2006/Sep/01


Edit:
เพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือนิยายค่ะ



DEATH NOTE: ANOTHER NOTE
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB
ณ เมืองลอสแองเจลิส

ประพันธ์ โดย นิชิโอะ อิชิน
ภาพประกอบ โดย โอบาตะ ทาเคชิ
ผลงานต้นฉบับ โดย โอบะ ทสึงุมิ/
โอบาตะ ทาเคชิ

วางจำหน่าย: 1 สิงหาคม 2006
ราคา
: 1,300 เยน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในญี่ปุ่น)
ISBN: 4-08-780439-9
รายละเอียดเพิ่มเติม: http://j-books.shueisha.co.jp/nisioisin/

แม้ว่าอาจารย์โอบะ ทสึงุมิ จะไม่ได้เป็นผู้ประพันธ์นิยายเล่มนี้ด้วยตัวเอง แต่นิยายเล่มนี้ก็ถือว่าเป็นนิยาย Death Note อย่างเป็นทางการและจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะผู้เป็นต้นสังกัดของ Death Note ฉบับหนังสือการ์ตูนค่ะ

หากต้องการอุดหนุนหนังสือนิยาย สามารถนำรายละเอียดด้านบน รวมทั้งเลข ISBN ไปสั่งซื้อได้ตามร้านหนังสือญี่ปุ่นทั่วไปค่ะ คิดว่าที่ Kinokuniya น่าจะมีวางขายแล้วด้วยนะคะ


=+=+=

หมายเหตุ:


(1) ห้ามมิให้นำบทแปลชิ้นนี้ไปเผยแพร่ในเวบไซต์ เวบบอร์ด หรือสถานที่สาธารณะแห่งอื่นนอกเหนือจากบลอคแห่งนี้เป็นอันขาด หากต้องการเผยแพร่ กรุณาทำเป็นลิงค์มายังเอนทรี่ของบทแปลแทนนะคะ

(เหตุผลหลักๆคือถ้ามีสำนักพิมพ์ได้ลิขสิทธิ์มาเมื่อไหร่ เราจะได้เอาบทแปลลงจากพื้นที่โลกไซเบอร์ได้ง่ายๆครั้งเดียวจบค่ะ)

(2) ห้ามมิให้นำบทแปลชิ้นนี้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าเป็นอันขาด


ขอขอบคุณ น้องอาซานะ เหยื่อ เอ๊ย เบต้ารีดเดอร์ผู้มาช่วยตรวจทานขัดเกลาสำนวนแปลให้มากๆเลยค่ะ ซาบซึ้งเหลือหลาย~T_T


=+=+=


DEATH NOTE: ANOTHER NOTE
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB
ณ เมืองลอสแองเจลิส

แปลเป็นภาษาไทย โดย Kurai

แนะนำตัวละครในเรื่อง

L นักสืบ
มิโซระ นาโอมิ ตำรวจ FBI
บียอนด์ เบิร์ธเดย์ คนร้าย
เรย์ เพ็นเบอร์ ตำรวจ FBI
บีลีฟว์ ไบรดส์เมด เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่หนึ่ง
ควอเตอร์ ควีน เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่สอง
แบ็คยาร์ด บ็อทเทิมสแลช เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่สาม

=+=+=


วิธีใช้


เมื่อครั้งที่ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ก่อคดีฆาตกรรมขึ้นเป็นคดีที่สามนั้น เขาได้พยายามทดลองอะไรบางอย่าง นั่นก็คือการทดลองว่าจะทำให้คนเราตายในสภาพเลือดตกในโดยไม่ทำลายอวัยวะภายในได้จริงหรือไม่ ในทางปฏิบัติคือ จองจำเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งหมดสติไปเพราะฤทธิ์ยาไม่ให้ขยับเขยื้อนได้ จากนั้นก็ทุบตีแขนซ้ายของเหยื่อต่อเนื่องไปทั่วบริเวณพลางระมัดระวังไม่ให้ผิวหนังฉีกขาด.กล่าวคือ เป็นการวางแผนทำให้เลือดออกมากจนถึงแก่ความตายด้วยอาการเลือดตกในที่แขนซ้าย ทว่า น่าเสียดายที่การทดลองครั้งนี้ปิดฉากลงด้วยความล้มเหลว ในขณะที่แขนซ้ายนั้นมีเลือดคั่งและกลายเป็นสีม่วงแดงเป็นทั่วบริเวณ เหยื่อกลับไม่ตาย ได้แต่สั่นกลัวและมีอาการเป็นตะคริวแปลก ๆ แต่ก็ดูจะไม่มีอะไรผิดปกติถึงชีวิต การทดลองนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่า หากแขนข้างหนึ่งเสียเลือดที่หล่อเลี้ยงไป ชีวิตก็ต้องจบสิ้นลงเป็นแน่แท้ แต่ดูเหมือนมันจะเป็นการทดลองที่คิดตื้น ๆ อย่างไรก็ดี สำหรับ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ แล้ว วิธีการสังหารดังว่าเป็นเพียงการเล่นสนุกเพื่อความเพลิดเพลินที่เปรียบไปแล้วก็มีนัยสำคัญต่ำและเป็นเพียงแค่การทดลองเท่านั้นจริง ๆ ด้วยเหตุนั้น จะบอกว่าไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว เจ้าตัวก็ไม่เกี่ยงงอนก็ว่าได้ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระแล้วดึงมีดออกมาไม่เอาแล้ว
พอ พอ พอ
วิธีการพูดแบบนี้น่ะพอเสียที ปากที่พูดแบบนี้น่ะหยุดเสียที ใช้วิธีการจดบันทึกแบบมีหลักการแบบนี้น่ะไม่มีทางเขียนบันทึกเล่มนี้จบหรอก ระหว่างที่กำลังพยายามเขียนอยู่นี่ ฉันก็รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมายังไงไม่รู้และการล้มเลิกความตั้งใจก็เป็นอุปสรรคสูงใหญ่เท่าภูเขาเชียวล่ะ หากจะกล่าวตามแบบ โฮลเด้น คอลฟิลด์* ซึ่งเป็นจอมตลบตะแลงผู้มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วล่ะก็ ใช่ว่าวิธีการเขียนโดยไล่ตามความเคลื่อนไหวหรือความนึกคิดของ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ จะเหมาะกับวัตถุประสงค์ของฉันในกรณีนี้ (ถึงแม้จะรู้สึกเห็นใจเขาอยู่บ้างเมื่อมองจากสถานะของตัวเองก็เถอะ) ครั้นจะมาเขียนเล่าคดีฆาตกรรมฝีมือเขาไปทีละขั้นตอนเพื่อแสดงฝีมือการเขียนอันเยี่ยมยอด มันก็ไม่ได้ช่วยยกระดับคุณค่าของบันทึกลายมือเล่มนี้ในฐานะบันทึกก่อนตายได้เสียหน่อย บันทึกเล่มนี้ไม่ใช่ทั้งรายงานหรือนิยายทั้งนั้นแหละ อีกอย่าง ถึงองค์รวมของบันทึกเล่มนี้จะกลายเป็นอย่างของพวกนั้นขึ้นมา ฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรสักนิด ต้องขอโทษด้วยที่ใช้คำพูดธรรมดาสามัญแบบเฝือ ๆ ตอนที่บันทึกเล่มนี้ตกอยู่ในมือของคนทั่วไปแบบนี้แล้วน่ะ บางทีฉันอาจไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วก็ได้
ฉันคงไม่จำเป็นต้องพล่ามอะไรมากมายเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเผชิญหน้ากันระหว่าง L นักสืบชื่อดังแห่งศตวรรษ กับ คิระ ฆาตกรโฉดผู้ก่ออาชญากรรมฉกาจฉกรรจ์ ให้คนที่กำลังอ่านบันทึกเล่มนี้อยู่ฟัง ความนึกคิดของเจ้าฆาตกรโฉด ซึ่งท้ายที่สุดก็ทำได้แค่แผ่ขยายการปกครองด้วยการสร้างความหวาดกลัวโดยอาศัยแค่การเตรียมตะแลงแกงประหัตประหารไปจนถึงบทลงโทษแสนบรรเจิดน่ะ เป็นความคิดของเด็กอมมือจนถึงขั้นเหลวไหล แต่พระเจ้าแห่งการแข่งขันแก่งแย่งเองที่ยอมรับเรื่องนั้นก็อาจจะเป็นเด็กอมมือไม่แพ้กันก็ได้ สังคมอำมหิตซึ่งเต็มไปด้วยการทรยศหักหลังและการกล่าวโทษคนบริสุทธิ์ต่างหากล่ะที่อาจจะเป็นความปรารถนาของพระเจ้า จริงอยู่ว่าบางทีนั่นอาจจะเป็นฉากหนึ่งที่ทำให้คนเรามองความแตกต่างระหว่างพระเจ้ากับยมทูตในแง่ลบ แต่ฉันไม่ตั้งใจจะครุ่นคิดถึงเรื่องนั้นเลยซักนิด
คิระอะไรนั่นน่ะช่างมันเถอะ
สิ่งสำคัญสำหรับฉันยังไงก็มีแต่ L เท่านั้นล่ะ
L
เมื่อคำนึงถึงความสามารถอันท่วมท้นนั้นแล้ว L นักสืบชื่อดังแห่งศตวรรษได้ถูกความตายอันไร้เหตุผลมารับเอาตัวไปเร็วเกินควร เพียงดูจากบันทึกอย่างเป็นทางการที่หลงเหลืออยู่ก็พบว่าเขาได้คลี่คลายคดีโหดหินกว่าสามพันห้าร้อยคดีและเพิ่มจำนวนอาชญากรที่ถูกส่งตัวเข้าซังเตถึงสามเท่า เขาครอบครองอำนาจเหลือล้นถึงขนาดสามารถขับเคลื่อนองค์กรสืบสวนทั่วโลกได้อย่างอิสระด้วยตัวคนเดียวและยังได้รับการกล่าวยกย่องสรรเสริญจากทุกฝ่าย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเลยสักครั้ง ฉันนึกอยากจะบอกเล่าคำพูดของเขาที่กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับนั้นให้ใครสักคนได้รับรู้อย่างครบถ้วนกระบวนความ นึกอยากจะถ่ายทอดเรื่องราวให้ใครสักคนได้รับรู้เอาไว้ ในเมื่อฉันสามารถบอกเล่าและถ่ายทอดเรื่องราวนั้นได้ในฐานะคนที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดของ L แม้ว่าจะไม่สามารถสืบทอดได้จริงก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ นี่จึงเป็นตำนานของ L และบันทึกก่อนตายของฉัน เป็นสาส์นก่อนตายจากคนที่ไม่ใช่ฉันถึงสถานที่ที่ไม่ใช่โลกนี้ จริง ๆ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าเนียร์จอมอวดดีจะค้นพบบันทึกเล่มนี้เป็นคนแรก แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริง ๆ ฉันก็จะไม่บอกว่าจะโยนบันทึกเล่มนี้ทิ้งไปหรือเผาทำลายมันเสียเดี๋ยวนี้หรอกนะ ให้หมอนั่นได้รู้ซึ้งถึงทรวงในว่าฉันรู้จัก L ที่หมอนั่นไม่รู้จักเสียได้ก็คงดีไม่หยอก หรือบางทีอาจจะมีใครส่งบันทึกเล่มนี้ไปถึงมือคิระ เจ้าฆาตกรโฉดก็ได้ แต่ฉันเองก็ต้องการให้เป็นอย่างนั้นพอดีเลย ถ้าหากว่าบันทึกเล่มนี้จะทำให้เจ้าฆาตกรโฉดที่คอยแต่พึ่งพาอำนาจเหนือธรรมชาติของสมุดโน้ตสังหารกับความช่วยเหลือจากยมทูตสมองฝ่อตั้งแต่ต้นจนจบได้ตาสว่างว่า เนื้อแท้แล้วตัวเองเป็นเศษขยะที่ไม่อาจวัดรอยเท้ากับ L ได้ มันก็เกินพอแล้ว
ฉันเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เคยได้พบ L ในฐานะ L ส่วนเรื่องที่ว่าฉันได้พบกับ L เมื่อไรและในจังหวะเวลาไหนนั้น มันเป็นความทรงจำล้ำค่าที่เกิดขึ้นครั้งเดียวชั่วชีวิต ฉันเลยไม่คิดจะเอามาขยายความไว้ตรงนี้ ยังไงก็ตาม ในตอนนั้นฉันได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับผลงานสืบสวนสามคดีของ L เหตุการณ์ที่เกี่ยวพันกับ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น ถึงฉันจะไม่เล่าย้อนความ ก็น่าจะมีหลายคนเคยได้ยินเรื่องคดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB ณ เมืองลอสแองเจลิสแล้วยังจำได้สินะ ไม่มีการเปิดเผยว่าคดีนั้นมีความเกี่ยวพันกับ L หรือถ้าจะพูดให้ตรงประเด็นยิ่งกว่านั้นก็คือ มีความเกี่ยวพันกับฉันที่ได้รับการเลี้ยงดู ณ บ้านแวมมี่จนถึงอายุ 15 ปีอย่างลึกซึ้งก็จริง แต่เรื่องจริงมันก็เป็นอย่างที่ว่ามานั่นแหละ สาเหตุที่ L ผู้ได้รับการกล่าวขานว่า โดยหลักการแล้วจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับคดีที่มีผู้เคราะห์ร้ายต่ำกว่าสิบคนหรือก่อความเสียหายเป็นมูลค่าต่ำกว่าหนึ่งล้านดอลล่าร์ ยอมเข้าไปร่วมสืบคดีที่ดับชีวิตของคนสามหรือสี่คนด้วยความกระตือรือร้นอย่างไม่รีรอนั้นก็เป็นเพราะเหตุนั้นเอง ฉันจะเล่ารายละเอียดอีกทีทีหลัง อย่างไรก็ตาม ด้วยนัยสำคัญที่ว่า ไม่ว่าจะสำหรับ L หรือว่าสำหรับฉัน หรือบางทีอาจจะแม้กระทั่งสำหรับคิระเองแล้ว คดีนั้นหรือก็คือคดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB ณ เมืองลอสแองเจลิส อาจเป็นอนุสรณ์ที่ตั้งอยู่ ณ จุดผกผันก็เป็นได้
ทำไมน่ะเหรอ
ก็เพราะนั่นเป็นคดีที่ L ใช้ชื่อว่าริวซากิเป็นครั้งแรกยังไงล่ะ
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่า บียอนด์ เบิร์ธเดย์ จะคิดอะไรอยู่ระหว่างก่อคดีและก่อคดีฆาตกรรมทั้งสามคดีขึ้นในรูปแบบไหนนั้น ฉันจึงไม่สนใจเลยสักนิด แน่นอนว่าฉันจะข้ามการบรรยายอันน่าเบื่อไปเสียให้หมดและไม่ย้อนความไปบรรยายเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมครั้งที่สองและครั้งที่หนึ่งหรอก เข็มนาฬิกาจะชี้ไปยังตอนเช้าตรู่ของวันถัดมา จะหมุนไปหาช่วงเวลาอันโชติช่วงคราวนั้นที่ L นักสืบชื่อดังแห่งศตวรรษ เข้าไปพัวพันกับการสืบสวนคดีนั่นล่ะ...อ้อ จริงสิ เกือบลืมไป พอคำนึงถึงความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีบุคคลที่สามนอกเหนือจากเจ้าเนียร์จอมอวดดีกับเจ้าฆาตกรโฉดกำลังอ่านบันทึกเล่มนี้อยู่ ฉันก็เลยต้องทิ้งชื่อเอาไว้ในฐานะผู้บรรยาย ไม่สิ ในฐานะผู้นำทางและคนเล่าเรื่อง เอาไว้ท้ายบทนำเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผน สำหรับคนอื่นนอกจากสองคนนั้นแล้ว เรื่องพรรค์นั้นอาจจะเป็นยังไงก็ช่างมันจนไม่รู้จะช่างยังไงอยู่หรอก แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ฉันก็คือ มิฮาเอล คีฮ์ล นักแต่งกายยอดเยี่ยมผู้ต่อสู้อย่างไร้หนทางชนะจนตายเปล่า ฉันเคยใช้ชื่อว่าเมลโลและถูกเรียกแบบนั้นอยู่หรอกนะ แต่มันก็เป็นเรื่องเมื่อสมัยก่อนแล้วล่ะ
มันเป็นทั้งความทรงจำที่แสนดีและความฝันอันเลวร้าย


=+=+=

หมายเหตุ: *โฮลเด้น คอลฟิลด์ เป็นตัวเอกในนิยายเรื่อง Catcher in the Rye ซึ่งประพันธ์โดย เจ. ดี. ซาลิงเจอร์

=+=+=

หวังว่าจะให้ความบันเทิงแก่แฟนๆ Death Note ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วจะทยอยแปลมาลงอีกเรื่อยๆค่ะ ยินดีรับข้อคิดเห็น คำแนะนำ และคำติชมค่ะ หรือจะพูดคุยเกี่ยวกับเนื้อหาของนิยายก็เชิญได้ตามอัธยาศัยค่ะ^_^


edit @ 2006/09/01 22:32:10
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แปลได้ดีมากเลยครับ สุดยอดจริงๆ
แถมเรื่องนี้ใช้ Mello เป็นคนเล่าเรื่องอีกด้วย!? (ถ้าอ่านไม่เพี้ยน)

จะรออ่านต่อนะครับ
#1  by  [Kaichu]Senki! At 2006-09-01 21:32, 
ชอบจังอ่ะ .... อยากรู้ค่า
ใครแสดงเป็น L อ่ะค่ะ ไม่คุ้นเลย

* โดนใจงี้ ยินดีที่ได้รู้จักค่า ~
อ่านภาษาไทยยังแอบมึนๆ เล็กน้อย นี่ถ้าเป็นภาษายุ่นจริงคงยิ่งมึนแน่เลย แปลได้เยี่ยมจริงๆ ค่ะ
บันทึกอันนี้เป็นของเมลโล!! กรี๊ด
#3  by  แอน At 2006-09-01 22:08, 
แปลออกมาได้ภาษาสละสลวยดีมากเลยค่ะ
เรื่องนี้เป็นfan fictionเหรอคะ
น่าสนใจดี รอติดตามต่อไปค่ะ
#4  by  เพนจัง At 2006-09-01 22:10, 
ตอนแรกที่เห็นชื่อเรื่องนึกว่ามี Death Note เล่มอื่นอยู่อีก
#5  by  SRP At 2006-09-01 22:21, 
ท่านพี่เพนน์คะ.... คิดถึงจังเลยงึมมมมม... ขออภัยที่ไม่ได้ตอบ reply ใน blog เลย แต่อยากบอกว่าคิดถึงมากมายคะ
#6  by  Arthy At 2006-09-01 23:32, 
โอ๊ยยย คิดถึง L T^T
ยาวดีแฮะ เห็นแบบนี้แล้วยิ่งอยากให้สำนักพิมพ์ของไทยเอามาแปลจังเลย
อยากมีเก็บเป็นเล่มจัง จะซื้อมาก็เป็นภาษาญี่ปุ่น อ่านไม่ออกอีก
ปล.แปลได้ดีมากเลยค่ะ
#7  by  Saeki At 2006-09-02 15:38, 
โอ้วว...O.o

ในที่สุดก็ได้ยลโฉมงานแปล Another Note แปลได้ดีมากๆเลยคะ อ่านตั้งแต่ต้นจนจบสะดุดครั้งเดียวคะ ตรง "ฉันก็คือ มิฮาเอล คีฮ์ล" อึ้งอย่างแรงเลยคะ ทำความเข้าใจอยู่ 10 วิฯเต็มๆ เล่นกันอย่างนี้อะนะ บอกตามตรงว่าคาดไม่ถึงเลยจริงๆ เอาเมลโลเป็นคนเล่าซะงั้น แต่ก็น่าสนใจดี ถึงว่าใช้คำพูดแล้วก็การบรรยายแบบนี้ได้ แต่รู้สึกว่าการบรรยายความรู้สึกออกมาแบบนี้ พอมารู้ตอนหลังว่าเมลโลเป็นคนเขียนก็รู้สึกว่ามันดูจะหลุดคาแรกเตอร์เมลโลไปหน่อยๆนะ แถมการที่เขียนชื่อจริงของตัวเองเอาไว้ด้วยเนี่ยก็ยิ่งแหม่งๆ แปลกใจนิดๆตรงประโยคที่ว่า "ฉันเคยใช้ชื่อว่าเมลโล" ด้วย จริงๆบอกชื่อจริงแล้วก็ยิ่งไม่น่าต้องบอกชื่อปลอมด้วยเลย ทั้งๆที่ตอนต้นก็บอกอยู่ว่า บางทีบันทึกนี้อาจจะอยู่ในมือคิระก็ได้ หรือว่าเป็นเพราะรู้ว่าตัวเองจะต้องตายอยู่แล้ว ...คิดๆไปก็อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้

เฮ้อ...ก็ความคิดของเมลโลนี่นะใครจะไปเข้าใจได้เท่าน้องเนียร์ล่ะเน้อ

สรุปๆ โดยรวมถือว่านิยายเล่มนี้เริ่มได้ไม่เลวเลยคะ ยิ่งมีเมลโลเป็นคนเล่ายิ่งน่าสนใจมากๆ ไม่เคยเข้าถึงความรู้สึกของเมลโลจริงๆเลยซักครั้งจากในหนังสือการ์ตูน จะทำอะไรคิดอะไรไม่มีใครเดาออก งานนี้คงได้รู้จักตัวตนจริงๆของเมลโลกันแล้ว และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือความรู้สึกของเมลโลที่มีต่อ L อยากรู้จริงๆเลย สงสัยงานนี้จะได้จิ้นไปไกล

ตอนนี้เริ่มหายสงสัยในความรั่วๆของL ที่คุณคุไรเปรยๆไว้ตอนแรกแล้วล่ะคะ ก็แหมให้เมลโลเป็นคนเล่านี่เนอะ

แล้วมาลงอีกไวๆนะคะ ในฐานะแฟนๆเดธฯตัวจริง ขอขอบพระคุณจากใจจริง
ขอบคุณมากจริงๆคะ

ปล. ขอย้ำ แปลได้ดีมากจริงๆคะ
#8  by  momoko (58.9.66.245) At 2006-09-03 10:33, 
โอ้โห.. ขนาดแปลวิธีใช้มาเท่านี้ ก็น่าสนใจมากเรยค่ะ..
อยากตามอ่าน ทั้งเล่ม อ๊ากกก ...

ขอให้มีสำนักพิมพ์เอามาแปลไทย ขายด้วยเถ๊อะ แง๊วๆๆ คิดถึง L
#9  by  mariPee (202.57.168.71) At 2006-09-03 15:46, 
ไม่เคยนึกเลยว่านิยายของเดธโน้ตจะออกมาในรูปแบบของการให้ตัวละครออกมาเล่าเรื่อง เราเคยคิดว่าจะเป็นแบบบรรยายเหตุการณ์ แล้วก็มีคำพูดและการกระทำของตัวละครให้เราขบคิดปริศนาน่ะค่ะ ออกแนวนักสืบคินดะอิจิ หรืออะไรทำนองนั้น

คุณ Kurai แปลได้ดีทีเดียวค่ะ สละสลวย อ่านเพลินดี อ่านไปแล้วก็รู้สึกได้ถึงความเป็นเมลโลอย่างชัดเจน เหมือนกับเรากำลังนั่งคุยกับคนขี้รำคาญ ถามอะไรก็ตอบกวนๆ แต่พอพูดถึงเรื่องคนที่ตัวเองนับถือขึ้นมาเมื่อไหร่แล้วนัยน์ตาจะเป็นประกาย แล้วก็เริ่มพล่ามขึ้นมาทันที

ว่าแต่...จริงๆแล้ว เมลโลจะมีนิสัยละเอียดถึงขนาดมานั่งเขียนบันทึกเชียวหรือคะนี่...
กว่าที่จะจบเล่ม คนอ่านอย่างเราๆคงได้รับรู้ทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นและความรู้สึกนึกคิดของเมลโลผ่านทางคำบรรยาย เพิ่มขึ้นอีกเยอะ (แอบขำกับประโยคที่ว่า นักแต่งกายยอดเยี่ยม มั่นใจในเซนส์ด้านแฟชั่นของตัวเองจริงๆนะเมลโลเอ๋ย แต่หุ่นอย่างเธอใส่อะไรก็ดูดีไปหมดล่ะนะ)

เฮ้อ...แต่แค่อ่านตอนแรก ก็เศร้านิดๆแล้วล่ะค่ะ ถ้าเราเป็นคนที่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน และไม่มีวันเอาชนะได้แบบนี้ คงไม่เข้มแข็งได้ถึงขนาดนี้เป็นแน่

แล้วจะรออ่านตอนต่อนะคะ ขอบคุณมากๆสำหรับโดน่ารักๆอีกครั้งค่ะ
#10  by  preme At 2006-09-03 17:03, 
#11  by  tunoat (124.121.112.72) At 2006-09-03 18:42, 
..ขอบคุณมากค่ะ จะรออ่านนะคะ ติดตามอ่านตอนต่อไปอีกนะคะ สู้ๆค่ะ
#12  by  snow (203.113.51.102) At 2006-09-08 05:16, 
ผมอ่านdeath note มาตัวละครที่ผมชอบที่สุดก็คือเมลโล แต่ในการ์ตูนนั้นมีส่วนที่อธิบายความเป็นเมลโลน้อยมาก แต่จากที่เมลโลปรากฎตัวออกมาแล้วทำให้พอเดาความเป็นตัวของเมลโลได้ว่า เป็นคนช่างเปรียบเทียบตัวเองกับเนียร์และรู้ตัวเองว่า สู้เนียร์ที่เป็นอัจฉริยะไม่ได้ ด้วยจิตใจที่นิ่งไม่พอในระดับที่สู้กับเนียร์ หรือแม้กระทั่งจะเป็นผู้สืบทอดของ L แต่ผมชอบคนพยายามของเมลโลที่จะเอาชนะเนียร์และแก้แค้นให้L และในตอนสุดท้ายที่คิระแพ้แกผู้สืบทอดของLก็เพราะประมาทและมาข้ามทุกคนโดยเฉพาะมองข้ามเมลโลจึงทำให้แผนที่วางไว้สู้เนียร์ไม่ได้และก็ตายในที่สุด

จนบทความ แล้วนั่นอาจเป็นการลำพรรณจากจุดที่อ่อนแอของเมลโลเพราะภายนอกที่ดูเข้มแข็งของเมลโลนั้นก็มีจุดที่จะต้องสู้กับความไม่ได้เรื่องของตนเองนั่นคือจิตใจที่ไม่"ด้ปราศจากอารมณ์ซึ่งต่างจากเนียร์และL ผมว่าเมลโลเป็นคนที่มีความพยายามมากที่สุดผมขอชื่นชม
#13  by  แงสามช่า (203.155.54.250) At 2006-10-06 12:40, 
อยากอ่านต่อจังเลย
#14  by  henna_neko (203.156.191.96) At 2006-10-19 10:05, 
ชอบมากเลยค่ะ
อยากให้แปลต่อเร็ว
เนื้อเรื่องน่าสนใจมาก
เป็นการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่ดี
#15  by  akira_ked (203.114.98.232) At 2006-10-30 18:01, 
แปลดีมากๆเลยครับ

อ่านแล้วงงๆ ตามท้องเรื่องเมลโลจะเอาเวลาไหนไปเขียน หมายความว่าไงที่บอกว่า เคยถูกเรียกว่าเมลโลเป็นเรื่องสมัยก่อน ทั้งที่ก็ใช้ชื่อเมลโลจนตายเลยไม่ใช่เหรอ??? แล้วยังบอกชื่อจริงไว้อีก นี่ก็แปลก
#16  by  tommypotter (58.147.81.72) At 2006-12-05 19:52, 
LLLLLLLLLLLLLLLLLL
#17  by  bkhgl'p (222.123.45.111) At 2006-12-19 18:36, 
#18  by   (202.5.80.119) At 2007-05-02 13:44, 
ชอบน้องฟิวล์เหมือนที่ชอบเดธโน๊ด
ถึงตอนนี้น้องไม่อยู่กับเราแล้ว มันก็คล้ายกับเรื่องราวของเดธโน๊ตหรือกัน
#19  by  ^_^ (203.154.49.110) At 2007-06-01 08:43, 
ชอบมากๆๆๆๆๆค่ะ


ปลื้มแอลมาก



สนุกมากค่ะ


พลิกแพลงดี

อ่านแล้วเข้าใจนักสืบ

โดยเฉพาะ Lcry big smile big smile
#20  by  Next L (124.157.128.41) At 2009-08-28 13:25, 

<< Home