่ Fandom ของ DN เพิ่มขึ้นอีก สุดท้ายนี้ ก็ชื่นชมเซอร์เคิลต่างๆที่ยังยืนหยัดอยู่กับ Death Note จริงๆ รักพวกคุณมากๆ จะอุดหนุนผลงานต่อไปนะคะ T_T
อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังดีใจมากๆที่เห็นหนัง Death Note ที่เมืองไทยกำลังบูม หวังว่าพอได้ดูหนังจริงๆแล้ว คนส่วนใหญ่จะไม่ผิดหวังล่ะนะ อ่านที่คนบ่นเรื่องหน้าตานักแสดงจนตาล้าแล้ว ตอนแรกเราก็มีบ่นเรื่อง ฟุจิวาระ ทัตซึยะ เหมือนกันแหละ แต่ตอนนี้คิดว่า แหมน่าจะผ่านขั้นตอนวิจารณ์หน้านักแสดงกันไปได้แล้วนา เห็นบ่นกันไม่จบซะที คืออยากให้ดูหนังจริงๆก่อนน่ะ แล้วจะวิจารณ์หน้าตานักแสดงต่อก็วิจารณ์เถิด แต่อยากให้ดูองค์ประกอบอื่นๆของหนังอย่างเนื้อเรื่องและฝีมือการแสดงของนักแสดงด้วยล่ะน้อ ^_^;;
จริงๆตอนนี้ที่ญี่ปุ่น Death Note ก็กำลังบูมในหมู่คนทั่วไปสุดๆอยู่เหมือนกันนะ เพียงแต่ว่าจำนวนคนเขียนโดจินน้อยลงเยอะน่ะ เลยเศร้า หงิง~
=+=+=
เดินวนไปวนมา เห็นโดจินสวยๆอีกเยอะแยะมากมายน่าจับจ่ายซื้อหา โดจินกิ๊กเก่าอย่าง Hikaru no Go ก็ยั่วตายั่วใจยิ่งนัก ทั้งผลงานใหม่ของ Im Not และ Kakusekai (มองๆไปไม่ยักเจอ Ojiroh แฮะ) แต่โดนเมียหลวงคนปัจจุบันอย่าง Death Note สูบทรัพย์ไปหมดแล้ว อีกอย่าง อยากรีบกลับบ้านไวๆและเกรงว่าถ้าอยู่ในงานต่อไปจะถูกดูดทรัพย์จนไม่มีกระทั่งค่ารถกลับบ้าน พอซื้อโดจินที่อยากได้จริงๆเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วตอนประมาณบ่ายโมง ก็เลยรีบจรลีออกจากงานทันที ความรู้สึกตอนนั้นมันคือ อยากจะหนีออกไปให้ไกลจากที่นั่นโดยเร็วจริงๆนะนี่ก่อนจะโดนแวมไพร์ดูดเลือดนามว่า Comiket ล่อล่วงให้เผลอใจไปมากกว่านี้ >_<;;;
ออกมานอกบริเวณจัดงาน จะเจอคนนั่งพิงกำแพง นั่งล้อมเสาหยิบโดจินชิที่ซื้อมาวันนี้นั่งอ่านกันอยู่เรียงรายเต็มไปหมด แอบแวะไปนั่งพักพิงเสาแล้วหยิบเล่มที่อยากอ่านจนทนไม่ไหวขึ้นมาอ่าน 2-3 เล่ม แล้วก็สำเหนียกได้ว่า กลับไปนั่งอ่านสบายๆที่บ้านดีกว่าน่า แถมท่าทางฟ้าก็มืดมัวเต็มที่ น่ากลัวฝนจะตกยิ่งนัก
ขากลับแอบโชคร้าย เดินไปรอขึ้นรถเมล์ที่ป้ายรถ สายนี้จะวิ่งเฉพาะวันหยุดกับวันที่มีจัดงานที่ Tokyo Big Site เท่านั้น แต่วันนี้ดันมีงานดอกไม้ไฟ ตอนที่เราไปรอจึงเป็นรถที่จะวิ่งเที่ยวสุดท้ายเลยมาช้ากว่าปกติ ยืนรอตั้งเกือบชั่วโมงแน่ะ =w=;; แถมพอใกล้เวลารถมา ฝนก็เริ่มตกนิดๆ ตายๆๆ โชคดีตอนขึ้นรถ ฝนก็ยังไม่ตกหนักมาก แต่พอนั่งรถไปได้ซักพักถึง
ไอ้เจ้าเวลาฝนตกหนักแบบนี้อยากจะกรีดร้อง สิ่งที่กลัวที่สุดน่ะเหรอ กลัวเปียกก็ไม่ใช่ กลัวผ้าที่ตากไว้ไม่แห้ง ก็นิดหน่อยแต่ก็ไม่ใช่อีก กลัวที่สุดคือกลัวโดจินจะเปียกนี่แหละ ตัวเปียกไม่ว่า แต่โดจินน่ะโดจิ๊นนน ทำไมต้องมาตกเอาตอนเราเอาโดจินกลับบ้านด้วยเนี่ย ฟ้าจ๋า =[]=;; เกือบจะถอยร่มใหม่ดีๆซักคันหลังจากใช้ร่ม105 เยนง่อนแง่นๆมานานเพื่อปกป้องน้องโดจินน้อยๆ แต่ดีว่าตอนถึงสถานีรถไฟใกล้บ้าน ฝนเริ่มซาแล้ว เจ้าร่ม 105 เยนจึงยังใช้การได้อยู่ ฟิ้ววว~ รอดไป
แต่แนะนำว่าใครตั้งใจจะมาขนโดจินในงานการ์ตูนที่นี่ ลากกระเป๋าลากมาด้วยเถอะค่ะ มันสะดวกจริงๆนะ ถึงจะเกะกะ(คนอื่นนะ ไม่ใช่ตัวเอง) ก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้แหละ เขาก็ลากกันมาเยอะแยะ ไม่มีปัญหา ขนาดเรารู้สึกว่ากระเป๋าคนอื่นแอบเกะกะ แต่ก็เข้าใจนะว่าช่วยไม่ได้ คราวนี้เราดันขี้เกียจเอาไป หิ้วถุงพลาสติก Animate ใบบิ๊กเหนียวทนทานไปใบเดียว โหหิ้วจนนิ้วเกือบจะห้อเลือดแน่ะ เจ็บนิ้วไปหมด คราวหน้ายังไงควรจะลากกระเป๋าไปด้วยดีกว่า วันต่อมานี่รู้ซึ้งเลยเพราะปวดไปทั้งตัว ทั้งเดินทั้งหิ้วของ ของแบบนี้มันเป็นไปตามอายุสินะ=_=;;
=+=+=
พูดถึงงาน Good Comic City XIII ตอนแรกว่าจะไม่ไปงานนี้แล้วเพราะเห็นเพื่อนบอกโดจินไม่เยอะ แต่พอดูในแพมเฟล็ต เห็นเซอร์เคิล Aileen กับ Gracefl
ไว้ถ้าได้ไปคงลองเทียบ Comiket กับ
แล้วจะเอารีพอร์ทงาน
ขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชมบลอคเช่นเคยนะคะ แล้วจะทยอยตอบคอมเมนท์อีกทีค่ะ :)
ขอบคุณที่เขียนมาเล่าสู่กันฟังนะคะ
แบ่งปันมาให้อ่านด้วยน้าคะพี่คุไร
)
) แต่ก็นะ เราก็ชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเดธหมดแหละ
(มีไฟกลับไปหยิบโดมานั่งอ่านๆเปิดดิกๆอ่านๆ ฮิ้วววว)