In Crisis and Rescue
โดย Kurai
จากเรื่อง: Death Note
ประเภท: Shounen-ai
ตัวละคร/คู่: Mello+Near
เรท: PG-13
Spoiler: ตอนที่ 79
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
++++++++++++++
นี่เป็นแผนกวาดล้าง SPK ของเมลโลรึเปล่า? หรือว่าระบบ SPK หละหลวมจนทำให้ที่ซ่อนของตัวเองรั่วไหลออกไปสู่คนสามัญทั่วไปกันแน่?
นั่นคือคำพูดของ L หมายเลขสองที่ส่งมาตามสายท่ามกลางภาวะจวนตัวของหน่วย SPK
เจ้าหมอนี่ทำมาเป็นพูดหน้าตาย เนียร์คิดพลางกำยานอวกาศของเล่นในมือแน่นเข้า การแสดงอันน่าชิงชังของ L หมายเลขสอง หรือก็คือคนที่เขามั่นใจแล้วว่าคือคิระ สร้างความหงุดหงิดใจให้กับเด็กหนุ่มมากจนทำให้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาปล่อยให้อารมณ์โกรธปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่โดยมากแล้วจะไม่แสดงความรู้สึกให้เห็น
เสียงเอะอะมะเทิ่งและเสียงโลหะกระทบกันยังคงดังสนั่นครึกโครมจากภายนอกให้ได้ยินเข้ามาถึงข้างในอย่างไม่หยุดหย่อน ดีว่ากระจกและประตูของอาคารได้มีการสั่งทำให้มีความทนทานเป็นพิเศษจึงยังคงสามารถต้านทานการจู่โจมจากผู้คนข้างนอกได้เนิ่นนานกว่ากระจกและประตูธรรมดาทั่วไป ทว่า ท้ายที่สุดแล้วมันจะพังทลายลงสิ้นเมื่อใดก็ขึ้นกับเวลาเท่านั้น
ภายนอกนั่นมีฝูงชนผู้ศรัทธาและสนับสนุนคิระอยู่เป็นแน่ สมาชิกของ SPK ต่างพากันละล้าละลัง ไม่อาจตัดสินใจอย่างเร่งด่วนได้ว่าจะหาทางหนีทีไล่อย่างไรต่อไป ขณะเดียวกัน L หมายเลขสองก็ยังคงถามเน้นย้ำราวกับจะจี้ให้จนมุม ว่ายังไงครับ เนียร์?
ตอนนี้คงยังตอบอะไรไม่ได้หรอกครับ ผมต้องขอตัวไปแก้ไขสถานการณ์ก่อน เนียร์ตอบกลับไปแล้วตัดสาย L หมายเลขสองโดยไม่เสียเวลาเอ่ยคำลาตามมารยาท เด็กหนุ่มขมวดคิ้วน้อยๆ ความเจ็บใจที่พลาดท่าเสียทีประดังเข้ามาในห้วงความรู้สึก แต่เขารู้ดีว่าเวลานี้สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือการสงบจิตใจแล้วให้สมองคิดหาทางออก
เสียงอึกทึกครึกโครมเบื้องหลังประตูไม่กี่ชั้นที่ขวางกั้นผู้ไล่ล่าและผู้ที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งที่หนุ่มน้อยเกลียดชัง เขาชอบครุ่นคิดวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆอย่างเงียบสงบมากกว่าเพราะสามารถรวบรวมสมาธิได้ดี ในเวลาเช่นนี้เองที่ยิ่งทำให้รู้สึกได้ว่าความสงบสุขมีคุณค่า
พวกผู้ใต้บังคับบัญชาเองก็ปรึกษากันอย่างร้อนรนขณะที่เนียร์ยังคงคิดหาหนทางที่ดีที่สุดต่อไป
ตัวเลือกมีไม่มากแต่วิธีการไหนจึงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดก็เท่านั้น
กำลังวิกฤติอยู่เลยนะ เนียร์ เสียงคุ้นหูดังขึ้นขัดกระแสความคิดจากเบื้องหลัง
เมลโล เนียร์รู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องหันไปมอง แล้วพึมพำถามขึ้น เข้ามาได้ยังไง?
ก็ใช้เส้นทางลับใต้ดินที่ทีมของนายสร้างเอาไว้น่ะสิ คงไม่ต้องให้บอกหรอกนะว่าชั้นรู้มาได้ยังไง
วิธีการที่เมลโลได้ข้อมูลข่าวสารภายในของหน่วยสืบสวนพิเศษ SPK มาได้อย่างไรนั้น เนียร์ย่อมคาดได้โดยไม่ยากเย็นเลย นั่นเป็นเพราะสายลับของเมลโลยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกองสืบสวนนั่นเองจนกระทั่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แสดงว่ารหัสผ่านของประตูกลที่เชื่อมโยงทางลับใต้ดินกับทางระบายน้ำล่วงรู้ไปถึงเมลโลแล้ว ข้อมูลใหม่นี้ทำให้เนียร์มั่นใจมากขึ้นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการจะฆ่าเขาจริงๆ เพราะถ้าจะลงมือ ที่ผ่านมาก็มีโอกาสหลายต่อหลายครั้งแล้ว แม้จะยังมีปัจจัยแย้งที่ว่าเมลโลอาจไม่อยากเสี่ยงต้องปะทะกับสมาชิกผู้คร่ำหวอดของหน่วยสืบสวนพิเศษและเห็นว่าการปล่อยให้เขามีชีวิตรอดอยู่ต่อไปจะเป็นประโยชน์ในการรับทอดข้อมูลมากกว่าก็ตาม
พอชั้นเห็นคนพากันเดินขบวนมุ่งมาทางนี้ ชั้นเลยรีบมาที่นี่ก่อนที่พวกนั้นจะเห็นว่าเส้นทางลับของหน่วย SPK เชื่อมต่อกับปากท่อระบายน้ำข้างนอกนั่น อาศัยช่วงที่เฮลิคอปเตอร์มัวสนใจแต่จะถ่ายทอดภาพตึกนั่นแหละ เมลโลอธิบายต่อ ไม่นึกว่าเหยื่อจะติดเบ็ด
นี่เมลโลจงใจให้เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก?
เด็กหนุ่มผู้มาเยือนสังเกตเห็นอาการชะงักกึกเล็กน้อยจากแผ่นหลังของอีกฝ่าย ก็แค่อยากรู้ว่าถ้า L หมายเลขสองรู้ว่ากองบัญชาการของ SPK อยู่ที่นี่แล้วจะมีการเคลื่อนไหวยังไงเท่านั้นแหละ ไม่นึกว่ามันจะเล่นเคลื่อนไหวซะโฉ่งฉ่างขนาดนี้หรอก ถึงชั้นจะคิดว่ามันก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้างก็เถอะ ยังไงก็เหอะ แบบนี้ยิ่งมั่นใจเต็มร้อยได้แล้วสิว่า L หมายเลขสองคือคิระ
คงเห็นเป็นอย่างอื่นลำบากแล้วล่ะครับ เนียร์ทอดสายตามองไปยังฐานทัพอวกาศของเล่นเบื้องหน้าแล้วช้อนสายตามองโมงิผู้กำลังนั่งนิ่งอึ้งกับสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนตามไม่ทัน แบบนี้แล้ว ยังจะยืนยันอยู่มั้ยครับว่า L ไม่ใช่คิระ?
ผมไม่แน่ใจ โมงิปริปากพูดไม่เต็มเสียงเป็นคำแรกหลังจากนิ่งเงียบมาตลอดระยะเวลาสามวันเต็ม โทรศัพท์ของชายหนุ่มถูกพวกเลสเตอร์ยึดเอาไว้แล้วซึ่งหมายความว่าไลท์และเพื่อนพ้องของเขาไม่สามารถรับฟังบทสนทนาที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ได้ และตัวเขาเองก็ถูกควบคุมเอาไว้อย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัย ในสถานการณ์เช่นนี้ จะให้ยึดมั่นกับความคิดที่ว่าไลท์ไม่ใช่คิระนั้นมันยากยิ่งเหลือเกินแล้ว ความเหมาะเจาะของหลักฐานที่เผยให้เห็นเบื้องหน้าทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธความเป็นไปได้ที่เคยปฏิเสธมาตลอดได้อีกต่อไป ในเมื่อเมลโลไม่ได้เป็นคนลงมือปล่อยข่าวที่ตั้งของ SPK ให้รั่วไหลออกไป จะมีใครอื่นอีกที่สามารถล่วงรู้ความลับสุดยอดเช่นนี้ได้นอกจากพวกไลท์ แต่ไอซาว่า อิเดะ และมัตสึดะนั้นไม่รู้เรื่องนี้และคงจะเชื่อคำพูดชักจูงของไลท์ต่อไป
งั้นคุณโมงิพอจะบอกพวกผมได้หรือยังครับว่าเคยมีใครในกองสืบสวนที่ L สงสัยว่าเป็นคิระบ้างมั้ย? เนียร์ถามคำถามก่อนหน้านี้ซ้ำอีกครั้ง
โมงิกำมือแน่น มโนธรรมของตนในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และความสำนึกบุญคุณที่ติดค้างโซอิจิโร่เหลือคณานับตลอดชีวิตของการเป็นตำรวจขัดแย้งกันเองอยู่ภายใน โซอิจิโร่จากโลกนี้ไปโดยเชื่อว่าลูกชายของตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ชายหนุ่มไม่อยากหักหลังความเชื่อนั้นเลย แต่ว่า
ผมคงตอบได้แค่ว่า มี เท่านั้นครับ โมงิตัดสินใจพูดขึ้นในที่สุด แต่ไม่ว่ายังไงผมก็บอกไม่ได้ว่าใครโปรดเข้าใจด้วย
เอาเถอะครับ เท่านั้นก็พอแล้ว เด็กหนุ่มผมเงินตัดสินใจไม่ซักไซ้ไปมากกว่านี้
กึง! กึง!
ประตูนั่นคงจะทนรับแรงปะทะได้อีกอย่างดีก็หนึ่งหรือสองชั่วโมงเท่านั้น เนียร์มองไปที่ประตู ท่าทางเหมือนไม่ยินดียินร้ายมากนัก ผู้การเลสเตอร์ เจอวานนี ริดเนอร์ มีไอเดียอะไรบ้างมั้ยครับ? เราควรจะใช้เฮลิคอปเตอร์ หรือว่าทางลับใต้ดิน หรือมีวิธีอื่นอะไรอีก?
ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหน เราก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้เฮลิคอปเตอร์ เพราะถ้าล่วงรู้ถึงคิระขึ้นมา จะเป็นปัญหาว่ารัฐบาลยังให้ความช่วยเหลือหน่วย SPK อยู่ โดยเฉพาะในกรณีของเหตุการณ์ที่เป็นเรื่องราวใหญ่โตแบบนี้ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าคิระจะเป็นคนอยู่เบื้องหลังเองด้วย คิระต้องกำลังจับตามองอยู่แน่นอน เราแค่พอจะปรึกษาขอความช่วยเหลือจากรองประธานาธิบดีในกรณีที่ไม่โจ่งแจ้งเท่านั้น เจอวานนีตอบ เหงื่อพราวบนใบหน้า เขาไม่เข้าใจเลยว่าผู้บังคับบัญชาของเขายังคงดูใจเย็นอยู่ได้อย่างไร ทั้งที่ผู้ใหญ่อย่างพวกเขากลัดกลุ้มแทบบ้าอยู่อย่างนี้
เลสเตอร์เสริมต่อว่า คงเหลือแต่ต้องใช้ทางลับใต้ดินอย่างเดียวนั่นล่ะ แต่มันก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเลยเสียทีเดียว แน่นอนว่าการใช้อาคารนี้เป็นฐานของพวกเราจำเป็นต้องปกปิดเป็นความลับสุดยอด เราเลือกใช้ตึกกลางใจเมืองแบบนี้เพราะเหตุผลสองประการ คือ ตบตาคนภายนอกเพราะคงไม่มีใครคาดคิดว่ากองสืบสวนลับพิเศษจะมาปฏิบัติการอยู่ใจกลางเมืองนิวยอร์ก อีกเรื่องเพราะสะดวกในเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์และการติดต่อสื่อสารกับรัฐบาลกลางและหน่วยงานพิเศษอื่นๆ ด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง การสร้างเส้นทางลับใต้ดินเพื่อไว้ใช้ในภาวะฉุกเฉินเลยมีข้อจำกัดหลายอย่างเพราะติดทางระบายน้ำและเส้นทางรถไฟใต้ดิน เรื่อง SPK ยิ่งมีคนนอกรู้เรื่องน้อยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เราเลยไม่สามารถขอความร่วมมือจากฝ่ายวางผังเมืองได้ ถ้าจู่ๆมีกำแพงที่ไม่เคยมีมาก่อนปรากฏขึ้นมาปิดกั้นทางระบายน้ำก็จะทำให้ถูกสงสัยและสอบถามไล่เรียงเอาได้ง่ายๆ สุดท้ายเราเลยตกลงใจขุดเจาะทางใต้ดินแล้วสร้างประตูลับติดกับผนังหินสุดทางระบายน้ำใต้ดิน แต่นั่นก็ทำให้เส้นทางลับของเราทอดออกไปไม่ได้ไกลนัก ออกไปถึงได้แค่ท่อบริเวณใกล้เคียงกับตึกนี้เท่านั้น
เมลโล พอจะกะประมาณจำนวนคนคร่าวๆได้มั้ยครับ? หลังจากฟังความคิดเห็นของชายทั้งสองแล้ว เนียร์จึงหันไปถามข้อมูลประกอบการพิจารณาจากเมลโล
จากที่เห็น คร่าวๆก็หลายร้อยคน
เมลโลหลบเข้ามาในท่อระบายน้ำตั้งแต่เห็นการเคลื่อนไหวของฝูงชนเพราะงั้นคงบอกไม่ได้ฝูงชนโอบล้อมอาคารแห่งนี้ไว้เป็นบริเวณโดยรอบแค่ไหน แต่เพื่อความไม่ประมาท เราต้องคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ก่อนว่าทางออกทุกทางรอบด้านถูกปิดกั้นไว้หมดแล้ว ทางลับใต้ดินยังมีความเสี่ยงสูง แต่เราเหลือแค่วิธีนี้เท่านั้น
ชั้นมีไอเดียที่จะช่วยถ้าใช้ตามคำพูดของเนียร์ก็ลดความเสี่ยงลงได้
สิ้นคำพูดนั้น สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เมลโลเป็นตาเดียว
หมายความว่ายังไงครับ เมลโล? เนียร์ถามขึ้น
เหยื่อล่อไงล่ะ
เหยื่อล่อ?
อย่างที่ว่า วิธีเดียวที่จะหนีได้คือใช้ทางลับใต้ดิน ปัญหาอยู่ที่ว่าถ้าทุกคนพากันหนีไปหมด มีสิทธิ์ว่าแผนการจะล่มสูง เพราะถ้าเจ้าพวกนั้นเข้ามาแล้วไม่เจอใคร รับรองว่าต้องค้นหาพวกเราเป็นบริเวณกว้าง เรียกว่าทุกหย่อมหญ้าที่สามารถเข้าถึงได้ จะทำให้เราเคลื่อนไหวได้ลำบาก ในทางกลับกัน ถ้าพวกมันเข้ามาเจอคนจำนวนหนึ่งหลงเหลืออยู่ในนี้ซึ่งเจ้าคนบ้าคลั่งพวกนั้นจะใช้ระบายอารมณ์ได้แล้วล่ะก็ พวกนั้นก็จะพอใจและหยุดอยู่แค่ที่นี่โดยไม่ทันคิดว่าอาจมีใครในหมู่พวกนายที่หนีรอดไปได้ หรือต่อให้มีใครเกิดจะฉุกคิดขึ้นมา กว่าพวกนั้นจะระบายอารมณ์จนสาสมใจเสร็จสิ้น ก็ถ่วงเวลาเอาไว้ได้มากพอให้หนีไปได้แล้ว ขึ้นอยู่กับความอึดของเหยื่อล่อด้วย ดีว่าที่นี่มีเครื่องมืออุปกรณ์เยอะแยะพอจะให้พวกนั้นพังกันสนุกได้สักพักหนึ่งล่ะ ขณะเดียวกัน เมื่อพวกนั้นเฮโลกันเข้ามาในนี้ เราจะสามารถอาศัยจังหวะชุลมุนที่ไม่มีใครสนใจอะไรนอกจากบุกบ่าเข้ามาในตึกนี้เล็ดรอดออกไปทางฝาท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับถนนข้างบนได้ง่าย อีกอย่าง รูปลักษณ์ของเนียร์หลอกตาคนได้ง่าย ส่วนใหญ่คงไม่มีใครคิดว่าเด็กวัยรุ่นจะมาเป็นส่วนหนึ่งของทีม SPK หรอก
เสียงอืมออดังขึ้นน้อยๆ แม้จะเป็นแผนการที่ออกจะน่าตกใจ แต่ก็ดูจะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าแผนการของเมลโลไม่เลวเลยทีเดียว
เมลโลวิธีการนั้นมัน เนียร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก
ใช่ ต้องมีคนเสียสละไงล่ะ
เราจะทิ้งให้คนที่เหลืออยู่ถูกรุมประชาทัณฑ์อย่างนั้นน่ะเหรอ?
ก็ดีกว่าตายกันหมดไม่ใช่รึไง? เมลโลยักไหล่แล้วหันหน้ามาทางพวกเลสเตอร์ พวกนายจะว่าไงล่ะ? หน้าที่อย่างหนึ่งของลูกน้องคือปกป้องให้ผู้บังคับบัญชารอดไม่ใช่เรอะ
เลสเตอร์ ฮาล และสเตฟานหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้ากังวล แต่แล้วก็ทำหน้าเหมือนตัดสินใจได้
เวลาไม่คอยท่าแล้ว จะเอาไงก็ว่ามา! เมลโลเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เสียงโครมครามดังสนั่นภายนอกราวกับจะตอกย้ำความเร่งด่วนและเข้าตาจนของคนทั้งหมดในที่แห่งนี้
ถ้ามีใครสักคนที่ควรจะรอดออกไปจากที่นี่ล่ะก็ คนแรกก็ควรจะเป็นเนียร์ เลสเตอร์พูดขึ้น ฮาลและสเตฟานพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเลสเตอร์
ชั้นเห็นด้วย เพราะในหมู่พวกเรา เนียร์เป็นคนที่มีศักยภาพมากที่สุดในการจับกุมคิระ ฮาลพูดพลางยิ้มน้อยๆ
เราตกลงใจตั้งแต่ตอนที่เนียร์บอกให้คนที่กลัวถอนตัวเสียแต่ตอนที่จะมีการติดต่อมาจากเมลโลแล้วว่าต้องให้ถึงที่สุด สตเฟานพูดขึ้นอย่างมาดมั่น
ก็เราตัดสินใจว่าจะร่วมหัวจมท้ายด้วยกันแล้ว อะไรที่แต่ละคนทำได้ก็ควรจะทำ ฮาลเสริมอีกครั้ง
เหอะ มีลูกน้องดีนี่นาย เมลโลเอ่ยชมขึ้นด้วยความสัตย์จริง เด็กหนุ่มอดนึกถึงลูกน้องเก่าๆในแก๊งไม่ได้ มีอยู่ไม่น้อยทีเดียวที่หน่วยก้านดีและมีความจงรักภักดี
ผู้การเลสเตอร์เจอวานนีริดเนอร์ เนียร์รำพึงชื่อของทุกคนออกมา ความรู้สึกตื้นตันรื้นขึ้นมาในใจ เขายังจำได้ถึงตอนที่เคยแกล้งพูดพวกเลสเตอร์คงไม่ได้ถูกประเมินความสามารถไว้สูงโดยไม่มีเหตุผลเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาฮึดสู้ขึ้นมาและตอนที่เคยทอดอาลัยว่าให้คนที่กลัวถอนตัวออกไปจากทีมเสียแต่ตอนนั้น ไม่นึกเลยว่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่เขาเคยนึกกลุ้มใจอยู่ลึกๆว่าแม้จะมีความสามารถสูงแต่ใจไม่ค่อยสู้นักจะแสดงความกล้าหาญจะสละชีวิตของตัวเองออกมาให้เห็นได้ถึงเพียงนี้
ผมจะรับผิดชอบด้วยการช่วยอยู่ทางนี้ด้วยคน โมงิแทรกขึ้น
แต่คุณโมงิคุณจะเป็นพยานคนสำคัญ เนียร์แย้ง
ถึงผมจะรอดออกไป ถ้าคิระรู้ ผมก็คงถูกคิระฆ่าปิดปากอยู่ดี
แต่
เพล้ง!!
ไม่ทันที่เนียร์จะสามารถจบประโยคได้ เสียงกระจกบางบานแตกก็ดังก้องขึ้นให้ได้ยิน ระเบิดขวดที่ถูกปาเข้ามาตามรอยแตกนั้นปะทุออกดังสนั่นหวั่นไหวบนชั้นลอยของตึก ควันจากระเบิดพวยพุ่งออกมาและฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
เลสเตอร์รีบร้องขึ้นว่า รีบหนีเร็วเข้า เนียร์
มัวอืดอาดอะไรอยู่เล่า รีบไปเร็วเข้าเซ่!! เมลโลคว้ามือของเนียร์ที่นั่งไอสำลักควันระเบิดอยู่ ฉุดให้ลุกขึ้นแล้วลากออกวิ่งทันที
มะเมลโล เดี๋ยว เนียร์จำต้องเดินไปตามแรงลากของเมลโลฝ่ากลุ่มควันออกไปทั้งที่ยังหายใจไม่ค่อยออกอยู่อย่างนั้น
เมลโล ฝากเนียร์ด้วยนะ เสียงสำทับของเลสเตอร์ดังไล่หลังมาให้ได้ยิน
ทั้งสองวิ่งลงบันไดที่ทอดยาวไปสู่ทางลับใต้ดินไม่เท่าไหร่ เสียงประตูพังทลายและอื้ออึงของผู้คนที่บุกเข้ามาในกองสืบสวน เนียร์บีบมือแข็งแรงที่จับกุมมือเย็นเยียบของเขาไว้มั่นแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกหม่นหมองในใจ
++++++++++++++
เฮ้อ เอายังไงดีล่ะทีนี้? ฮาลรำพึงออกมาลอยๆขณะมองดูประตูที่กำลังจะพังทลายลงได้ทุกขณะ
เลสเตอร์มองปืนในมือ จริงๆแค่เหนี่ยวไกใส่ตัวเองก็คงจะไปสบายกว่าล่ะนะ แต่ยังไงก็ไม่ได้หรอก เราต้องหน่วงเวลาให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ตราบใดที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่ พวกฝูงชนนี่ก็คงยังเอาพวกเราไว้เป็นเครื่องระบายอารมณ์ได้หนำใจอยู่หรอก
แสดงสปิริตของ FBI ให้เห็นหน่อยเป็นไง? เจอวานนีเรียกขวัญและกำลังใจของเพื่อนพ้อง
ภารกิจสุดท้ายแล้วนี่นะ มาดูกันซิว่าใครจะอึดกว่ากันดีมั้ย? ฮาลเสนอไอเดีย
ตำรวจญี่ปุ่นอย่างผมก็ไม่ยอมแพ้พวก FBI หรอก แม้แต่โมงิก็พูดขึ้นอย่างมีกำลังใจที่เข้มแข็งทั้งที่ปกติแล้วเป็นคนไม่ค่อยพูดค่อยจาเท่าใดนัก
ทั้งสี่คนมองหน้ากัน พากันยิ้มน้อยๆที่มุมปาก แล้วยืนหันหน้ามุ่งไปยังประตูใหญ่ของกองบัญชาการที่พังทลายลง เงาทะมึนของฝูงชนท่ามกลางควันระเบิดปรากฏให้เห็นสู่สายตา แล้วผู้คนที่ถืออาวุธพร้อมมือก็พากันทะลักทะลายเข้ามาข้างในอย่างรวดเร็ว
++++++++++++++
เมลโลดันเด็กหนุ่มชุดขาวให้ออกพ้นประตูลับที่เชื่อมทางลับใต้ดินของ SPK กับทางระบายน้ำ จากนั้นก็หันไปใส่รหัสประตูลับให้มันปิดสนิทลงแล้วออกวิ่งนำหน้าอย่างรวดเร็ว
อ๊ะ!! วิ่งไปได้สักพักหนึ่ง เนียร์ล้มคะมำลงกับพื้นเมื่อไม่สามารถเร่งความเร็วตามอีกฝ่ายได้ทัน แต่ไหนแต่ไรมาเด็กหนุ่มถนัดเชิงบุ๋นและไร้ความสามารถในเชิงบู๊อยู่แล้ว อีกทั้งยังมักนั่งอยู่นิ่งๆและแทบไม่ได้ออกกำลังมานานตั้งแต่จำความได้ เมื่อต้องมาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเช่นนี้ จึงออกจะฝืนกำลังตัวเองอยู่มาก
โธ่เอ๊ย นายนี่งุ่มงามเสียจริง!! เมลโลหันหลังเดินกลับมาแล้วฉุดเด็กหนุ่มผู้ทรุดกองอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้นโดยไม่ใส่ใจว่าอีกฝ่ายหอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อยเพียงใด
ข้างเนียร์เองก็เข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดีจึงไม่ปริปากบ่นแต่ประการใด ได้แต่พยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเท่าที่สามารถทำได้
ในที่สุดทั้งสองก็มาจนถึงสุดทาง เมลโลปีนบันไดขึ้นไปขันน็อตฝาท่อออกแล้วแง้มเปิดมันออกอย่างระแวดระวัง ไม่มีเสียงฝีเท้าในระยะอันใกล้หากแต่เสียงเฮโลยังคงดังแว่วมาให้ได้ยินจากไกลๆ ย่านที่เด็กหนุ่มโผล่พ้นท่อขึ้นมาห่างออกมาจากกองบัญชาการของ SPK สองช่วงถนน เมลโลสอดส่องสายตาให้แน่ใจว่าบริเวณนี้ไม่มีผู้มีทีท่าว่าเป็นสาวกของคิระอยู่ อย่าว่าแต่สาวกของคิระกระนั้นเลย ยามนี้รอบด้านเงียบเชียบไร้วี่แววของผู้คน ประชาชนในละแวกนี้คงจะหวาดกลัวและหมกตัวอยู่แต่ในบ้านกระมัง ไม่เห็นเฮลิคอปเตอร์อยู่บนน่านฟ้าบริเวณนี้ คงกำลังง่วนถ่ายทอดตึกกองบัญชาการของ SPK อยู่
เมลโลกระโดดแผล็วขึ้นมาจากท่อแล้วดึงเนียร์ขึ้นมาด้วย จากนั้นก็พาผู้ร่วมทางลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยราวกับชำนิชาญทางแถบนี้เป็นอย่างดี
++++++++++++++
เมื่อเร่งรุดมาจนถึงตรอกแห่งหนึ่งซึ่งมีระยะห่างจากกองบัญชาการ SPK ในขั้นที่เรียกว่าปลอดภัยแล้ว เมลโลก็ปล่อยมือที่เกาะกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้ ร่างสูงชะลูดยืนพิงกำแพงอิฐสีแดงผุพังเบื้องหลังแล้วหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า แม้ว่าการโลดโผนโจนทะยานในแวดวงมาเฟียจะส่งผลดีให้เขามีกำลังกายเหลือเฟือมิเช่นนั้นจะอยู่รอดได้ยากยิ่งก็ตาม แต่การวิ่งเต็มสปีดระยะไกลเช่นนี้ก็กินกำลังเขาไปมากพอดู
ส่วนเนียร์นั้นทรุดลงไปคุกเข่าลงกับพื้นทันทีที่เมลโลปล่อยมือออก มือทั้งสองข้างยันพื้นเอาไว้ขณะที่เจ้าตัวหอบหายใจอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าจนตัวโยนราวกับว่ามีอากาศเท่าไรก็ไม่เพียงพอ สักพักหนึ่งเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นมานั่งพิงกำแพงแล้วซบหน้าลงกับเข่าที่ชันขึ้น อาการหอบหายใจเริ่มเบาบางลงไปแล้วแต่จังหวะการหายใจก็ยังไม่กลับมาเป็นปกติ
เมลโลสังเกตเห็นได้ว่ามีรอยเปรอะเปื้อนเสื้อและกางเกงสีขาวรุ่มร่ามของอีกฝ่ายเป็นแนวยาว สภาพของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าเหมือนกับเด็กไม่ประสาที่หนีออกจากบ้านยังไงยังงั้น อีกชั่วครู่หนึ่ง จังหวะการหายใจของเนียร์ก็กลับเข้าสู่ระดับปกติ แต่สายตาคู่นั้นยังคงจับจ้องนิ่งงันไปที่พื้น ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของเนียร์ รอบด้านตกอยู่ในความเงียบงัน และเมลโลก็พอจะมองออกว่าคู่แข่งของเขารู้สึกอย่างไรอยู่ เขาเดินเข้าไปทรุดนั่งลงข้างๆเด็กหนุ่มผู้นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา
พวกนั้นก็เป็นแค่เครื่องมือในการแก้ปริศนาของนายเหมือนๆกับชั้นไม่ใช่เรอะ? จะกลุ้มอกกลุ้มใจอะไรนักหนา ก็แค่ตัวหมากเอาไว้ใช้แล้วทิ้ง เหมือนๆกับที่ชั้นใช้ประโยชน์จากพวกมาเฟียนั่นแหละ
คำพูดของเขาเข้าหูเนียร์บ้างหรือไม่ เมลโลไม่อาจรู้ได้ เพราะเนียร์ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่อย่างนั้น
เอ้า เวลาคนเขาพูดด้วยนะ หัดสบตากับคนเขาซะมั่ง มือของเมลโลเอื้อมไปจับคางของเนียร์ให้หันขึ้นมาทางเขา เด็กหนุ่มสังเกตเห็นได้ถึงแววตาหวาดหวั่นและหมองเศร้าในนัยน์ตากลมโตคู่นั้นจนเขารู้สึกโอนอ่อนลง เขายอมรับว่าการที่เนียร์ดูเป็นกังวลถึงสมาชิกหน่วย SPK ที่ต้องอยู่ต้านรับเหล่าผู้ศรัทธาในตัวคิระทั้งที่ดูเหมือนจะไม่ยินดียินร้ายในการใช้เขาเป็นเครื่องมือในการไขปริศนาในการสืบสวนนั้นทำให้เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว นั่นอาจเป็นสาเหตุใหญ่ที่ส่งผลให้เขารู้สึกหงุดหงิดเมื่อได้เห็นท่าทีซึมเศร้าไม่มีกะจิตกะใจของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
เมลโลบีบไหล่ทั้งสองข้างของเนียร์เอาไว้แน่นหมายจะช่วยเรียกความกำลังใจของอีกฝ่ายกลับคืนมา ชั้นไม่ได้ช่วยนายให้ออกมานั่งเหม่อไม่เป็นผู้เป็นคนแบบนี้นะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว จะมามัวนั่งคิดให้มันได้อะไรขึ้นมา?
เนียร์เป็นคนฉลาดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมลโล เรื่องเพียงแค่นั้นทำไมเขาจะไม่เข้าใจ ทว่าสำหรับเนียร์แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สติปัญญาเป็นพลังขับเคลื่อนให้กองบัญชาการดำเนินการต่อไปได้ กล่าวได้ว่าหากปราศจากการวิเคาะห์และสันนิษฐานของเนียร์ กองสืบสวนก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้อย่างมีประสิทธิผล อย่างไรเสีย พื้นฐานของหน่วย SPK ก็มาจากข้อมูลเกี่ยวกับคิระที่เนียร์เพียรสะสมและวิเคราะห์มาตลอดสี่ปี สิ่งที่จะอำนวยความสะดวกในการสืบสวน ขอเพียงเด็กหนุ่มร้องขอเท่านั้น ไม่ช้าก็มาถึงที่ สิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำก็คือคิดและพูดออกมา นับจากวันที่ก้าวพ้นรั้วของบ้านแวมมี่ โรเจอร์ช่วยเป็นธุระติดต่อให้เขาได้เข้าพบกับผู้บัญชาการ FBI และผู้บัญชาการคนนั้นก็เป็นธุระให้เขาสามารถเข้าพบประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาได้อีกทอดหนึ่ง หากว่าในเวลานี้ที่ผู้นำหนุ่มน้อยเหลือเพียงลำพัง เปรียบดั่งสมองที่ไร้ซึ่งแขนขา อีกทั้งยังไร้สิทธิพิเศษที่เคยถือครอง ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกสับสนว่าจะเริ่มต้นที่เส้นทางไหน
เนียร์พยายามสลัดความกังวลออกไปจากสมอง มองหน้าเมลโลแล้วเอ่ยถามสิ่งที่ครุ่นคิดสงสัยตั้งแต่เมื่อครู่ แล้วทำไมจู่ๆถึงนึกจะมาช่วยผมล่ะ?
เมลโลไม่คิดจะฆ่าเขาด้วยน้ำมือของตัวเองแต่ไม่ได้หมายความว่าเมลโลจะใส่ใจหากเขาจะตายด้วยเงื้อมมือของเหล่าสาวกของคิระ หรือพูดให้ถูกก็โดยการบงการของคิระเองนั่นล่ะ เนียร์มองไม่เห็นเลยว่าเมลโลมีความจำเป็นอย่างไรที่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อช่วยเขาออกมา
ก็ชั้นยังไม่ได้ชัยชนะอย่างแท้จริงเลยนี่หว่า อย่างที่ฮาลพูดนั่นแหละ ถ้านายตายไป ชั้นจับกุมคิระได้ก่อนจะไปมีความหมายอะไร?
อ้อ การแข่งขันมันยังไม่จบสินะ เนียร์พูดออกมาเนือยๆ สำหรับเขาแล้ว การแข่งขันจะยังไงก็ช่างเถิด ขอให้จับกุมคิระได้ก็พอ ใครจะจับได้ก่อนกันก็เอาเถิด แต่ดูเหมือนเมลโลจะไม่อาจพอใจได้เลยจนกว่าเขาจะเข้าร่วมเล่นเกมนี้อย่างสุดตัว
ก็ยังไม่จบน่ะเซ่! เมลโลตอบกลับไปทันที ให้ตายเถอะ จะต้องให้เขาย้ำอีกกี่ครั้งกันนะ มันถึงจะเข้าสมองเนียร์ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การแข่งขันก็ไม่มีวันจบสิ้นจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะจับกุมคิระได้
ผมรู้สึกว่าคงต้องกลับไปเริ่มจากศูนย์อีกครั้ง เนียร์เปลี่ยนประเด็นสนทนาพลางเอานิ้วม้วนผม เหม่อมองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน การรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับคดีคิระและการสันนิษฐานต่างๆเพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานของสหรัฐอเมริกามิใช่เรื่องง่ายและมิได้เกิดขึ้นในเวลาชั่วข้ามคืนแน่นอน เขารู้สึกเหมือนความพยายามที่ผ่านมาเหมือนจะสูญเปล่าไปมากเอาการ
ไม่ใช่ศูนย์ซักหน่อยอย่างน้อยตอนนี้เราก็ตีวงจนแคบเข้า แทบจะมั่นใจได้เต็มที่แล้วไม่ใช่เรอะว่าเจ้า L สมอ้างนั่นคือคิระ ในเมื่อเรามีเป้าหมายแน่นอนแล้ว ก็เหลือแค่วิธีการพิสูจน์หาหลักฐานมัดตัวมันเท่านั้นล่ะ
เนียร์หันมามองอย่างประหลาดใจ วันนี้ผมได้รู้แล้วล่ะว่าเมลโลก็ปลอบใจคนอื่นเขาเป็น
เมลโลเสมองไปทางอื่นแล้วยักไหล่ ก็แค่ถ้าคู่แข่งชั้นมาทำตัวไม่มีกะจิตกะใจแบบนี้ มันก็ไม่สนุกน่ะสิ แล้วคิดจะทำยังไงต่อไปล่ะ? มีแผนสำรองอะไรไว้บ้างรึเปล่า?
ผมคงต้องลองโน้มน้าวรองประธานาธิบดีดูอีกครั้ง ไม่ก็ลองติดต่อไปหาผู้บัญชาการของ FBI และ CIA ดู
นี่นายยังคิดจะหวังพึ่งเจ้าพวกขี้ขลาดตาขาวนั่นอยู่อีกเรอะ? ชั้นว่ามันไร้ประโยชน์เห็นๆ
ยังไงก็คงต้องลองดูก่อนครับ จริงๆผมวางแผนว่าจะตั้งองค์กรลับขึ้นมาคอยต่อต้านคิระ แต่ยังไม่ทันซ่องสุมกำลังได้เท่าไหร่ คิระก็เคลื่อนไหวเสียก่อน
ตอนนี้นายไม่มีเครดิตอะไรเหลือด้วยซ้ำ จะไปชักจูงใครได้?
ยังไงผมก็มีเงินทุนที่ได้รับตกทอดมาจาก L น่าจะใช้ทำอะไรได้บ้าง ส่วนเรื่องกำลังคน เวลาที่มีผู้นำเผด็จการปรากฏตัวขึ้นมา ย่อมต้องมีฝ่ายปรปักษ์อยู่แล้ว ผมจะตามหาคนพวกนั้นแล้วโน้มน้าวให้เข้ามาร่วมมือกันในองค์กรของผม
เฮอะ วิธีการของนายท่าทางชักช้าจะตาย ยังไงนายก็คงไปขอความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐบาลตาขาวพวกนั้นไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ? ใช้วิธีของชั้นดีกว่า ชั้นรู้จักหน่วยข่าวกรองและพวกใต้ดินอยู่เยอะ อย่างน้อยก็พอจะเป็นประโยชน์เบื้องต้นอะไรได้บ้าง
เนียร์ปรายตามอง ก็ไหนเคยบอกว่าไม่คิดจะร่วมมือกับผมไม่ใช่เหรอ?
สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว คุณหนูเปื้อนฝุ่นดีแต่สั่งการอย่างนายน่ะ คิดว่าจะเอาชีวิตรอดอยู่คนเดียวในนิวยอร์กได้รึไง?
เนียร์รู้สึกตะขิดตะขวงใจเล็กน้อยกับคำปรามาสทีเล่นทีจริงนั่น อย่างไรเสียเขาก็เคยเป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยสืบสวนพิเศษ SPK มาก่อน ใช่ว่าเขาจะทำอะไรไม่เป็นเลยเสียหน่อย แต่เรื่องนี้เห็นจะต้องยอมรับว่าจริงดังเมลโลว่า ในเมื่อขาดผู้สนับสนุนที่คอยดำเนินการเรื่องราวต่างๆให้ การใช้ชีวิตในชุมชนเมืองใหญ่เป็นครั้งแรกอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากสำหรับเนียร์ผู้ไม่เคยออกมาสัมผัสสังคมภายนอกของคนทั่วไป
ผมไม่เคยมีปัญหาเรื่องเราสองคนร่วมมือกันอยู่แล้ว ก็เมลโลนั่นแหละที่เจ้าปัญหาเองตั้งแต่แรก
เอาเถอะน่ะ เลิกรำเลิกอดีตซะทีเถอะ ตกลงจะร่วมมือกันหรือไม่ร่วมมือ ว่ามาเลยดีกว่า
เมลโลยื่นมือออกไปข้างหน้า เอียงคอ ยิ้มกวนๆให้ แต่ยังไงซะ ถึงเราจะร่วมมือกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแข่งขันกันเองไม่ได้หรอกนะ
เนียร์มองมือที่ยื่นมาแล้วชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ร่วมมือกับเมลโลหมายความว่าเขาไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอย่างที่หวั่นอีกต่อไปแล้วสินะ เนียร์เอื้อมมือไปจับมือกับเมลโลแล้วยิ้มให้เช่นกัน
ครับ
เป็นครั้งแรกที่รอยยิ้มที่ต่างฝ่ายต่างรับรู้ผุดขึ้นในความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองและพวกเขาก็หวังอยู่ลึกๆให้ความรู้สึกอบอุ่นในใจเช่นนี้ยั่งยืนต่อไปอีกแสนนาน
ไม่ได้กลับไปเริ่มใหม่จากศูนย์เสียหน่อย แต่เริ่มจากสองต่างหากล่ะ
~*จบ*~
ส่งท้าย: ในที่สุดก็ได้เข็นฟิค DN ภาษาไทยเรื่องแรก(ที่เขียนจบ)ของเราออกมาสู่สายตาประชาชีเสียทีค่ะ เป็นเรื่องที่เริ่มเขียนหลังสุดแต่ดันเสร็จก่อนเพื่อนเนื่องด้วยจำกัดเวลา ^_^;;;
สัญญากับตัวเองและเอสว่าจะต้องเขียนฟิคเรื่องนี้ให้จบก่อน DN ตอนที่ 80 จะออกให้ได้เพราะฟิคเรื่องนี้น่าจะทำหน้าที่ได้ดีที่สุดก่อนตอนใหม่ออก ทำงานหลวงไปด้วยแต่งฟิคไปด้วยจนมึนดึ๊บ ในที่สุดก็เขียนจบเส้นยาแดงผ่าแปดจนได้ก่อนที่จะรู้สึกไม่อยากโพสถ้าได้อ่านตอนใหม่จริงๆไปแล้วก่อนโพส (ดีใจจังที่ไม่ต้องจับยัดเข้าไหดอง ไหล้นบ้านแล้ว TwT) จริงๆตอนที่เขียนเสร็จนี้ก็น่าจะจวนเจียนเวลาที่ตอนใหม่จะออกแล้วแต่ต้องข่มใจเขียนให้จบก่อน ไม่เช็คทั้งนั้นว่าออกหรือยังทั้ง Text ทั้งแสกนนี่ถ้าเกิดรู้สึกอยากเขียนฟิคทุกครั้งที่ DN ตอนใหม่ออกต้องบ้าตายแน่ๆ (ไม่หรอกน่ะ ไอเดียคงไม่มาเยือนบ่อยขนาดนั้น) เกิดมาเพิ่งเคยเขียนฟิคเกือบ 11 หน้าจบภายในหนึ่งอาทิตย์ค่ะ โฮก~ สปีดฟิคกับคนเขียนเต่าคลานอย่างเราไม่เข้ากันอย่างแรง >_< บอกกับตัวเองว่า คราวหน้าไม่เอาแบบนี้แล้วหนา รู้สึกเหมือนลงแส้ใส่ตัวเองยังไงชอบกล เอิ๊ก ว่าแต่เขียนจบตอนจวนเจียนแบบนี้ มันยังจะเหลือหน้าที่ให้เจ้าฟิคนี่ทำอีกมั้ยเนี่ย? ดีไม่ดีตอนนี้ Raw อาจจะออกแล้วซะล่ะม้าง~ ^_^;;;
เขียนเสร็จแล้วกลับมานั่งอ่านอีกรอบก็เริ่มรู้สึกว่าจะโพสดีมั้ยเนี่ยตรูแต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะโพสก็ต้องโพสสิ >_>
ท่านใดได้อ่านแล้วเกิดมีความคิดเห็นหรือคำติชมอย่างไรก็ยินดีรับเต็มที่ค่ะ ^_^ (หรือจะติกระจายอย่างเดียวก็ยังได้นะเออ XD;;;)
ฮี่ โพสเสร็จแล้วก็รีบวิ่งไปดูอัพเดทตอนใหม่เร็วรี่ จะมายังน้อออ? XD~
โป๊ะ!!! ที่ 1!!! (เมลโลจ๋า แม่ยกยึดที่ 1 ให้ได้แล้ว!)
บทสนทนาของเมลโลกับเนียร์น้อยจริงๆล่ะค่ะ มาอ่านดูอีกรอบก็ยิ่งเห็นว่าเราเน้นเนื้อเรื่องช่วงแรกซะมากจริงๆ ส่วนจะเขียนต่อรึเปล่านั้น...คงเป็นเรื่องของสวรรค์ (หรือนรก?) ล่ะค่ะว่าจะบันดาล (หรือสาปส่ง?) พล็อตมาให้เรามั้ย จริงๆตั้งใจให้จบทิ้งๆไว้แค่ตรงนี้ว่าเมลโลกับเนียร์ได้ร่วมมือกัน แต่ก็ไม่มีใครรู้เนอะว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป ถ้าพล็อตมา อาจจะได้เขียนต่อค่ะ
แต่ตอนนี้ยังบอกเป็นมั่นเป็นเหมาะไม่ได้ว่าจะมีต่อ
อย่างที่ว่าแหละ แค่คิดว่าถ้าจะเขียนต่อแล้วจะเป็นยังไง ก็รู้สึกเหมือนโดนงานช้างล้มทับใส่ซะแล้ว มันจะกลายเป็นซีรี่ยส์ AU ที่พี่เขียนคู่ขนานไปกับเรื่องราวจริงๆของ DN เลยนะนั่น นึกสภาพว่าเขียนไปจนถึงตอนจบ เช่น จับกุมคิระ ได้ดูสิ รู้สึกเหมือนข้าน้อยมิบังอาจยังไงไม่รู้ เหมือนกับตอนที่เคยบ่นๆว่าอยากเขียนฟิค AU ของภาคแรกแต่ไม่มีปัญญายังไงยังงั้นแหละ
ขอบคุณมากสำหรับเวอร์ชั่น OMG นะคะ
แต่คุณ momoko ทราบใช่มั้ยคะว่ามันคือฟิค? อ่านคอมเมนท์แล้วรู้สึกไม่ค่อยแน่ใจ
ถ้ารู้อยู่แล้วก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ
ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นคำชมที่เรามิบังอาจกล้ารับไว้ด้วย