Edit: เพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือนิยายค่ะ
DEATH NOTE: ANOTHER NOTE
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB ณ เมืองลอสแองเจลิส
ประพันธ์ โดย นิชิโอะ อิชิน
ภาพประกอบ โดย โอบาตะ ทาเคชิ
ผลงานต้นฉบับ โดย โอบะ ทสึงุมิ/โอบาตะ ทาเคชิ
วางจำหน่าย: 1 สิงหาคม 2006
ราคา: 1,300 เยน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในญี่ปุ่น)
ISBN: 4-08-780439-9
รายละเอียดเพิ่มเติม: http://j-books.shueisha.co.jp/nisioisin/
แม้ว่าอาจารย์โอบะ ทสึงุมิ จะไม่ได้เป็นผู้ประพันธ์นิยายเล่มนี้ด้วยตัวเอง แต่นิยายเล่มนี้ก็ถือว่าเป็นนิยาย Death Note อย่างเป็นทางการและจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะผู้เป็นต้นสังกัดของ Death Note ฉบับหนังสือการ์ตูนค่ะ
หากต้องการอุดหนุนหนังสือนิยาย สามารถนำรายละเอียดด้านบน รวมทั้งเลข ISBN ไปสั่งซื้อได้ตามร้านหนังสือญี่ปุ่นทั่วไปค่ะ คิดว่าที่ Kinokuniya น่าจะมีวางขายแล้วด้วยนะคะ
=+=+=
หมายเหตุ:
(1) ห้ามมิให้นำบทแปลชิ้นนี้ไปเผยแพร่ในเวบไซต์ เวบบอร์ด หรือสถานที่สาธารณะแห่งอื่นนอกเหนือจากบลอคแห่งนี้เป็นอันขาด หากต้องการเผยแพร่ กรุณาทำเป็นลิงค์มายังเอนทรี่ของบทแปลแทนนะคะ
(เหตุผลหลักๆคือถ้ามีสำนักพิมพ์ได้ลิขสิทธิ์มาเมื่อไหร่ เราจะได้เอาบทแปลลงจากพื้นที่โลกไซเบอร์ได้ง่ายๆครั้งเดียวจบค่ะ)
(2) ห้ามมิให้นำบทแปลชิ้นนี้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าเป็นอันขาด
ขอขอบคุณ น้องอาซานะ เหยื่อ เอ๊ย เบต้ารีดเดอร์ผู้มาช่วยตรวจทานขัดเกลาสำนวนแปลให้มากๆเลยค่ะ ซาบซึ้งเหลือหลาย~T_T
=+=+=
DEATH NOTE: ANOTHER NOTE
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB ณ เมืองลอสแองเจลิส
แปลเป็นภาษาไทย โดย Kurai
แนะนำตัวละครในเรื่อง
L นักสืบ
มิโซระ นาโอมิ ตำรวจ FBI
บียอนด์ เบิร์ธเดย์ คนร้าย
เรย์ เพ็นเบอร์ ตำรวจ FBI
บีลีฟว์ ไบรดส์เมด เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่หนึ่ง
ควอเตอร์ ควีน เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่สอง
แบ็คยาร์ด บ็อทเทิมสแลช เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่สาม
=+=+=
วิธีใช้
เมื่อครั้งที่ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ก่อคดีฆาตกรรมขึ้นเป็นคดีที่สามนั้น เขาได้พยายามทดลองอะไรบางอย่าง นั่นก็คือการทดลองว่าจะทำให้คนเราตายในสภาพเลือดตกในโดยไม่ทำลายอวัยวะภายในได้จริงหรือไม่ ในทางปฏิบัติคือ จองจำเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งหมดสติไปเพราะฤทธิ์ยาไม่ให้ขยับเขยื้อนได้ จากนั้นก็ทุบตีแขนซ้ายของเหยื่อต่อเนื่องไปทั่วบริเวณพลางระมัดระวังไม่ให้ผิวหนังฉีกขาด.กล่าวคือ เป็นการวางแผนทำให้เลือดออกมากจนถึงแก่ความตายด้วยอาการเลือดตกในที่แขนซ้าย ทว่า น่าเสียดายที่การทดลองครั้งนี้ปิดฉากลงด้วยความล้มเหลว ในขณะที่แขนซ้ายนั้นมีเลือดคั่งและกลายเป็นสีม่วงแดงเป็นทั่วบริเวณ เหยื่อกลับไม่ตาย ได้แต่สั่นกลัวและมีอาการเป็นตะคริวแปลก ๆ แต่ก็ดูจะไม่มีอะไรผิดปกติถึงชีวิต การทดลองนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่า หากแขนข้างหนึ่งเสียเลือดที่หล่อเลี้ยงไป ชีวิตก็ต้องจบสิ้นลงเป็นแน่แท้ แต่ดูเหมือนมันจะเป็นการทดลองที่คิดตื้น ๆ อย่างไรก็ดี สำหรับ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ แล้ว วิธีการสังหารดังว่าเป็นเพียงการเล่นสนุกเพื่อความเพลิดเพลินที่เปรียบไปแล้วก็มีนัยสำคัญต่ำและเป็นเพียงแค่การทดลองเท่านั้นจริง ๆ ด้วยเหตุนั้น จะบอกว่าไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว เจ้าตัวก็ไม่เกี่ยงงอนก็ว่าได้ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระแล้วดึงมีดออกมาไม่เอาแล้ว
พอ พอ พอ
วิธีการพูดแบบนี้น่ะพอเสียที ปากที่พูดแบบนี้น่ะหยุดเสียที ใช้วิธีการจดบันทึกแบบมีหลักการแบบนี้น่ะไม่มีทางเขียนบันทึกเล่มนี้จบหรอก ระหว่างที่กำลังพยายามเขียนอยู่นี่ ฉันก็รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมายังไงไม่รู้และการล้มเลิกความตั้งใจก็เป็นอุปสรรคสูงใหญ่เท่าภูเขาเชียวล่ะ หากจะกล่าวตามแบบ โฮลเด้น คอลฟิลด์* ซึ่งเป็นจอมตลบตะแลงผู้มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วล่ะก็ ใช่ว่าวิธีการเขียนโดยไล่ตามความเคลื่อนไหวหรือความนึกคิดของ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ จะเหมาะกับวัตถุประสงค์ของฉันในกรณีนี้ (ถึงแม้จะรู้สึกเห็นใจเขาอยู่บ้างเมื่อมองจากสถานะของตัวเองก็เถอะ) ครั้นจะมาเขียนเล่าคดีฆาตกรรมฝีมือเขาไปทีละขั้นตอนเพื่อแสดงฝีมือการเขียนอันเยี่ยมยอด มันก็ไม่ได้ช่วยยกระดับคุณค่าของบันทึกลายมือเล่มนี้ในฐานะบันทึกก่อนตายได้เสียหน่อย บันทึกเล่มนี้ไม่ใช่ทั้งรายงานหรือนิยายทั้งนั้นแหละ อีกอย่าง ถึงองค์รวมของบันทึกเล่มนี้จะกลายเป็นอย่างของพวกนั้นขึ้นมา ฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรสักนิด ต้องขอโทษด้วยที่ใช้คำพูดธรรมดาสามัญแบบเฝือ ๆ ตอนที่บันทึกเล่มนี้ตกอยู่ในมือของคนทั่วไปแบบนี้แล้วน่ะ บางทีฉันอาจไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วก็ได้
ฉันคงไม่จำเป็นต้องพล่ามอะไรมากมายเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเผชิญหน้ากันระหว่าง L นักสืบชื่อดังแห่งศตวรรษ กับ คิระ ฆาตกรโฉดผู้ก่ออาชญากรรมฉกาจฉกรรจ์ ให้คนที่กำลังอ่านบันทึกเล่มนี้อยู่ฟัง ความนึกคิดของเจ้าฆาตกรโฉด ซึ่งท้ายที่สุดก็ทำได้แค่แผ่ขยายการปกครองด้วยการสร้างความหวาดกลัวโดยอาศัยแค่การเตรียมตะแลงแกงประหัตประหารไปจนถึงบทลงโทษแสนบรรเจิดน่ะ เป็นความคิดของเด็กอมมือจนถึงขั้นเหลวไหล แต่พระเจ้าแห่งการแข่งขันแก่งแย่งเองที่ยอมรับเรื่องนั้นก็อาจจะเป็นเด็กอมมือไม่แพ้กันก็ได้ สังคมอำมหิตซึ่งเต็มไปด้วยการทรยศหักหลังและการกล่าวโทษคนบริสุทธิ์ต่างหากล่ะที่อาจจะเป็นความปรารถนาของพระเจ้า จริงอยู่ว่าบางทีนั่นอาจจะเป็นฉากหนึ่งที่ทำให้คนเรามองความแตกต่างระหว่างพระเจ้ากับยมทูตในแง่ลบ แต่ฉันไม่ตั้งใจจะครุ่นคิดถึงเรื่องนั้นเลยซักนิด
คิระอะไรนั่นน่ะช่างมันเถอะ
สิ่งสำคัญสำหรับฉันยังไงก็มีแต่ L เท่านั้นล่ะ
L
เมื่อคำนึงถึงความสามารถอันท่วมท้นนั้นแล้ว L นักสืบชื่อดังแห่งศตวรรษได้ถูกความตายอันไร้เหตุผลมารับเอาตัวไปเร็วเกินควร เพียงดูจากบันทึกอย่างเป็นทางการที่หลงเหลืออยู่ก็พบว่าเขาได้คลี่คลายคดีโหดหินกว่าสามพันห้าร้อยคดีและเพิ่มจำนวนอาชญากรที่ถูกส่งตัวเข้าซังเตถึงสามเท่า เขาครอบครองอำนาจเหลือล้นถึงขนาดสามารถขับเคลื่อนองค์กรสืบสวนทั่วโลกได้อย่างอิสระด้วยตัวคนเดียวและยังได้รับการกล่าวยกย่องสรรเสริญจากทุกฝ่าย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเลยสักครั้ง ฉันนึกอยากจะบอกเล่าคำพูดของเขาที่กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับนั้นให้ใครสักคนได้รับรู้อย่างครบถ้วนกระบวนความ นึกอยากจะถ่ายทอดเรื่องราวให้ใครสักคนได้รับรู้เอาไว้ ในเมื่อฉันสามารถบอกเล่าและถ่ายทอดเรื่องราวนั้นได้ในฐานะคนที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดของ L แม้ว่าจะไม่สามารถสืบทอดได้จริงก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ นี่จึงเป็นตำนานของ L และบันทึกก่อนตายของฉัน เป็นสาส์นก่อนตายจากคนที่ไม่ใช่ฉันถึงสถานที่ที่ไม่ใช่โลกนี้ จริง ๆ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าเนียร์จอมอวดดีจะค้นพบบันทึกเล่มนี้เป็นคนแรก แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริง ๆ ฉันก็จะไม่บอกว่าจะโยนบันทึกเล่มนี้ทิ้งไปหรือเผาทำลายมันเสียเดี๋ยวนี้หรอกนะ ให้หมอนั่นได้รู้ซึ้งถึงทรวงในว่าฉันรู้จัก L ที่หมอนั่นไม่รู้จักเสียได้ก็คงดีไม่หยอก หรือบางทีอาจจะมีใครส่งบันทึกเล่มนี้ไปถึงมือคิระ เจ้าฆาตกรโฉดก็ได้ แต่ฉันเองก็ต้องการให้เป็นอย่างนั้นพอดีเลย ถ้าหากว่าบันทึกเล่มนี้จะทำให้เจ้าฆาตกรโฉดที่คอยแต่พึ่งพาอำนาจเหนือธรรมชาติของสมุดโน้ตสังหารกับความช่วยเหลือจากยมทูตสมองฝ่อตั้งแต่ต้นจนจบได้ตาสว่างว่า เนื้อแท้แล้วตัวเองเป็นเศษขยะที่ไม่อาจวัดรอยเท้ากับ L ได้ มันก็เกินพอแล้ว
ฉันเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เคยได้พบ L ในฐานะ L ส่วนเรื่องที่ว่าฉันได้พบกับ L เมื่อไรและในจังหวะเวลาไหนนั้น มันเป็นความทรงจำล้ำค่าที่เกิดขึ้นครั้งเดียวชั่วชีวิต ฉันเลยไม่คิดจะเอามาขยายความไว้ตรงนี้ ยังไงก็ตาม ในตอนนั้นฉันได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับผลงานสืบสวนสามคดีของ L เหตุการณ์ที่เกี่ยวพันกับ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น ถึงฉันจะไม่เล่าย้อนความ ก็น่าจะมีหลายคนเคยได้ยินเรื่องคดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB ณ เมืองลอสแองเจลิสแล้วยังจำได้สินะ ไม่มีการเปิดเผยว่าคดีนั้นมีความเกี่ยวพันกับ L หรือถ้าจะพูดให้ตรงประเด็นยิ่งกว่านั้นก็คือ มีความเกี่ยวพันกับฉันที่ได้รับการเลี้ยงดู ณ บ้านแวมมี่จนถึงอายุ 15 ปีอย่างลึกซึ้งก็จริง แต่เรื่องจริงมันก็เป็นอย่างที่ว่ามานั่นแหละ สาเหตุที่ L ผู้ได้รับการกล่าวขานว่า โดยหลักการแล้วจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับคดีที่มีผู้เคราะห์ร้ายต่ำกว่าสิบคนหรือก่อความเสียหายเป็นมูลค่าต่ำกว่าหนึ่งล้านดอลล่าร์ ยอมเข้าไปร่วมสืบคดีที่ดับชีวิตของคนสามหรือสี่คนด้วยความกระตือรือร้นอย่างไม่รีรอนั้นก็เป็นเพราะเหตุนั้นเอง ฉันจะเล่ารายละเอียดอีกทีทีหลัง อย่างไรก็ตาม ด้วยนัยสำคัญที่ว่า ไม่ว่าจะสำหรับ L หรือว่าสำหรับฉัน หรือบางทีอาจจะแม้กระทั่งสำหรับคิระเองแล้ว คดีนั้นหรือก็คือคดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB ณ เมืองลอสแองเจลิส อาจเป็นอนุสรณ์ที่ตั้งอยู่ ณ จุดผกผันก็เป็นได้
ทำไมน่ะเหรอ
ก็เพราะนั่นเป็นคดีที่ L ใช้ชื่อว่าริวซากิเป็นครั้งแรกยังไงล่ะ
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่า บียอนด์ เบิร์ธเดย์ จะคิดอะไรอยู่ระหว่างก่อคดีและก่อคดีฆาตกรรมทั้งสามคดีขึ้นในรูปแบบไหนนั้น ฉันจึงไม่สนใจเลยสักนิด แน่นอนว่าฉันจะข้ามการบรรยายอันน่าเบื่อไปเสียให้หมดและไม่ย้อนความไปบรรยายเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมครั้งที่สองและครั้งที่หนึ่งหรอก เข็มนาฬิกาจะชี้ไปยังตอนเช้าตรู่ของวันถัดมา จะหมุนไปหาช่วงเวลาอันโชติช่วงคราวนั้นที่ L นักสืบชื่อดังแห่งศตวรรษ เข้าไปพัวพันกับการสืบสวนคดีนั่นล่ะ...อ้อ จริงสิ เกือบลืมไป พอคำนึงถึงความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีบุคคลที่สามนอกเหนือจากเจ้าเนียร์จอมอวดดีกับเจ้าฆาตกรโฉดกำลังอ่านบันทึกเล่มนี้อยู่ ฉันก็เลยต้องทิ้งชื่อเอาไว้ในฐานะผู้บรรยาย ไม่สิ ในฐานะผู้นำทางและคนเล่าเรื่อง เอาไว้ท้ายบทนำเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผน สำหรับคนอื่นนอกจากสองคนนั้นแล้ว เรื่องพรรค์นั้นอาจจะเป็นยังไงก็ช่างมันจนไม่รู้จะช่างยังไงอยู่หรอก แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ฉันก็คือ มิฮาเอล คีฮ์ล นักแต่งกายยอดเยี่ยมผู้ต่อสู้อย่างไร้หนทางชนะจนตายเปล่า ฉันเคยใช้ชื่อว่าเมลโลและถูกเรียกแบบนั้นอยู่หรอกนะ แต่มันก็เป็นเรื่องเมื่อสมัยก่อนแล้วล่ะ
มันเป็นทั้งความทรงจำที่แสนดีและความฝันอันเลวร้าย
=+=+=
หมายเหตุ: *โฮลเด้น คอลฟิลด์ เป็นตัวเอกในนิยายเรื่อง Catcher in the
=+=+=
หวังว่าจะให้ความบันเทิงแก่แฟนๆ Death Note ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วจะทยอยแปลมาลงอีกเรื่อยๆค่ะ ยินดีรับข้อคิดเห็น คำแนะนำ และคำติชมค่ะ หรือจะพูดคุยเกี่ยวกับเนื้อหาของนิยายก็เชิญได้ตามอัธยาศัยค่ะ^_^
edit @ 2006/09/01 22:32:10

...